โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดแผน พลังประชารัฐ ฟื้นอำนาจ คัดเกรด 100 ขุนพล วางเป้า 60 สส.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 02.09 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

พรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค

แม้เวลานี้มีเสียงในมือเพียง 19 เสียง เพราะส่วนหนึ่งแปรพักตร์ไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 21 เสียง

แต่พรรคพลังประชารัฐ ณ นาทีนี้ อาจกล่าวได้ว่าถูกพูดถึงในหมู่ “คนการเมือง” ไม่น้อยไปกว่าพรรคกล้าธรรม และพรรคโอกาสใหม่ ในยามที่ตลาดการเมืองเริ่มแง้มประตู เพราะสถานะรัฐบาลแพทองธารไม่มั่นคง

อีกทั้งในห้วงที่รัฐบาลเพื่อไทยกำลังเรตติ้งตก จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนทางการเมือง-นักเลือกตั้ง ที่หวังหาบ้านใหม่มาเจอกัน

ไม่แปลกที่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พรรคพลังประชารัฐแถลงเปิดตัว “ว่าที่ผู้สมัคร สส.” กว่า 32 ชีวิต

ในจำนวนเกือบ 20 ชีวิตเคยเป็นทั้ง สส.พรรคเพื่อไทย หรือมีรากที่เกี่ยวโยงกับพรรคเพื่อไทย และยังมีอดีตผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาธิปัตย์ มาสมทบ

บิ๊กป้อมเอาจริง ไม่ทำเล่น ๆ

พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ว่าเราพร้อม และวางเป้าหมายไว้ในหลายพื้นที่ ต้องมีความใกล้ชิดประชาชน และเราเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรักชาติเข้ามาดูแลพรรคและพิสูจน์ตัวเอง มาช่วยกันดูแลประชาชนให้มีความเจริญก้าวหน้า

ส่วนเป้าหมายที่วางไว้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เราก็มีคณะกรรมการที่คัดเลือกผู้สมัคร สส. เป้าหมายที่ตั้งไว้ในใจคือประมาณ 60 ที่นั่ง ส่วนเขตที่มั่นใจว่าปักธงได้ก็มี เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พังงา แต่จะแน่นอนหรือไม่ก็แล้วแต่ประชาชน

“พรรคเราไม่ได้ทำงานด้วยกระแส แต่ทำงานด้วยการทำงานที่อยากให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ ส่วนปัจจัยอะไรที่จะใช้ชักชวนให้คนรุ่นใหม่มาเลือกพรรค พปชร.นั้น ก็ต้องทำให้เขาเห็นว่าเรามีความจริงใจต่อเขา ทําให้เห็นว่าเราดูแลผลประโยชน์ของประชาชน โดยยึดหลักการทำงานจริง ไม่ใช่ทำเล่น ๆ”

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐถึงแม้จะมี 19 เสียง แต่ไปอยู่ฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็มั่นคง ถ้าไปอยู่ฝ่ายรัฐบาลก็มั่นคง แต่ผมไม่ไป ขออยู่ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีคนเชิญให้ผมไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่ามีคนมาชวน มีคนมาทาบทามจริง แต่ถ้ารัฐบาลมาจีบวันนี้ก็ไม่ไป พูดคำไหนคำนั้น

ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายค้านจะทำงานเต็มที่หรือไม่ ไม่ต้องกลัว พรรคพลังประชารัฐเต็มที่ พรรคอื่นผมขอไม่พูดถึง แต่คิดว่าพรรคภูมิใจไทยก็เต็มที่กับผม แต่หากในอนาคตพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราก็ร่วมแน่นอน คุยกันแล้ว

พปชร.มีเอกภาพ

พรรคพลังประชารัฐผ่านการเลือกตั้งใหญ่มา 2 หน แต่จำนวน สส.ที่ได้เมื่อตอนปี 2562 ได้ สส. 116 ที่นั่ง ส่วนการเลือกตั้งในปี 2566 ได้ สส. 40 ที่นั่ง น้อยกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ในช่วงที่พรรคพลังประชารัฐเจอมรสุมภายใน มีข่าวว่าพรรคแตก-ถึงจุดจบ แต่ ณ ตอนนี้ ไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าพลังประชารัฐมีเอกภาพโดยสมบูรณ์แล้ว

“พรรคพลังประชารัฐตอนนี้เรียกว่า พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค ดูแลอย่างสมบูรณ์ ไม่มีกลุ่มก๊วนต่าง ๆ แล้ว คิดว่าเราทำงานของเราให้ดีที่สุด มีเอกภาพที่หัวหน้าพรรคคนเดียวก็ดีขึ้น ส่วนแกนนำก็มีแข่งขันกันบ้าง แต่ก็จะทำให้งานดีขึ้น”

