โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เนสท์เล่ฟ้อง! “มหากิจศิริ” 577 ล้านบาท เหตุหยุดขาย 8 วัน เสียหายหนัก

อีจัน

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 07.08 น. • อีจัน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้มีนัดไกล่เกลี่ยในคดีที่บริษัทในเครือ เนสท์เล่ เอส.เอ. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า “เนสกาแฟ” และบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ยื่นฟ้องนายประยุทธ มหากิจศิริ และนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรณีกระทำการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า

โดยเนสท์เล่เรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินรวม 577 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ต้องหยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนสกาแฟในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 8 วัน

ในวันเดียวกัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ยืนยันว่า “เนสท์เล่ ไทย เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafe” และ “เนสกาแฟ” ในประเทศไทย

แม้ทั้งสองฝ่ายจะเดินทางมาศาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย แต่นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ และตัวแทนของเนสท์เล่ ไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจึงมีคำสั่งให้ “คู่ความเข้ากระบวนการพิจารณาคดี และกำหนดประเด็นข้อพิพาทต่อไปในวันที่ 9 มิถุนายน 2568”

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 บริษัทเนสท์เล่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่ง เลิกกิจการบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในสัดส่วน 50:50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ

สาเหตุของการยื่นคำร้องดังกล่าว มาจากการที่กรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในทิศทางการดำเนินธุรกิจของ QCP ได้ อีกทั้งบริษัท QCP ได้หยุดการดำเนินงานทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 และไม่ได้ผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟอีก

เนสท์เล่ยังได้ขอให้ศาลแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือผู้จัดการทรัพย์สิน เพื่อทำหน้าที่ดูแลภาระทางการเงินของบริษัท QCP และปกป้องทรัพย์สินของบริษัทจนกว่าศาลจะมีคำตัดสินเกี่ยวกับการเลิกกิจการ

โดยเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้ดำเนินการสืบพยานฝ่ายโจทก์รวม 3 ปากเสร็จสิ้นแล้ว และกำหนดนัดสืบพยานฝ่ายจำเลยในวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่จะถึงนี้

เนสท์เล่ยืนยันความเป็นเจ้าของ “เนสกาแฟ” และเดินหน้าลงทุนในไทยต่อ

ทั้งนี้ เนสท์เล่ย้ำว่า นายประยุทธ และนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้า “เนสกาแฟ” แต่อย่างใด แต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นในบริษัท QCP ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์เนสกาแฟในประเทศไทยระหว่างปี 2533 – 2567 โดยแบรนด์ เนสกาแฟ เทคโนโลยีการผลิต ตลอดจนการบริหารงานทั้งหมดเป็นของเนสท์เล่แต่เพียงผู้เดียว

เนสท์เล่ยังยืนยันว่าบริษัทจะดำเนินการให้การเลิกกิจการ QCP เป็นไปอย่างราบรื่น และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พร้อมระบุว่าบริษัทยังคงเป็น ผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และมีแผนจะเดินหน้าลงทุนเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยต่อไปอย่างมั่นคง

ศึกกาแฟหมื่นล้าน เนสท์เล่ vs มหากิจศิริ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...