โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พยานล็อตแรก คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.67 เข้าชี้แจงดีเอสไอ หลังเส้นเงินโยงขบวนการจัดฮั้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 05.21 น.

พยานล็อตแรก คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.67 เข้าชี้แจงดีเอสไอ หลังเส้นเงินโยงขบวนการจัดฮั้ว 1 รายเข้าพบพนักงานสอบสวนเส้นเงินเป็นค่าใช้จ่ายปกติ ปฏิเสธเกี่ยวข้องขบวนการจัดฮั้ว ยืนยัน ดีเอสไอให้ความเป็นธรรมทุกอย่าง ขอแค่ต้องชี้แจงที่มาที่ไปของเงินให้ได้ ไม่ตัดประเด็นขยายผลนักการเมืองเกี่ยวข้องเส้นเงิน หลัง “7 อรหันต์” ออกหนังสือรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่ กองคดีการฟอกเงินทางอาญา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน ได้ทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ลงพื้นที่จริงและจำลองเหตุการณ์ ณ อิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ใช้เลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67 ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รายงานว่า สำหรับคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. นั้น กองคดีการฟอกเงินทางอาญา

ได้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง จนพบพฤติการณ์ คือ 1.มีการโอนเงินในลักษณะเครือข่ายที่มีการจ้างผู้สมัคร จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ลำพูน และหนองบัวลำภู 2.พบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวพันกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 24 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคใต้ 7 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี, สตูล, สงขลา, ระนอง, กระบี่, ภูเก็ต และชุมพร ภาคอีสาน 8 จังหวัด คือ หนองบัวลำภู, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และขอนแก่น ภาคกลาง 6 จังหวัด คือ สิงห์บุรี, นนทบุรี, ราชบุรี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง และเพชรบุรี ภาคเหนือ 2 จังหวัด คือ ลำพูน และลำปาง ภาคตะวันออก 1 จังหวัด คือ ตราด

ส่วนในการออกหมายเรียกพยานที่เกี่ยวข้องกลุ่มแรก จำนวน 7 ราย มาให้ปากคำชี้แจงเส้นทางการเงิน นอกจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอแล้ว ยังมีพนักงานอัยการเพื่อร่วมสอบคำให้การพยานอีกด้วย เบื้องต้นพยานที่ต้องให้ปากคำ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายวรพจน์ (สงวนนามสกุล) 2.น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล) 3.นายสุบิน (สงวนนามสกุล) 4.น.ส.ญาณี (สงวนนามสกุล) ส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 1 ราย คือ น.ส.ภัณนิภา (สงวนนามสกุล) ขณะที่จังหวัดลำพูน จำนวน 2 ราย คือ 1.นายอากร (สงวนนามสกุล) และ 2.นายอาทร (สงวนนามสกุล) โดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ถูกเชิญรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ในคดีความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ของ กกต. (ชุด7 อรหันต์) เช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวได้มาเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีเพียงรายงานว่า ได้มีพยานมาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพียง 1 ราย คือ น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล) ซึ่งตอนมาถึงผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม น.ส.สินิตา ว่าวันนี้ได้เดินทางมาให้ข้อมูลในคดีใด ปรากฏว่าเจ้าตัวยิ้มตอบรับ และเมื่อถามต่อว่ามาเรื่องคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ใช่หรือไม่ ปรากฏว่าเจ้าตัวปฏิเสธและเดินเข้าห้องกองคดีทันที ต่อมาเวลา 11.00 น. น.ส.สินิตา ได้เดินออกจากห้องกองคดีฯ ผู้สื่อข่าวจึงพยายามเข้าไปสอบถามว่า ชื่อ-สกุล (น.ส.สินิตา หมั่นไชย) หรือไม่ และมาให้ข้อมูลพนักงานสอบสวนในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ใช่หรือไม่ ปรากฏว่าเจ้าตัวยอมรับว่าชื่อ น.ส.สินิตา แต่ไม่ได้ยืนยันในนามสกุลดังกล่าว พร้อมบอกว่ามาให้ข้อมูลเรื่องส่วนตัว เรื่องคอนโดมิเนียม ไม่ใช่คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน

