โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเสี่ยงบนสองล้อ เมื่อใบขับขี่คือภูมิคุ้มกันชีวิต

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

“เสียงล้อหมุนที่เร่งแซงผ่านไปในชั่วพริบตา อาจเป็นเสียงสุดท้ายที่เด็กคนหนึ่งได้ยินในชีวิต” บนถนนสายหนึ่งในย่านชานเมือง เช้าวันจันทร์ที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นอย่างปกติ กลับลงท้ายด้วยข่าวเศร้า—เด็กนักเรียนวัย 16 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ประเทศที่มีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจักรยานยนต์สูงที่สุดในโลก ในทุกๆ 37 นาที จะมีหนึ่งชีวิตดับสูญ เพราะจักรยานยนต์

ความจริงที่ไม่มีใครอยากยอมรับ : สถิติจากกรมควบคุมโรคในปี 2566 บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากถึง 17,498 คน โดย 14,348 คน เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่คือ “เยาวชน” ที่เพิ่งได้รับใบขับขี่ชั่วคราว บนใบขับขี่พลาสติกแผ่นเล็กๆ ที่เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ กลับไม่มีใครล่วงรู้ว่า มันอาจกลายเป็น "ใบมรณะบัตร" ทางอ้อม ถ้าระบบการออกใบอนุญาตขับขี่ยังไม่เข้มงวดพอ

ฝึก 5 ชั่วโมง สอบ 3 ท่า แล้วไปลุ้นเอาเองบนถนน : การอบรมขอใบขับขี่ชั่วคราวในไทยอาจดูสมเหตุสมผล—อบรม 5 ชั่วโมง สอบข้อเขียน 50 ข้อ และทดสอบทักษะภาคปฏิบัติ 3 ท่าจากทั้งหมด 5 ท่า แต่ในความเป็นจริง ผู้สอบไม่เคยถูกทดสอบการหยุดรถก่อนถึงทางม้าลาย การเปลี่ยนเลนอย่างปลอดภัย หรือการขับขี่ในวงเวียนที่แออัดในชั่วโมงเร่งด่วน

ในหลายประเทศ เช่น เยอรมนี หรือญี่ปุ่น ผู้สอบต้องขับขี่จริงบนถนนนานกว่า 1 ชั่วโมงภายใต้การประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ต้องทดสอบ “ทักษะการคาดการณ์อุบัติเหตุ” ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ตัดสินใจเลี่ยงความเสี่ยงอย่างมีสติ—แต่ในไทย กลับให้เลือกคำตอบแบบปรนัย

เด็กอายุ 15 กับรถเครื่องยนต์แรงสูง—สมควรหรือไม่? : เด็กไทยสามารถขอใบขับขี่จักรยานยนต์ตั้งแต่อายุ 15 ปี หากรถที่ใช้มีขนาดไม่เกิน 110 ซีซี แต่ในความเป็นจริง รถที่พวกเขาขับอาจมีพลังเครื่องยนต์มากกว่านั้น และเจ้าหน้าที่หลายครั้งก็ “อนุโลม” ให้ผ่านไป ยิ่งกว่านั้น รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า Big Bike ก็ยังไม่มีใบอนุญาตเฉพาะที่ต้องการการอบรมขั้นสูง ทั้งที่การควบคุมเครื่องยนต์ระดับนี้ต้องใช้ทั้งแรงกายและประสบการณ์

เมื่อกฎหมายไทยยังหลับใหล แต่ถนนไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว : สิ่งที่ขาดไป ไม่ใช่เพียงแค่ท่าทดสอบเพิ่มอีกสองท่า หรือคำถามข้อสอบที่ยากขึ้น แต่คือ “ความเข้าใจในการใช้ถนนอย่างมีจิตสำนึก” และ “ระบบติดตามผล” หลังได้รับใบขับขี่

หลายประเทศใช้ระบบใบขับขี่แบบลำดับขั้น หรือ Graduated Driver License มีการกำหนดชั่วโมงขับขี่ขั้นต่ำ การควบคุมแอลกอฮอล์แบบ 0.0% และข้อจำกัดการขับในเวลากลางคืน หรือโดยไม่มีผู้ควบคุมร่วมโดยสาร

ในไทย ใบขับขี่ชั่วคราวมีอายุ 2 ปี ไม่มีการติดตามผล หรือประเมินสมรรถภาพซ้ำก่อนเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ถาวร

ทางรอดที่ต้องเริ่มวันนี้ ไม่ใช่รออีกศพ : แนวทางที่ประเทศไทยควรพิจารณาเร่งด่วน ได้แก่

- ปรับปรุงท่าทดสอบใบขับขี่ให้สะท้อนสถานการณ์จริงบนถนน

- เพิ่มการทดสอบ Hazard Perception ผ่านภาพจำลองหรือสถานการณ์วิดีโอ

- แยกใบขับขี่ Big Bike ออกจากรถจักรยานยนต์ทั่วไป

- ใช้ระบบ GDL ติดตามผู้ขับขี่ใหม่

- กำหนดค่าแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่อายุต่ำกว่า 20 ปีเป็น “ศูนย์”

บทส่งท้าย: จากแผ่นใบอนุญาต สู่ความปลอดภัยที่แท้จริง

หากชีวิตของเด็กไทยหนึ่งคนต้องแลกกับความหละหลวมของระบบเพียงเพราะเรายังไม่ “พร้อมจะเปลี่ยน” บางทีคำถามที่ควรถามคือ ไม่ใช่แค่ “เราจะทำอะไรกับใบขับขี่” แต่คือ “เราจะยอมให้ความตายเกิดขึ้นกี่ครั้งอีก?”

ประเทศไทยต้องเริ่มต้นจากการกล้าทบทวน ปรับระบบใบขับขี่ให้มีประสิทธิภาพ เพราะถนนที่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่มีเครื่องหมายชัดเจน แต่ต้องมี “ผู้ขับขี่ที่รู้จักรับผิดชอบต่อชีวิตของตนและผู้อื่น”

043…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...