เปิดไดอารี่นักเดินทางที่ไม่มีวันเกษียณ -- บันทึกชีวิตผู้พิชิต 7 ทวีปในวัย 77 ของ “ไพศาล เจริญจรัสกุล”
คุณไพศาล เจริญจรัสกุล คือเจ้าของธุรกิจวัย 77 ปี ผู้หลงใหลการเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเองด้วยวัยเพียง 20 กว่า แต่เมื่อว่างเว้นจากการทำงาน ชายผู้นี้เป็นอันต้องจัดกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมสะพายกล้องถ่ายรูปออกเดินทางท่องโลกเป็นประจำเสมอมา ด้วยเหตุผลที่ให้กับตัวเองว่า “เอาเงินไปเดินทางท่องเที่ยวดีกว่าเอาไปจ่ายค่าหมอค่ายา”
การท่องเที่ยวจึงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่ยังเป็นโอกาสในการพักและวางความเครียด ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ทั้งยังช่วยให้ได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ และค้นพบความสงบภายในใจ
“ตอนนี้เรียกได้ว่าผมวางงานและออกมาเดินทางเป็นหลัก” ประโยคสั้น ๆ จากการเอ่ยปากก่อนที่คุณไพศาลจะพาเราออกเดินทางไปกับเรื่องราวมากมาย หลังจากที่เขาวางมือจากธุรกิจและส่งไม้ต่อให้ลูกชายมารับช่วง เพื่อเขาจะได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างที่ใจต้องการ
ไพศาล เจริญจรัสกุล
เริ่มช้า แต่เที่ยวสนุกสุดเอ็กซ์ตรีมแบบชัวร์ ๆ
แม้ชีวิตการก้าวสู่การเป็นนักเดินทางอย่างเต็มตัวของคุณไพศาลอาจเหมือนจะเริ่มต้นช้าไปสักหน่อย แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นตามกาลและเวลาอันเหมาะสม เพราะการเดินทางท่องเที่ยวหลังเกษียณคือการได้พักจากการทำงานอย่างแท้จริง
“ผมอยากจะไปที่ไหน เมื่อไร นานแค่ไหนก็ทำได้ ” เจ้าตัวกล่าว พร้อมกับเล่าต่อว่า การเดินทางของเขานั้นออกจะเอ็กซ์ตรีมอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ใช่การออกไปใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ สไตล์พริวิเลจ เหมือนอย่างคนที่อยู่ในวัยและฐานะเดียวกันกับเขา ซึ่งเจ้าตัวเคยเล่าถึงทริปแรกหลังจากเริ่มต้นเป็นนักเดินทางวัยเกษียณอย่างเต็มตัวไว้ว่า
“เริ่มต้นเดินทางครั้งแรกด้วยคาราวานรถยนต์ไปเมืองเลห์ ลาดักส์ ดินแดนหิมาลัย เรียกได้ว่าเป็นทริปที่สมบุกสมบันแรก ๆ ในชีวิตจนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่น เพราะต้องปรับตัวเอาชนะความสูงและสภาพอากาศเบาบาง
บางครั้งเรายังไม่รู้ว่าร่างกายจะสู้ไหวหรือไม่ไหว ยิ่งขึ้นไปที่สูง ๆ มีปัญหาทั้งเรื่องอากาศและอุณหภูมิ เช่น เริ่มต้นออกเดินทางที่ 38 องศา เดินทางผ่านยอดเขาขึ้นไปต้องเจอกับอุณหภูมิที่ลดเหลือ -10 องศาภายในเวลาไม่กี่วัน แต่หลังจากที่ผ่านทริปแรกที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดที่เลห์ ลาดักส์ มาได้ ก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนจากที่จะเที่ยวแบบธรรมดา หันมาเที่ยวแบบไม่ธรรมดารูปแบบนี้ รู้สึกว่าท้าทายดี และอยากจะไปเห็นที่ต่าง ๆ อีกเรื่อย ๆ”
แบกเป้ตะลอนทัวร์ เที่ยวจนครบ 7 ทวีปทั่วโลกพร้อมกับกล้องถ่ายภาพคู่ใจ
