โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BYD รับเงินเพิ่มทุน 9 พันล้าน ลุย “อีบัส-เรือไฟฟ้า” เต็มสูบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 13 ก.ย 2565 เวลา 10.23 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวออมสิน ศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานสนับสนุน) บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยว่า บริษัทได้รับเงินค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) รวม 1,313,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 7.062 บาท มูลค่ารวมกว่า 9,272 ล้านบาทครบถ้วนเรียบร้อยแล้วในวันนี้ หลังจากนี้คาดว่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุน PP ทั้งหมด 3 ราย แสดงความประสงค์ไม่ขายหุ้นตามระยะเวลาที่กำหนด โดย บจก. อีเอ โมบิลิตี โฮลดิง จะไม่ขายหุ้นเป็นเวลา 3 ปี, นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ จะไม่ขายหุ้นเป็นเวลา 1 ปี และ นายลุชัย ภุขันอนันต์ จะไม่ขายหุ้นเป็นเวลา 1 ปี

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน PP ไปให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ผู้ให้บริการเดินรถประจำทางในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีพื้นที่ต่อเนื่องด้วยรถบัสไฟฟ้า ซึ่งเป็นบริษัทที่ BYD เข้าลงทุนผ่าน บริษัท เอช อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE) ที่ถือหุ้นใน TSB ทั้ง 100%

บริษัทจะให้กู้ยืมเงินทุนระยะยาวแก้ TSB ระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี วงเงินรวม 8,550 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้จะได้รับดอกเบี้ยเงินกู้เข้ามาตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานเทิร์นอะราวด์ได้เร็วขึ้น และในอนาคตยังจะได้รับเงินปันผลในฐานะผู้ถือหุ้นเข้ามาไม่เกินปี 68

โดย TSB มีแผนลงทุนเช้าซื้อกิจการ บริษัท อี ทรานสปอร์ต โฮลดิง จำกัด (ETH) จากบริษัท อีเอ โมบิลิตีโฮลดิง จำกัด (EMH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ถือหุ้น 100% ทั้งนี้เพื่อขยายเส้นทางการให้บริการรถโดยสารประจำทางแบบ Smart Bus อีก 37 เส้นทาง รวมทั้งให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาและเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าผ่าน E Smart Transport มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท

นอกจากนั้น จะซื้อหุ้น EXA (เจ้าของใบอนุญาตเดินรถโดยสารประจำทาง 2 เส้นทาง) และ RJR (เจ้าของใบอนุญาตเดินรถโดยสารประจำทาง 4 เส้นทาง) มูลค่า 190 ล้านบาท, จ่ายค่าซื้อ E Bus บางส่วน มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท, สร้างอู่จอดรถ สำนักงาน และงานดูแลรักษา มูลค่า 100 ล้านบาท, ลงทุนในระบบ Single network รถ-เรือ มูลค่า 200 ล้านบาท และเป็นเงินสำรอง หรือเงินทุนหมุนเวียนอีก 60 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก TSB ได้รับแจ้งจากกรมการขนส่งทางบกกลางให้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใน 71 เส้นทาง ซึ่งภายใต้เงื่อนไขของกรมขนส่ง TSB จะต้องบรรจุรถบัสไฟฟ้าขั้นต่ำจำนวน 758 คัน และสูงสุด 2,130 คัน เข้าไปภายใน 180 วัน หรือภายในเดือนต.ค.นี้ ส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก 8 เส้นทาง เป็น 79 เส้นทาง และมีความจำเป็นต้องลงทุนจัดซื้อ E Bus เพื่อให้ได้ตามจำนวนขั้นต่ำตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้

ปัจจุบัน TSB อยู่ระหว่างจัดหา E Bus เพิ่มเติม โดยประเมินราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท/คัน ซึ่งจะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะรวมทั้ง 8 สายเดิมที่กลุ่ม TSB ให้บริการอยู่ ซึ่งต้องเพิ่มจำนวนรถอีก 96 คัน, 71 สายใหม่ของ TSB ที่ต้องเพิ่มจำนวนรถอีก 758 คันภายในปีนี้, 2 สายของ EXA จำนวน 19 คัน และ 4 สายของ RJR จำนวน 23 คัน รวมเป็นเกือบ 900 คันที่จะซื้อภายในปีนี้ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าจะได้รับมอบรถบัสไฟฟ้าเข้ามาตามเป้าหมายที่วางไว้ และส่งผลให้จะมีรถบัสไฟฟ้ารวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 คัน

นอกจากนั้น บริษัทยังตั้งเป้าหมายเพิ่มเติมเพื่อให้มีจำนวนรถ E Bus อีก 150 คันในปีนี้ด้วย ซึ่ง TSB จะลงทุนซื้อ E Bus ด้วยเงินที่ได้จากการกู้ยืมจากบริษัทจำนวน 2,000 ล้านบาท และสินเชื่อจากผู้ขาย (Supplier credit) และผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถ

นางสาวออมสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทประมาณการรายได้รถบัสไฟฟ้าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท/คัน/วัน และคาดว่าในระยะเวลา 3 ปี (65-67) สัดส่วนรายได้จากธุรกิจเดินรถก็จะมากกว่าธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

ส่วนธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ปัจจุบันเริ่มถึงจุดคุ้มทุนแล้ว หลังได้พัฒนาโปรแกรมเทรด "Beyond Intelligence Trading" (MT5) ร่วมกับคู่ค้า เพื่อตอบสนองลูกค้า มุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการ และยังเป็นการขยายฐานลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดี ทำให้คาดว่าจะสามารถเทิร์นอะราวด์ได้ในเร็วๆ นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...