โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รวม 5 ที่สุดประสบการณ์ที่คุณจะได้รับ เมื่อไปศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่

Mango Zero

เผยแพร่ 12 ก.ย 2565 เวลา 09.05 น. • Mango Zero

ในช่วงที่อีเวนต์ และงานแฟร์ต่างๆ เริ่มกลับมาจัดกันมากขึ้น เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” กันมาบ้าง แน่นอนว่าบางคนก็เคยไปงานที่จัดที่นี่ ในทางกลับกันบางคนก็ไม่มีโอกาสได้ลองไป แต่ๆๆๆ … วันนี้โอกาสมาถึงแล้ว! เพราะหลังจากศูนย์ปรับปรุงครั้งใหญ่เป็นเวลาถึง 3 ปีครึ่ง วันนี้ศูนย์ฯ สิริกิติ์ กลับมาเปิดให้บริการละจ้าาาา ในโฉมใหม่ที่อลังการกว่าเดิมถึง 5 เท่าเลย รวมถึงพร้อมเป็น “ที่สุดของอีเวนต์แพลตฟอร์ม” รองรับการจัดงานได้ทุกรูปแบบ และถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ อ่ะ..ไม่รอช้า Mango Zero ไม่พลาดเสิร์ฟสิ่งดีๆ ให้กับทุกคน เราได้ไปรวบรวม 5 ที่สุดประสบการณ์ที่จะได้รับ เมื่อไปศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่ ขอบอกเลยว่างานนี้จัดเต็มสุดๆ เพราะแอดได้ไปเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมแล้ว(อลังการมากกกกกกก) ส่วนที่สุดของประสบการณ์นั้นจะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยดีกว่าาาา ~

ที่สุดของความเป็นไทย

เป็นที่รู้กันว่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์คือ ตัวแทนของประเทศไทยในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ ซึ่งในการปรับปรุงครั้งนี้มีการเลือก “ผ้าไทย” มาต่อยอดเป็นแกนหลักในการออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างลงตัว ที่บอกเลยว่าเมื่อเข้าไปแล้วจะเห็นความเป็นไทยที่ชัดมากกกกกกกกก และมีการปรับให้ทันสมัยเข้ากับตัวอาคารสุดๆ ตั้งแต่ชั้น LG ที่ประกอบไปด้วยพื้นที่จัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ รวมไปถึงเป็นศูนย์รวมร้านค้า บริการ ผลงานแสดงศิลปะชั้นครูของไทย อีกทั้งยังเป็นชั้นที่เชื่อมต่อกับทางเข้าจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT โดยชั้นนี้จะเป็นการออกแบบผ่านการดึงคอนเซปต์ “ชุดไทยลำลอง หรือ Casual Thai” เราจะได้เห็นเสน่ห์ของผ้าไทยอย่าง ผ้าขาวม้า ผ้าถุง การช้อนเกล็ด มาใช้ในการตกแต่งต่างๆ ต่อมาชั้น G ชั้นนี้ยกระดับมาในคอนเซปต์ “ชุดทางการแบบไทยประยุกต์ หรือ Formal Thai” โดยโถงนิทรรศการหลักมีการตกแต่งด้วยวัสดุสีทองแดง รวมถึงประตูกัลปพฤกษ์ที่เป็นประตูลายรดน้ำ มีการปิดทองให้อารมณ์หรูหรา ซึ่งป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยสมัยก่อน ในส่วนของชั้น 1 เป็นที่ตั้งของ Ballroom , Plenary Hall และห้องประชุม ✨ ห้องบอลรูม ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ชุดชาวเขาไทย” ที่โดดเด่นด้านลายเส้นรูปทรงเรขาคณิต จึงมีการดึงลวดลายมาออกแบบ และใช้วัสดุตกแต่งสีเงินที่อ้างอิงจากสีเครื่องประดับที่ชาวเขานิยมสวมใส่ ✨ เพลนารีฮอลล์ มีการออกแบบจาก “ชุดไทยจักรี” ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในชุดไทยประจำชาติพระราชนิยม 8 ประเภท โดยเลือกลายพื้นฐานอย่าง “ลายประจำยาม” มาลดทอน และขยายสัดส่วนให้ใหญ่ขึ้น ผ่านการตกแต่งได้อย่างร่วมสมัย

ที่สุดของการเข้าถึงง่าย

สำหรับใครที่ไม่เคยมา แล้วกลัวว่าจะมางานลำบาก ตัดความคิดนี้ทิ้งไปซะ! เพราะว่า ศูนย์สิริกิติ์ ตั้งอยู่กลางเมืองบนถนนรัชดาภิเษก เชื่อมต่อแยกพระราม 4 - รัชดา สามารถเดินทางเข้าออกได้ 4 เส้นทาง