นับแต่นั้นมา ชีวิตนักเดินทางของคุณไพศาลก็ไปต่อเรื่อย ๆ พร้อมกับกระเป๋าเป้และกล้องถ่ายรูปคู่ใจ จนไปได้ครบ 7 ทวีปรอบโลก ไม่ว่าจะเป็นเขาไกรลาส ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูและทิเบต พื้นที่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมมากที่สุด แต่ก็เข้าถึงยากอย่างดินแดนแซนสการ์ หุบเขาและภูมิภาคในแถบหิมาลัยตะวันตก รวมถึงดินแดนขั้วโลกใต้ทวีปแอนตาร์กติกา และคุณไพศาลยังดั้นด้นไปเก็บภาพแสงแรกของวันที่ College Fjord ที่อลาสก้า สหรัฐอเมริกา แต่เมื่อถามว่าเคยนับหรือไม่ว่าไปมาแล้วกี่ประเทศ เจ้าตัวว่าไม่ได้นับ แต่ทุกที่ที่ไปจะต้องบันทึกภาพไว้ด้วยเสมอ
“ผมถ่ายภาพเก็บไว้ด้วยทุกที่ แล้วก็ถ่ายเยอะด้วย ผมชอบถ่ายภาพแบบง่าย ๆ ถ่ายภาพไลฟ์สไตล์ เพราะมันทำให้เราได้เห็นชีวิตผู้คน เราได้เห็นข้อเปรียบเทียบระหว่างเรากับเขา และในที่สุดเราก็คิดได้ว่า จริง ๆ มนุษย์เราในโลกนี้ไม่มีใครที่ไม่ดีหรอก ทุกคนเป็นคนดี เพียงแต่ว่าสิ่งแวดล้อมที่เข้ามา มันบังคับให้แต่ละคนกลายเป็นคนที่ต่างกันไป
แต่ละประเทศที่ผมไป ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน อัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ หลายคนมักถามว่าประเทศเหล่านี้ไปเที่ยวได้ด้วยเหรอ ไม่กลัวเหรอ แรก ๆ ที่ไป เราก็เปรียบเสมือนคนแปลกหน้าสำหรับเขานั่นแหละ แต่เมื่อเข้าไปสัมผัสเขา เข้าไปนั่งพูดคุยก็จะพบว่าเขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี บางที่ผมไปนั่งทานข้าวในร้านข้าวเล็ก ๆ ก็ทานแบบนั่งยอง ๆ เหลานั่นแหละ เขาบอกไม่ต้องจ่าย พอเราถ่ายรูปเสร็จ เขายังหยิบถั่วใส่กระเป๋าเป็นของแถมให้อีกด้วย”
เสน่ห์การเดินทางสำหรับผมแล้ว ไม่ใช่เรื่องของสถานที่ แต่เป็นเรื่องของการได้พบปะผู้คน การมีสังคม ได้สัมผัสพูดคุยกับเพื่อนร่วมทาง…สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้การเดินทางสนุกมากขึ้น สถานที่ที่ไปเป็นเพียงของแถม ผู้คนดี สภาพแวดล้อมดี เดี๋ยววิวทิวทัศน์ก็ดีตามเอง
เดินทางท่องโลกมาแล้ว 7 ทวีป ถามว่าชอบประเทศไหนมากที่สุด คุณไพศาลว่า ประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัย และเทือกเขาแอนดีสแห่งทวีปอเมริกาใต้ คือที่ที่เจ้าตัวชอบและประทับใจมากที่สุด
“ผมชอบบรรยากาศของประเทศเหล่านั้น หรืออีกอย่างที่ชอบคือ พวก White Continent หรือทวีปสีขาว ซึ่งก็คือทวีปแอนตาร์กติกา ชอบมาก มองไปทางไหนเห็นแต่สีขาว แล้วก็มีเพนกวินเป็นจุดเล็ก ๆ เวลาไปเรามักจะล่องเรือค่อย ๆ ข้ามช่องแคบไป”
แม้ชีวิตนักเดินทางของคุณไพศาลจะค่อนข้างสมบุกสมบัน แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เดินทาง แต่ละทริปส่วนใหญ่คุณไพศาลว่า มักจะเป็นการติดตามเหล่าคนทำงานสารคดี อาทิ เจ้าของรายการสารคดีนักท่องโลกชื่อดังอย่าง คุณปองพล อดิเรกสาร คุณดวงดาว สุวรรณรังษี และทีมงานนิตยสาร Nature Explorer
“สมัยก่อนนิตยสารท่องเที่ยวบูมมาก เราก็ไปจอยทริปกับเขา เดี๋ยวนี้นิตยสารน้อยลง แต่เราก็ยังเที่ยวด้วยกันอยู่ เวลาไป เขาไปทำงานกัน เราก็ต้องทำตัวให้ไม่เป็นภาระเขา ตั้งแต่ลงจากรถ เขาไปทางซ้าย เราก็ไปทางขวา เดินไปเจอไปเห็นอะไรดี ๆ ก็เอามาบอกมาเล่าให้เขาฟัง เหมือนได้ช่วยเขาทำงานไปด้วย เที่ยวกันไป ช่วยกันมา จนสุดท้ายเขาก็ชวนให้เราเป็นที่ปรึกษา เราก็ยินดี”
