โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฮุน เซน” โต้ฝ่ายค้านไทย เสนอระงับส่งออกน้ำมัน “กัมพูชา” ลั่นปตท.เสียหายก่อน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 12.42 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนกรณีที่มีข้อเสนอจากฝ่ายค้านในประเทศไทยให้รัฐบาลไทยระงับการส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชา โดยระบุว่า กัมพูชาจะไม่ล่มสลายเพียงเพราะไทยหยุดส่งออกน้ำมัน พร้อมเตือนว่าผลกระทบจากการดำเนินการดังกล่าวจะตกอยู่กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ของไทย ซึ่งมีสถานีบริการน้ำมันเปิดดำเนินการอยู่ในกัมพูชา

สมเด็จฮุน เซน ระบุว่า การใช้ทรัพยากร เช่น น้ำมัน เป็นเครื่องมือกดดันทางการเมือง เป็น “เกมอันตรายที่อาจย้อนกลับมาสร้างความเสียหายต่อตนเอง” โดยชี้ว่าหากประเทศไทยตัดสินใจหยุดส่งออกน้ำมันมายังกัมพูชา บริษัท ปตท. ของไทยซึ่งมีการดำเนินธุรกิจในกัมพูชา อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พร้อมตั้งคำถามว่า “ต้องการให้บริษัท ปตท. ของไทยล้มละลายจริงหรือไม่”

ในถ้อยแถลง สมเด็จฮุน เซน ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศ โดยอ้างถึงกรณีในอดีตที่แรงงานกัมพูชาเคยถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกดดันทางการเมืองจากฝ่ายไทย พร้อมระบุว่า เมื่อกัมพูชาประกาศจะรับแรงงานของตนกลับ ประเทศไทยกลับเปลี่ยนท่าที เนื่องจากแรงงานกัมพูชาเป็นกำลังสำคัญในภาคอุตสาหกรรมของไทย เช่น โรงงาน ฟาร์ม และสถานที่ก่อสร้าง หากแรงงานเหล่านี้เดินทางกลับประเทศ อาจทำให้หลายกิจการในไทยต้องหยุดชะงักหรือปิดกิจการลง

“หากไทยกล้าที่จะขับไล่แรงงานกัมพูชาทั้งหมด ก็ขอให้ดำเนินการ แล้วเราจะได้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร” สมเด็จฮุน เซน กล่าว

ในประเด็นน้ำมัน สมเด็จฮุน เซน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายไทยควรหารือกับบริษัท ปตท. อย่างรอบคอบก่อนดำเนินมาตรการดังกล่าว เพราะอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อ ปตท. ยังคงมีสถานีบริการน้ำมันในกัมพูชา หรือมิฉะนั้น ประเทศไทยอาจต้องจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาทดแทนเพื่อรองรับตลาดในกัมพูชา

โดยในฐานะหัวหน้าพรรค สมเด็จฮุน เซน แนะนำให้รัฐบาลกัมพูชาพิจารณาทบทวนนโยบายการนำเข้าสินค้าจากไทยอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพิงที่อาจกลายเป็นช่องทางให้ฝ่ายไทยใช้อิทธิพลกดดันในอนาคต หากสถานการณ์ตามแนวชายแดนยังไม่คลี่คลาย กัมพูชาควรพิจารณาชะลอการนำเข้าสินค้ากระป๋องจากประเทศไทย อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง ปลากระป๋อง และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์กระป๋อง พร้อมส่งเสริมการบริโภคสินค้าภายในประเทศหรือสินค้าจากประเทศอื่นแทน

พร้อมย้ำในช่วงท้ายว่า ประชาชนกัมพูชาควรมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองข้ามพรมแดน และเตรียมพร้อมรับมือกับบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว โดยเฉพาะช่วงหลังปี 2030 เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...