โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Restaurant of Mistaken Orders เมื่อการเสิร์ฟอาหารไม่ซ้ำ-จำเมนูไม่ได้ คือ ‘จุดขาย’

THE STATES TIMES

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.30 น. • Hard News Team

ลองนึกดูนะครับ หากคุณเดินเข้าไปในร้านอาหารร้านหนึ่งซึ่งมีพนักงานในร้านเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด แล้วสั่งราดหน้า แต่พนักงานกลับเดินกระย่องกระแย่ง ค่อย ๆ เอาข้าวผัดมาวางให้คุณบนโต๊ะแทนที่ราดหน้าที่คุณอยากทาน สั่งชาเย็น แต่ได้โค้กมาแทน สั่งคิดเงิน แต่กลับได้เมนูอาหารมาอีกรอบ (ซึ่งพอคุณสั่งอาหารจานใหม่ไป มันก็จะมาแบบผิดๆอีกนั่นแหละ) หรือพูดง่าย ๆ ว่า อาหารทุกอย่างที่คุณสั่งไปมีโอกาสที่คุณจะได้รับอาหารไม่ตรงตามที่คุณต้องการถึงกว่า 35% คุณจะหงุดหงิดหัวเสีย หรือโกรธพนักงานในร้านรวมไปถึงเจ้าของร้านด้วยหรือไม่ ลูกค้าบางคนอาจถึงขั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขียนคอมเม้นต์ด่าในหน้าโซเชียลมีเดียของทางร้าน หรือเขียนรีวิวให้คะแนนแย่ ๆ เลยด้วยซ้ำ

แต่……
ถ้าคุณรู้ว่าพนักงานเสิร์ฟอาหารสูงอายุในร้านทุกคนเป็นผู้ป่วยสมองเสื่อมทั้งหมดคุณยังจะหงุดหงิดหัวเสียอยู่รึเปล่า??
ร้านอาหารแบบนี้มีอยู่จริงในประเทศญี่ปุ่นครับ

ใดๆ digest ep.นี้ชวนคุณผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จัก 'Restaurant of Mistaken Orders' ร้านอาหารในญี่ปุ่นที่มีพนักงานเสิร์ฟทั้งหมดไม่เพียงแต่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งชายหญิงแล้ว แต่คุณตาคุณยายทุกท่านที่ทำงานในร้านยังเป็นผู้ป่วยสมองเสื่อมกันทุกคนอีกด้วยครับ

ร้านอาหาร concept แปลกๆ นี้ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ ชิโระ โอกุนิ ผู้กำกับรายการโทรทัศน์ชาวญี่ปุ่น โดยมีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนมุมมองการรับรู้และสร้างความเข้าใจของผู้คนทั่วไปที่มีต่อผู้สูงอายุและความบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งเป็นสภาวะเสื่อมถอยของสมอง ส่งผลให้ความจำ การเรียนรู้ และทักษะในการสื่อสารลดลง คุณโอกุนิได้เกิดปิ๊งไอเดียนี้มาจากตอนที่เขาได้ไปเยี่ยมบ้านพักคนชรา แล้วได้รับ 'เกี๊ยว' ทั้งที่เขาสั่ง 'เบอร์เกอร์' จากพนักงานที่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งในตอนแรกเขาตั้งใจจะเปลี่ยนอาหารที่ได้รับให้ถูกต้องตรงกับที่ตัวเองสั่ง แต่ก็เกิดเปลี่ยนใจเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าแท้จริงแล้วนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น และเขายังรู้สึกนับถือพนักงานเสิร์ฟที่ยังสามารถทำงานได้อยู่ แม้จะมีข้อบกพร่องทางร่างกาย พอคิดได้แบบนั้น คุณโอกุนิจึงรับอาหารจานนั้นไว้และทานจนหมดเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณ จากนั้นเขาจึงได้มีความคิดที่จะเปิดร้านอาหารที่พนักงานเสิร์ฟทั้งหมดเป็นผู้ป่วยสมองเสื่อมขึ้นมา