  • ถนนพระราม 4
  • ถนนสุขุมวิท
  • ถนนรัชดาภิเษก
  • ถนนดวงพิทักษ์ซึ่งใครที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็ไม่ต้องห่วง เพราะสามารถเดินทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงที่สถานีศูนย์สิริกิติ์ได้เลย พร้อมมีทางเชื่อมเดินตรงเข้าพื้นที่การจัดงาน เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้นสำหรับทุกคน

ที่สุดของแอคทีฟไลฟ์สไตล์

นอกจากจะมีการยกระดับพื้นที่รีเทลให้กว้างขวางขึ้นแล้ว ยังมีการเปิดตัว BALM หรือ Bangkok Active Lifestyle Mall แหล่งรวมแอคทีฟไลฟ์สไตล์ครั้งแรกของกรุงเทพฯ ที่พร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยว คนรักสุขภาพ ครอบครัว คนทำงาน และผู้ใช้บริการ MRT ด้วยร้านค้ามากมาย อาทิ ร้านอาหาร > ชวนทุกคนอิ่มอร่อยกับแบรนด์ดังขวัญใจมหาชน ไม่ว่าจะเป็น Food Street , KFC , Zen , Man Fu Yan , Tim Hortons หรือ Red Lobster ภัตตาคารอาหารทะเลใหญ่ที่สุดในโลก ที่มาเปิดสาขาแรกที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เครื่องดื่มและของหวาน > ชาร์จพลังเติมความสดชื่น กับหลากหลายแบรนด์เครื่องดื่มที่คุ้นเคย เช่น Starbucks , TRUE COFFEE , Cafe Amazon , Bake A Wish , After You และ Krispy Kreme เป็นต้น แอคทีฟไลฟ์สไตล์ >ตอบโจทย์สายสุขภาพ และออกกำลังกาย กับร้านสายแอคทีฟไลฟ์สไตล์ชั้นนำ เช่น Warrix , For U Pharma เป็นต้น ร้านสะดวกซื้อ และค้าปลีก >เติมเต็มความสะดวกสบาย กับหมวดหมู่สินค้าที่ครบครันจากร้านสะดวกซื้อ และค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ Lawson Station , 7-11 , Mini Big C , Lemon Telecom , Asia Book X Wawee อีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ภายในศูนย์ยังมีพื้นที่ให้เรานั่งชิว พบปะพูดคุยกับเพื่อน หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศทำงาน พร้อมกับวิวสวยๆ ก็ย่อมได้ เรียกได้ว่าการปรับโฉมใหม่ของศูนย์สิริกิติ์ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังมีการทำพื้นที่ภายในให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยที่เราสามารถมาเมื่อไหร่ก็ได้ไม่จำเป็นต้องมาเฉพาะแค่ตอนมีงานอีเวนต์

ที่สุดแห่งความรักษ์โลก

เมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ของศูนย์สิริกิติ์แล้ว เราจะได้เห็นต้นไม้และพื้นที่สีเขียวเยอะมาก โดยมีการปรับปรุงภูมิสถาปัตยกรรมให้เข้ากับอัตลักษณ์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงยังคงรักษาพื้นที่สีเขียว และการเชื่อมต่อกับพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมีการใช้ต้นไม้เก่าจากเดิมในบริเวณด้านหน้าศูนย์ 20% และข้างหลังศูนย์ถึง 70% ยังมีการเลือกใช้ต้นไม้ที่ต้องการน้ำน้อยบริเวณโดยรอบ เพื่อลดการใช้พลังงานน้ำในการดูแลต้นไม้ในแต่ละวัน ซึ่งหลังจากมีการคำนวณออกมาแล้ว มีการลดใช้น้ำในการรดต้นไม้ถึง 75% ซึ่งภายในตัวอาคารยังมีการก่อสร้างตามมาตรฐานอาคารสีเขียว LEED ระดับ Silver คือ มีการเน้นใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 25% และสามารถนำไปรีไซเคิลได้มากกว่า 75% นอกจากนั้นยังมีแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนตัวอาคาร เพื่อนำพลังงานไฟฟ้าบางส่วนมาใช้ในอาคาร

ที่สุดของเทคโนโลยีขั้นสูง

ภายในศูนย์จะมีการรองรับใช้งานอินเทอร์เน็ต 5G ที่พร้อมสนับสนุนการจัดอีเวนต์ทั้งรูปแบบออนไลน์ และไฮบริด รวมถึงการเข้าใช้งานภายในพื้นที่แบบไร้สัมผัส อีกทั้งมีการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูง ไม่มีเสาค้ำยัน เพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายสินค้าจัดแสดงเข้าในพื้นที่ ช่วงก่อนและหลังการจัดงาน ผ่านระบบบริหารอาคารอัจฉริยะที่ช่วยในการรองรับการจัดงานหลากหลายรูปแบบได้พร้อม ๆ กัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...