จุดหมายปลายทางเป็นเพียงของแถม เพราะเสน่ห์ของการเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจ
คุณไพศาลว่า ไม่ว่าจะเป็นภูเขา เข้าป่า ทะเล ขอให้บอก ขอให้ชวน ไม่มีเกี่ยง เรียกว่าไปได้หมดทุกที่ “ผมเป็นคนไม่มีเป้าหมาย ใครอยากชวนให้ไปที่ไหนผมไปได้หมด เรียกได้ว่าชอบทุกแบบ เพียงแต่คนชวนต้องทำการบ้านมานะว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร กินอะไร ด้วยความที่เป็นคนแบบนี้ เวลาใครไปไหนเขาก็เลยมักจะนึกถึงเรา แล้วก็ชวนไปด้วย
“เพราะเสน่ห์การเดินทางสำหรับผมแล้ว ไม่ใช่เรื่องของสถานที่ แต่เป็นเรื่องของการได้พบปะผู้คน การมีสังคม ได้สัมผัสพูดคุยกับเพื่อนร่วมทาง แต่ละที่ที่เราไปไม่ง่าย เลยต้องใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างมาก ทริปหนึ่งไปทีไม่ต่ำกว่าสิบวัน ดังนั้นเพื่อนร่วมทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ได้รู้ถึงอุปนิสัยใจคอของกันและกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็โอเค และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้การเดินทางสนุกมากขึ้น สถานที่ที่ไปเป็นเพียงของแถม ผู้คนดี สภาพแวดล้อมดี เดี๋ยววิวทิวทัศน์ก็ดีตามเอง”
หนังสือภาพ เครื่องมือสื่อสารเรื่องราวที่อยากให้คนรอบตัวได้ร่วมจดจำ
นอกจากจะเดินทางไปถ่ายภาพไปแล้ว คุณไพศาลยังนำภาพถ่ายที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวบอกกล่าวให้ผู้คนที่รักรอบตัวได้รับรู้ถึงความสุขระหว่างทางด้วยการทำหนังสือภาพ ซึ่งเจ้าตัวว่าแม้จะตั้งใจทำเพื่อจำหน่าย แต่สุดท้ายกลายเป็นของแจก เพราะอยากให้คนที่รักกันได้เห็นความสวยงามตามที่เขาได้เห็นมาด้วยเช่นกัน
“ต้องบอกว่าทำด้วยใจรัก ส่วนตัวผมเป็นคนชอบเก็บสะสมหนังสือภาพอยู่แล้วด้วย เวลาไปอเมริกา ผมจะต้องเข้าไปที่ National Geographic ทุกครั้ง เข้าไปดูว่าเขามีหนังสืออะไรใหม่ ๆ บ้าง แล้วก็ซื้อมาเก็บสะสมไว้
“ผมจะมีทีมงานคอยจัดการเรื่องภาพถ่ายต่าง ๆ ของผมโดยเฉพาะเลย ให้เขาช่วยจัดเก็บภาพให้เป็นหมวดหมู่ เมื่อก่อนจะไรท์ซีดีไว้เยอะมาก เดี๋ยวนี้มีโซเชียลมีเดีย ก็ให้เขาเอารูปมาโพสต์ แล้วก็เก็บต้นฉบับภาพไว้ วันไหนผมนึกอยากจะเล่าเรื่องอะไร ก็ให้เขาส่งมาให้ เรามีภาพดี ๆ เรื่องดี ๆ เยอะแยะมากมาย สมัยนี้บางคนเอาภาพเอไอมาลง แต่ของเราเป็นภาพถ่ายที่เราไปถ่ายมาจริง ๆ ใครเห็นเขาก็ชอบ
“ทั้งหมดที่ทำเพราะเราอยากให้คนอื่นได้เห็นสิ่งที่เราเห็น ได้รู้ว่าที่ที่เราไปเจอมันมีแบบนี้ด้วยเหรอ บางคนเห็นเราไปนั่นไปนี่แล้วบอกว่า ไปทำไมไม่เห็นมีอะไรเลย อาหารไม่อร่อย อย่างโน้นอย่างนี้ หรือบางคนถามว่าไปเที่ยวแบบนี้ต้องตื่นกี่โมง พอบอกไปว่าตื่นตีสี่บ้าง ตีห้าบ้าง หรือบางทีตีสามก็มี เขาก็ร้องโอดโอยแล้วว่าไม่ไหว ไปเที่ยวก็อยากจะนอนเยอะ ๆ สบาย ๆ มีตังค์แล้วก็อยากจะเที่ยวดี ๆ นอนดี ๆ บางคนบอกไปตรงนี้น่ากลัว ตรงนั้นสกปรก ไม่กลัวเชื้อโรคติดมาเหรอ หรือบางคนบอกว่าจะไปทำไม ดูในทีวีเอาก็ได้ มีให้ดูเยอะแยะ เพราะมัวคิดกันแบบนี้เขาก็เลยไม่ได้ไปกันสักที”