นายระวี อักษรศิริ ผอ.กองคดีการฟอกเงินทางอาญา เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีพยานเดินทางมาเข้าให้ข้อมูลพนักงานสอบสวน 1 ราย คือ น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล) โดยมีการให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงิน ที่มาที่ไปของเงิน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีการให้เจ้าตัวตอบเรื่องเส้นทางการเงินที่ปรากฏในพยานหลักฐาน ว่ามีการโอนหรือรับโอนอย่างไรบ้าง ซึ่งแม้ว่าเราจะพบความเกี่ยวข้องในเรื่องเส้นทางการเงิน แต่ก็ต้องดูลงลึกไปว่าเกี่ยวข้องแค่ไหนอย่างไร พร้อมยืนยันว่าพยานรายดังกล่าว ไม่ได้เป็นผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างไรก็ดี จากหมายเรียกพยานเบื้องต้น 7 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป จะมีการทยอยเข้ามาให้ปากคำของ 6 พยานที่เหลือตามวันเวลาที่กำหนด พร้อมย้ำว่าพนักงานสอบสวนยืนยันให้ความเป็นธรรมกับพยาน เพราะพนักงานสอบสวนก็ต้องดูว่าในสิ่งประเด็นที่สงสัยนั้น พยานสามารถตอบคำถามได้หรือไม่ สำหรับพยาน 7 ราย ที่เรียกมาให้ปากคำนั้น ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกัน ส่วนว่าคนเหล่านี้ประกอบอาชีพอะไรนั้น ตนขอไม่ระบุ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของพยาน แต่ถ้ามีเรื่องเส้นทางการเงินก็ต้องตอบ

เมื่อถามว่าทั้ง 7 พยาน ส่วนใหญ่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ด้วย ซึ่งรับผิดชอบโดยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน (7 อรหันต์) เหมือนเป็นการสอดคล้องหรือไม่ที่ถูกแจ้งข้อหาฮั้ว สว. แล้วจึงถูกตรวจสอบเรื่องฟอกเงินด้วยนั้น นายระวี กล่าวว่า พยานหลักฐานลักษณะคล้าย ๆ กัน เพราะพยานหลักฐานที่ กกต. มีก็ตรงกับที่ดีเอสไอมี แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายคนละฉบับ เราก็ต้องเรียกเขามาชี้แจงและให้ความเป็นธรรมเต็มที่ พนักงานสอบสวนรับฟังหมด ส่วนคณะอนุกรรมการฯ จะว่าอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ แต่ชั้นนี้คือการสอบสวน เราก็ต้องให้ความเป็นธรรม ในส่วนของ น.ส.สินิตา มีการอธิบายและตอบตามรายการเดินบัญชี (Statement) ว่าเงินที่พนักงานสอบสวนเกิดจากอะไร ซึ่งเราก็บันทึกถ้อยคำให้การตามที่เขาตอบ ทั้งนี้ น.ส.สินิตา ให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการจัดฮั้ว สว. ด้วยระบุว่า เป็นเงินค่าใช้จ่ายตามปกติ ส่วนกรณีที่มีอัยการมาร่วมสอบสวนด้วยนั้น เนื่องจากอัยการสูงสุดมอบหมายมาเป็นพนักงานสอบสวนตามกฎหมายของดีเอสไอ ซึ่งจะร่วมสอบสวนทั้งพยานและผู้ต้องหา

เมื่อถามว่าปัจจุบันนี้พนักงานสอบสวนพบนักการเมือง หรือข้าราชการฝ่ายการเมืองมาเกี่ยวพันในเส้นทางการเงินหรือไม่ เนื่องจากทาง กกต. ได้มีการออกหนังสือเชิญบางส่วนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. บ้างแล้วนั้น นายระวี กล่าวว่า ยังเป็นเรื่องในสำนวน พนักงานสอบสวนต้องขอเวลาในการตรวจสอบ และเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน ส่วนกรอบระยะเวลาการทำสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงินของดีเอสไอนั้น เราไม่ได้มีกรอบระยะเวลา แต่ดีเอสไอจะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งก็ต้องสอดรับกับที่ กกต. ดำเนินการอยู่ด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พยานล็อตแรก คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.67 เข้าชี้แจงดีเอสไอ หลังเส้นเงินโยงขบวนการจัดฮั้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...