โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนโสดครองเมือง ใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิต “ภาพลักษณ์” ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่คือ “การลงทุนในตัวเอง”

Thairath Money

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.32 น.
ภาพไฮไลต์

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2566 ระบุว่า คนไทยถึง 25% อยู่ในสถานะ “โสด” โดยเฉพาะในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ ซึ่งมีสัดส่วนคนโสดสูงถึง 50% ของประชากรในพื้นที่ สูงที่สุดในประเทศ

สะท้อนภาพสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตและค่านิยมเรื่องครอบครัว กลุ่มคนโสดส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงถึง 75% และยังพบว่า สัดส่วนคนโสดยิ่งสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยทำงานช่วงอายุ 25–34 ปี ที่มีสัดส่วนโสดถึง 30% และลดหลั่นลงตามอายุ

นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่เป็น "ปรากฏการณ์ทางสังคม" ที่บอกถึงการเปลี่ยนผ่านของวิธีคิดและการใช้ชีวิต รวมไปถึงการสร้างแรงกระเพื่อมทางธุรกิจ และเศรษฐกิจไทย อย่างน่าสนใจอีกด้วย

คนโสด ใช้จ่ายไม่อั้น คุณภาพชีวิต คือ เป้าหมาย

เมื่อคำว่า “โสดแบบมีคุณภาพ” กลายเป็นคำจำกัดความใหม่ของการอยู่คนเดียวในยุคนี้ และเมื่อไม่ต้องวางแผนทางการเงินเพื่อครอบครัวหรือคนอื่น ค่าใช้จ่ายจำนวนมากจึงถูกเทใส่ตัวเองอย่างเต็มที่

  • กาแฟแก้วละ 200 ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย ถ้ามันช่วยให้เช้าออฟฟิศมีพลัง
  • กระเป๋าใบละหมื่น ไม่ได้ซื้อเพื่ออวดใคร แต่เพราะ "เรารู้ว่าเราคุ้มค่า"

การลงทุนกับรูปลักษณ์ เสื้อผ้า กล้องฟิล์ม เวิร์กช็อปพัฒนาตัวเอง ไปจนถึงทริปพักหรู คือ “การใช้จ่ายเพื่อยกระดับชีวิต” ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยแบบไร้เหตุผล

สอดคล้องกับ รายงานล่าสุดของ The 1 Insight ซึ่งระบุว่าขณะนี้ การใช้จ่ายของคนโสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยเติบโตสูงกว่าตลาดภาพรวมอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจุบันการใช้จ่ายของผู้บริโภคกลุ่ม “คนโสด” คิดเป็นสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของตลาดภาพรวมแล้ว แสดงให้เห็นว่า Solo Economy (เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยคนโสด) ไม่เพียงแค่มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ลึกลงไปพบว่า วัตถุประสงค์ในการใช้จ่าย” โดยคนโสดมักใช้จ่าย “เพื่อตัวเอง” เป็นหลัก จึงสามารถใช้จ่ายเพื่อความต้องการเฉพาะตน ขณะที่กลุ่มครอบครัวมีการใช้จ่ายกว่าครึ่งเพื่อครอบครัว โดยเฉพาะของใช้จำเป็น

จึงไม่น่าแปลกใจที่คนโสดใช้จ่ายเพื่อภาพลักษณ์ในหมวด Fashion & Beauty มากถึง 30% จากการใช้จ่ายทั้งหมด ชื่นชอบสินค้าหมวด Sport 3 มากกว่าเท่า แสดงถึงความใส่ใจการดูแลสุขภาพ นิยมทานอาหารนอกบ้าน หมวด Dining มากกว่า 3 เท่า ทั้งยังสนใจและพร้อมจ่ายกับสินค้า Luxury มากกว่า 2 เท่า

ปรากฎการณ์ “Self Splurge – เปย์หนักเพราะรักตัวเอง”

ทั้งหมดนี้ ล้วนสะท้อนถึงความตั้งใจของคนโสดในการ “ลงทุนกับตัวเอง” อย่างจริงจัง ทั้งในแง่ของการพัฒนาคุณภาพชีวิต การแสดงออกถึงตัวตน และการให้รางวัลกับตัวเอง กลายเป็นปรากฎการณ์ “Self Splurge – เปย์หนักเพราะรักตัวเอง”

