โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบ 750 ผู้ประกันตนได้สิทธิอะไรบ้าง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 22.58 น.

ประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบ 750 บาท สำนักงานประกันสังคม ภายใต้สังกัด กระทรวงแรงงาน ได้อัปเดตล่าสุด สำหรับมนุษย์เงินเดือนและลูกจ้างในระบบประกันสังคมมาตรา 33 การจ่ายเงินสมทบ เข้ากองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป จะต้องจ่ายเงินสมทบในอัตราสูงสุดที่ 5% ของค่าจ้าง หรือคิดเป็น 750 บาทต่อเดือน

ประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบ 750 บาท ได้สิทธิอะไรบ้าง?

  • เงิน 750 บาท ไปไหน? การแบ่งส่วนเงินสมทบ

เงินสมทบ 750 บาท ที่ผู้ประกันตนจ่ายไปนั้น ไม่ได้หายไปไหนแต่ถูกจัดสรรออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อนำไปใช้ในการคุ้มครอง

สิทธิประโยชน์ต่างๆ ดังนี้:

ส่วนที่ 1 : คุ้มครอง 4 กรณีสำคัญ (เจ็บป่วย,

คลอดบุตร, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต) 225 บาท (1.5% ของค่าจ้างสูงสุด)

เงินส่วนนี้จะถูกนำไปดูแลเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันและเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งประกอบด้วย

กรณีเจ็บป่วย/ประสบอันตราย: ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในโดยสามารถเลือกสถานพยาบาลตามสิทธิที่ได้ลงทะเบียนไว้ รวมถึงการตรวจสุขภาพฟรี และบริการทันตกรรมพื้นฐาน

กรณีคลอดบุตร: ผู้ประกันตนจะได้รับเงินค่าคลอดบุตร

  • เหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นระยะเวลา 90 วัน (สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) นอกจากนี้ ยังได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 1,000 บาทต่อคน (บุตรไม่เกิน 3 คน) จนถึงอายุ 6 ขวบ

กรณีทุพพลภาพ: หากผู้ประกันตนประสบอันตราย เงื่อนไขสำคัญในการรับสิทธิประโยชน์หรือเจ็บป่วยจนทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างตลอดชีวิต หากทุพพลภาพรุนแรง รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าพาหนะ

กรณีเสียชีวิต: ผู้จัดการศพจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์การตาย (หากจ่ายเงินสมทบเกิน 36 เดือน) ส่วนเงินบำเหน็จชราภาพจะคืนให้กับทายาท

ประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบ 750 บาท ผู้ประกันตนได้สิทธิอะไรบ้าง

ส่วนที่ 2: คุ้มครองกรณีว่างงาน 75 บาท (0.5% ของค่าจ้างสูงสุด)

เงินส่วนนี้จะถูกนำไปดูแลผู้ประกันตนในยามที่ประสบปัญหา โดยมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การได้รับเงินทดแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด เช่น กรณีถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างที่คำนวณเงินสมทบ เป็นต้น

ส่วนที่ 3: กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ 450 บาท (3% ของค่าจ้างสูงสุด)

เงินส่วนนี้ถือเป็นเงินออมสำหรับอนาคตของผู้ประกันตน ถือเป็นการลงทุนเพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในชีวิต

โดยแบ่งเป็น:

สงเคราะห์บุตร : เดือนละ 1,000 บาทต่อคน(บุตรไม่เกิน 3 คน) จนถึงอายุ 6 ขวบ

ชราภาพ: เป็นเงินบำเหน็จบำนาญชราภาพที่จะได้รับคืน เมื่อผู้ประกันตนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตน (จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต) หากส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) หรือรับ "บำเหน็จชราภาพ" (จ่ายเป็นเงินก้อน) หากส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน

เงื่อนไขสำคัญในการรับสิทธิประโยชน์

  • แม้จะจ่ายเงินสบทบอย่างสม่ำเสมอ แต่การได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของประกันสังคมก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในแต่ละกรณี เช่น
  • เจ็บป่วย/ประสบอันตราย : ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือนภายในระยะเวลา15 เดือน ก่อนวันรับริการทางการแพทย์

คลอดบุตร: ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนว่างงาน และ ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางานภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงาน

ชราภาพ: มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และ ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง โดยระยะเวลาการส่งเงินสมทบเป็นตัวกำหนดว่าจะได้รับบำนาญหรือบำเหน็จ.

ที่มา:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...