เปิดแผนเฟ้นผู้สมัคร

“ไพบูลย์” กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคพลังประชารัฐจะมีต่อไปเรื่อย ๆ เป้าหมายที่จะส่ง สส. 100 กว่าเขต ส่งในเขตที่ “หวังผล” ได้ ไม่จำเป็นต้องส่งครบ 400 เขต เพราะเป็นภาระเปล่า ๆ ส่งที่เรามั่นใจ กลั่นกรองแล้วมีโอกาสชนะสูง แต่ถ้าส่งแบบหว่านแหแบบปี 2562 เพื่อจะเอาคะแนนเขต แต่ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกัน

ปี 2566 ไม่ได้ดูแลปาร์ตี้ลิสต์ เพราะเข้าใจว่าเขตจะมีผลกับปาร์ตี้ลิสต์ แต่ไม่เกี่ยวเลย บัตรคนละใบ สส.เขตก็ต้องหาเสียงเขตเขา ปาร์ตี้ลิสต์จึงได้น้อย แต่เลือกตั้งรอบนี้จะดูแลปาร์ตี้ลิสต์ด้วย โดยหัวหน้าพรรคตั้งเป้า 60 คน โดยเฉพาะ สส.เขต ยังไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์

ถามว่าจะเน้นภาคใดเป็นพิเศษหรือไม่ “ไพบูลย์” ตอบว่าไม่เน้นภาคไหนเป็นพิเศษ แต่ดูที่ความเป็นไปได้ของผู้สมัครจะชนะเลือกตั้ง แต่ส่วนใหญ่ที่มาพรรคพลังประชารัฐแล้วคือภาคอีสานกับภาคเหนือ ภาคใต้ก็ทยอยมา เรียกได้ว่ามาจากทั้งประเทศ ส่วนจะมามากหรือน้อยต้องดูตอนจบ

“เหตุผลที่วาง สส.เขต 60 คน เป็นจำนวนที่ พล.อ.ประวิตร มองว่าเหมาะสม ยังไม่รวมบัญชีรายชื่อ ก่อนที่จะดูว่าเราควรจะมีผู้สมัครเท่าไหร่ ปีนี้เอาชัวร์ ๆ”

ตอนเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยสร้างปรากฏการณ์ดูด สส.พรรคต่าง ๆ รวมกันเกินร้อย โดยยึดหลักว่าจะมี สส.กลับเข้าสภาประมาณ 70-80% และปรากฏว่าหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยได้ สส.ตามเป้า

ถาม “ไพบูลย์” ว่าเป็นสูตรเดียวกันหรือไม่ เขาตอบว่า “คงไม่คล้ายกับพรรคภูมิใจไทยเสียทีเดียว แต่ก็หลักการเดียวกันคือ “ส่งแต่ชัวร์”

คัดกรองละเอียด

เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐบอกว่า การคัดตัว สส.ขณะนี้ มีทีมเคาะ ทีมประเมิน มีศูนย์ข้อมูลผู้สมัคร 77 จังหวัด ดูประวัติ-ประสบการณ์ เคยเป็นอดีต สส.ได้คะแนนเท่าไหร่ และลองเสนอชื่อมวลชนของว่าที่ผู้สมัครแต่ละคนว่ามีเครือข่ายแบบไหน อย่างไร จะต้องมีหลักหลายพันคน ไม่ใช่มีแต่ตัวคนเดียว

อะไรที่ทำให้พรรคได้ สส.ตามเป้า เขาตอบว่าประวัติเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่ง แต่ต้องอยู่ที่การบริหารจัดการ เราก็ต้องบริหารจัดการ แข่งขันกับพรรคอื่น พรรคอื่นทำอะไร เราก็ต้องทำเหมือนกัน

เมื่อถามว่า “งบประมาณ” ที่ใช้เท่าไหร่ “ไพบูลย์” บอกว่า “ใช้เงินตามกฎหมาย”

แล้วอะไรเป็นสูตรพิเศษที่ทำให้คนจากพรรคอื่นย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ “ไพบูลย์” กล่าวว่า “เขาเชื่อถือหัวหน้า เชื่อถือ พล.อ.ประวิตร ผู้ใหญ่ใจดี”

“เรามีประสบการณ์ เลือกตั้งครั้งที่แล้วส่งเยอะ มัวไปหว่านแหอยู่นั่นแหละ ดังนั้น ครั้งหน้าจะต้องมีขั้นตอน มีการตรวจสอบ รีเช็ก ดับเบิลเช็ก คราวนี้เอาจริง ซึ่งคราวที่แล้วมีประสบการณ์ไม่เพียงพอ เราจึงต้องวางแผนรัดกุม”

ถามว่าประเมินสถานการณ์การเมืองในขณะนี้จะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ “ไพบูลย์” บอกว่าอยู่ที่นายกฯแพทองธาร จะพ้น (คดีในศาลรัฐธรรมนูญ) หรือไม่ เกิดการยุบสภาหรือไม่ หรือเลือกนายกฯคนใหม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแผน พลังประชารัฐ ฟื้นอำนาจ คัดเกรด 100 ขุนพล วางเป้า 60 สส.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...