The 1 Insight ยังพบว่าคนโสดพร้อมจ่ายหนักเพื่อประสบการณ์และกิจกรรมยามว่าง ซึ่งการใช้จ่ายต่อคนเป็น 2 เท่า เทียบกับคนมีครอบครัว อาทิ ของสะสม ใช้จ่ายเพื่อเรียนเสริมทักษะด้านภาษา เวิร์กช็อปยามว่าง เช่น ทำอาหาร จัดดอกไม้ หรือเวิร์กช็อปงานดีไซน์ต่างๆ รวมถึงยังโดดเด่นในใช้จ่ายกับ Fitness Center และ Wellness Center ไปจนถึง บัตรคอนเสิร์ตและการเดินทางท่องเที่ยว

เมื่อพิจารณาเชิงเปรียบเทียบระหว่าง “คนโสดในเมือง” และ “คนโสดในต่างจังหวัด” จะพบความแตกต่างด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายในบางแง่มุม โดยเฉพาะในเรื่องลำดับความสำคัญของหมวดสินค้า แม้คนโสดในเมืองจะมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าราว 1.2 เท่า และเน้นในกลุ่ม Beauty & Premium Lifestyle

ขณะที่คนโสดในต่างจังหวัดมีแนวโน้มใช้จ่ายในหมวด Home & Appliance มากกว่า เช่น อุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งสะท้อนบริบทการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

3 หมวดสินค้ามาแรงครองใจคนโสด ได้แก่ หมวด Beauty โดยใช้จ่ายมากกว่าถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มคนมีครอบครัว โดยนอกจากจะเลือกใช้สินค้าแบรนด์บิวตี้ เช่น เซรั่ม มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมกันแดด และผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มอย่าง Anti-Aging หรือ Brightening ยังนิยมเข้าคลินิกเสริมความงาม ทำหัตถการความงามต่างๆ เช่นเดียวกันใน หมวด Fashion คนโสดใช้จ่ายมากกว่าถึง 3 เท่า

โดยลงทุนกับทั้งแบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรี เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า และนาฬิกา และแบรนด์แมสพรีเมียมที่เน้นคุณภาพและดีไซน์ที่สื่อถึงตัวตน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์มินิมัล เรียบหรู หรือแฟชั่นสายครีเอทีฟ สะท้อนแนวคิดที่ว่า “การดูแลภาพลักษณ์ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุน”

ที่น่าแปลกใจคือ ใน หมวด Home Decoration กลับพบว่า คนโสดยังมีแนวโน้มใช้จ่ายมากกว่าคนมีครอบครัวถึง 4.5 เท่า ทั้งนี้เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดการพื้นที่อยู่อาศัยตกเป็นภาระของคนคนเดียว ต่างจากคนมีครอบครัวที่มักแบ่งภาระร่วมกันกับคู่ชีวิตหรือสมาชิกในครอบครัวใหญ่

ใช้เงินเพื่อภาพลักษณ์ เลือกซื้อของคุณภาพสูง สะท้อนตัวตน

กล่าวคือ คนโสดไม่มี “ตัวหาร” ตั้งแต่งานก่อสร้างไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ หรือของใช้จิปาถะในบ้าน ล้วนต้องจ่ายด้วยตนเองทั้งหมด ขณะเดียวกัน พวกเขายังมีอิสระในการเลือกซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์รสนิยมของตนเองโดยไม่ต้องประนีประนอมกับใคร ทำให้กล้าลงทุนกับของตกแต่งดีไซน์เฉพาะตัว หรือสินค้าคุณภาพสูงที่สะท้อนไลฟ์สไตล์และความเป็นตัวตนอย่างแท้จริง

พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนว่า คนโสดในเมืองคือกลุ่มผู้บริโภคที่ “พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตของตัวเอง” พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีครอบครัวเพื่อแสดงสถานะหรือเป้าหมาย แต่ใช้เงินอย่างตั้งใจเพื่อเติมเต็มความพึงพอใจในชีวิตประจำวัน ด้วยพฤติกรรมที่เฉพาะเจาะจง มีเหตุผล และเต็มไปด้วยแรงผลักดันจากภายใน

ทำให้ธุรกิจที่เข้าใจกลุ่มนี้และสามารถออกแบบสินค้า บริการ หรือประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับแนวคิด “ดูแลตัวเองในทุกมิติ” ได้อย่างแม่นยำ จะกลายเป็นผู้ชนะในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจของคนโสดอย่างแท้จริง

ที่มา : The 1 Insight

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...