กต. เตรียมแผนตั้งรับ สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนชี้แจงว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น สถานเอกอัครราชทูตณ กรุงเตหะราน ได้แจ้งให้คนไทย "เดินทางออกจากพื้นที่" ซึ่งหมายถึงการให้เดินทางออกจากพื้นที่ที่อันตรายในกรุงเตหะราน ไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย หรือศูนย์พักพิงที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดเตรียมไว้ทันทีที่สามารถทำได้ ซึ่งแตกต่างจากคำว่า "อพยพ" ซึ่งคือการต้องจัดยานพาหนะมารับ เพื่อเดินทางออกจากประเทศนั้น ๆ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีคนไทยแจ้งความประสงค์ในการอพยพออกจากอิหร่าน แต่สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็ได้เตรียมแผนในการช่วยเหลือไว้พร้อมแล้ว รวมถึงได้ประเมินสถานการณ์ และสอบถามความประสงค์ของคนไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับอิหร่าน มีคนไทยประมาณ 350 คน ซึ่งขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ร่วมกับประธานชุมชนไทยจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เมือง Amol อยู่ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 200 กิโลเมตร สามารถรองรับคนไทยในเวลาเดียวกันได้ไม่น้อยกว่า 200 คน และขณะนี้ มีคนไทยเดินทางไปพำนักอยู่ที่ศูนย์ฯ ดังกล่าวแล้วจำนวน 35 คน ที่อยู่ของศูนย์ คือ Chamestan Ali Abad Noor 4th Bosstan No. 38, Amol, Mazandaran ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ออกประกาศขอให้คนไทยเดินทางออกนอกพื้นที่กรุงเตหะรานในโอกาสแรก โดยสามารถเดินทางไปอยูที่ศูนย์ฯ ดังกล่าวหรือเดินทางไปพักกับญาติพี่น้องนอกกรุงเตหะรานก่อนเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ ในอิหร่านมีนักศึกษาไทยประมาณ 100 คน ที่เมือง Qom อยู่ทางใต้ของกรุงเตหะรานไปประมาณ 150 กิโลเมตร ซึ่งยังปลอดภัยดี และสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดต่อประสานงานกับผู้แทนนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา
สำหรับอิสราเอล มีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 40,000 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เปิดหมายเลขช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลเพื่อให้คนไทยสามารถโทรศัพท์สอบถามเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศแล้วเช่นกัน ขณะนี้ มีคนไทยแสดงความประสงค์จะเดินทางกลับไทย 3 ราย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ประสงค์จะเดินทางออกจากอิสราเอล ในกรณีฉุกเฉิน คนไทยในอิสราเอลสามารถติดต่อสถานเอกอัคราชทูตฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน +972 5406368150 โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เตรียมแผนการเดินทางทางบกผ่านไปยังประเทศใกล้เคียงไว้พร้อมแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการจัดบุคลากรเพิ่มเติมจากส่วนกลางไปสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือคนไทยทั้งในอิหร่านและอิสราเอลของทั้งสองสถานเอกอัครราชทูต เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันการณ์ อีกทั้งกรมการกงสุลยังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Thai Consular เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร และเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้คนไทยในแต่ละประเทศสามารถติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตในพื้นที่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสามารถ download แอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้ทันที รวมถึงกรมการกงสุลยังได้เปิดหมายเลขฉุกเฉินเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือให้ญาติสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 572 8442 (Call Center กรมการกงสุล)