แต่กว่าร้านอาหารจะเกิดขึ้นและเป็นรูปเป็นร่างไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะจำเป็นต้องมีการวางแผนและขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านร้านอาหาร การออกแบบภายใน การดูแลด้านสวัสดิการสังคม และความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม แต่ในที่สุดร้านก็ได้เปิดขึ้นครั้งแรกได้สำเร็จเมื่อปี 2560 ด้วยเงินระดมทุนประมาณ 115,000 ดอลลาร์ ซึ่งไอเดียที่แปลกใหม่ทำให้ใคร ๆ ก็พร้อมจะร่วมลงทุนด้วย และเปิดมาจนถึงปัจจุบัน โดยชูแนวคิดสำคัญเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคทางสมองนี้ และสร้างภาพจำใหม่ว่าผู้ป่วยไม่ได้เศร้า หดหู่แบบที่หลายคนเข้าใจ และอันที่จริงแล้วลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการในร้านนี้ต่างก็อยากจะมาเพื่อรับประสบการณ์ประหลาดใจ และอยากรู้ว่าตนเองจะได้รับเมนูอะไรจากพนักงานเสิร์ฟจนกลายเป็นจุดขายของร้าน มากกว่าการได้มาลองรสชาติอาหารในร้านเสียอีก

จากการเก็บข้อมูลของร้านพบว่า มีรายการอาหารที่เกิดข้อผิดพลาด ไม่ว่าจะจดเมนูผิด หรือ เสิร์ฟผิดประมาณ 37% แต่เมื่อสำรวจความพึงพอใจของแขกที่มาทานอาหารกลับพบว่าผู้ได้รับบริการถึง 99% รู้สึกพอใจกับมื้ออาหารของพวกเขา แม้ว่าบางครั้งพนักงานจะนั่งพูดคุยกับลูกค้าจนลืมให้บริการ หรือไหว้วานให้ลูกค้าจดเมนูให้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจ เพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง จึงเข้าใจข้อจำกัดของพนักงานเป็นอย่างดีจนกลายเป็นความเห็นอกเห็นใจและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จนในหลาย ๆ ครั้งทำให้เกิดปรากฏการณ์พิเศษที่อบอุ่นหัวใจที่พนักงานในร้านและลูกค้าที่มารับประทานอาหารเกิดการสลับบทบาทกัน กลายเป็นลูกค้าให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่พนักงานไปเสียแทน สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า นอกจากอาหารที่เป็นบริการสำคัญของร้านแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับลูกค้าถือเป็น 'จุดขาย' ของ Restaurant of Mistaken Orders เพราะจุดประสงค์ของลูกค้าที่มาร้านอาหารแห่งนี้ก็เพื่อสนับสนุนและให้โอกาสเหล่าผู้มีความบกพร่องทางสมอง

ดังนั้น ผู้ที่มารับประทานอาหารจึงไม่สนใจว่าพวกเขาจะได้รับอาหารตามที่สั่งหรือไม่ ตราบใดที่พวกเขามีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์และได้รับรู้ถึงความแตกต่างของผู้สูงอายุที่มีอาการความบกพร่องทางสมอง และเมื่อลูกค้าเห็นรอยยิ้มและความร่าเริงของพนักงานที่เป็นโรคสมองเสื่อมซึ่งสร้างพลังงานเชิงบวกให้บรรดาลูกค้าได้รับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตกลับไป บางคนสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเหล่านี้ที่พยายามยืนหยัดทำงานเพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่าให้กับตัวเอง บ่อยครั้งที่ลูกค้าก็ตื้นตันใจจนน้ำตาไหล นอกจากนี้ร้านอาหารแห่งนี้ยังเป็น 'พื้นที่ปลอดภัย' ให้ผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอการลุกลามของภาวะสมองเสื่อม

จากกระแสตอบรับที่มีต่อร้าน แสดงให้เห็นว่า “สายสัมพันธ์ที่สวยงามระหว่างลูกค้าและพนักงานในร้านอาหารแห่งนี้ นับเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็เป็นการพิสูจน์ว่า ความสัมพันธ์ของมนุษย์ ความเมตตา และมิตรภาพ สามารถเป็นทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ โดยที่ทั้งผู้ให้บริการและลูกค้า ได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้จิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ได้ถูกเติมเต็ม นำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของผู้คนที่มีความแตกต่างกันด้วยความเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างซึ่งกันและกันนั่นเองครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...