เดินทางมาแล้วมากมาย คุณไพศาลว่าก็จะยังคงมีความสุขกับการเดินทางท่องเที่ยวและถ่ายภาพต่อไปจนกว่าจะไม่มีใครชวน เพราะการเดินทางคือความสุข และเป็นการผ่อนคลายที่ดีที่สุดของเขา แต่หลัง ๆ เมื่อวัยเริ่มมากขึ้น ก็เริ่มลดทอนความถี่ให้น้อยลง และหันมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น
“ความที่เราเดินทางมาเยอะมาก บางที่พอเขามาชวน เราตกลงโอเคไป จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว แต่มาดูโปรแกรมกลายเป็นว่าเราไปมาหมดแล้ว บางที่ไปมาสี่ครั้งแล้วก็มี พอสถานที่เริ่มซ้ำ เสน่ห์ของสถานที่แต่ละแห่งพอเวลาเปลี่ยนก็ไม่เหมือนเดิม ตอนนี้เลยเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น
ไปมาเยอะแล้ว เห็นโลกมาเยอะแล้ว จะเรียกว่า Slow down กับเรื่องเดินทางลงก็ได้ แต่ยังไงก็ยังไม่ Shut down หรอกนะ วัยนี้แล้ว ทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไป
เมื่อสูงวัยมากขึ้น เที่ยวเมืองไทยสบายใจกว่า
เมืองไทยที่เที่ยวสวย ๆ เยอะ โรงแรมเกิดใหม่มีให้เลือกพักมากมาย ด้วยวัยของผมตอนนี้ 77 แล้ว ก็ต้องบอกว่าเที่ยวเมืองไทยสะดวกกว่า แต่ว่าจะเลี่ยงช่วงเทศกาล เลี่ยงวันหยุด เพราะเราอยากไปวันไหนก็ได้ ไม่อยากต้องไปแย่งกันเที่ยว แย่งกันกิน
“ทุกวันนี้ จะมีก๊วนไปกางเต็นท์แคมป์ปิงที่เขาใหญ่บ้าง สวนผึ้งบ้าง ส่วนใหญ่จะไปทุกวันอังคารแล้วก็กลับวันศุกร์ ผมจะมีคนในก๊วนที่คอยจัดการเรื่องกางเต็นท์ให้ เราจัดการเอาอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ที่เขาเลย ถึงเวลาเขาจัดการให้เสร็จสรรพ ผมไปแต่ตัวสบาย ๆ”
ปัจจุบันแม้จะใช้เวลาไปกับการเดินทางน้อยลงจากเดิมไปบ้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เพราะเวลาว่างจากการเดินทาง คุณไพศาลได้ปันมาให้กับการช่วยคน เพราะสิ่งที่เขาย้ำกับผู้คนรอบตัวอย่างสม่ำเสมอคือเรื่องของสุขภาพ
“มีเวลาก็ออกไปท่องเที่ยว แล้วก็ต้องดูแลเรื่องสุขภาพด้วย อาหารการกินก็กินแบบพอประมาณ วัยนี้แล้ว ขึ้นแล้วมันลงยากนะ นอกจากจะดูแลตัวเอง ผมก็เผื่อแผ่ไปดูแลสุขภาพคนอื่นด้วย ตอนนี้มีทำเรื่องของสมุนไพร ให้ผู้มีความรู้เขานำไปผลิตเป็นยาจากภูมิปัญญา ช่วยรักษาโรคอย่างพวกออฟฟิศซินโดรม ปวดเมื่อยทั้งหลาย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายไม่แพง ตอนนี้ก็เลยมีกิจกรรมเพิ่มขึ้น
“ไปมาเยอะแล้ว เห็นโลกมาเยอะแล้ว จะเรียกว่า Slow down กับเรื่องเดินทางลงก็ได้ แต่ยังไงก็ยังไม่ Shut down หรอกนะ วัยนี้แล้ว ทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไป”
คุณไพศาลกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะขอตัวไปหยิบกล้องตัวโปรด พร้อมกับภาพถ่ายที่เจ้าตัวทำเป็นหนังสือภาพบันทึกความทรงจำไว้มากมายมาให้ชม
เพราะการเดินทางไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ แค่ได้ออกไปมองโลกกว้างที่มากไปกว่าห้องทำงาน ก็สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาของวันธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องราวทรงคุณค่าน่าจดจำ และช่วยฟื้นฟูพลังใจให้พร้อมกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
ภาพ : ไพศาล เจริญจรัสกุล