โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินโดนีเซียตั้งข้อหา “ตำรวจ-ผู้จัดงาน” เหตุจราจลสนามฟุตบอล

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 ต.ค. 2565 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2565 เวลา 07.25 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

จาการ์ตา 7 ก.ค. – อินโดนีเซียตั้งข้อหาทางอาญาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลรวม 6 คน หลังเกิดเหตุจราจลและเหยียบกันตายในสนามฟุตบอลที่จังหวัดชวาตะวันออกเมื่อวันเสาร์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 131 คน

หัวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติของอินโดนีเซียเผยวันนี้ว่า อินโดนีเซียได้ตั้งข้อหาในคดีอาญาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะผู้จัดการแข่งขันรวม 6 คน หนึ่งในนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงลีกฟุตบอลอาชีพของอินโดนีเซียที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องความเหมาะสมของสถานที่จัดการแข่งขันให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ แต่สนามฟุตบอลในเมืองมาลังกลับไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อหาดังกล่าวกับตำรวจ 3 นายที่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอล รวมถึงหัวหน้าคณะกรรมการจัดแข่งฟุตบอล และหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสโมสรฟุตบอล ‘อาเรมา เอฟซี’ (Arema FC) ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลเจ้าบ้าน ทั้งนี้ ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หากพบว่ากระทำความผิดจริง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติของอินโดนีเซียยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ของสโมสรฟุตบอลดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและอนุญาตให้มีผู้ชมในสนามเกินกว่าจำนวนที่กำหนด รวมถึงไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลที่บริเวณประตูทางออก ก่อนหน้านี้ ตำรวจอินโดนีเซียเผยว่า ประตูทางออกของสนามกีฬาแห่งนี้เล็กเกินไปจนทำให้เกิดความเบียดเสียด ขณะที่สมาคมฟุตบอลของอินโดนีเซียระบุว่ามีประตูทางออกจำนวนหนึ่งถูกล็อกไว้ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า และสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือเอเอฟซี ที่ระบุว่า สนามกีฬาทุกแห่งต้องเปิดประตูทางออกไว้ตลอดเวลาที่มีการแข่งขันเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...