โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หนุนอุตฯ S-curve ยกเครื่อง "สิทธิประโยชน์" ลงทุนใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ส.ค. 2562 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2562 เวลา 09.42 น.

12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) มีความจำเป็นต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 เป็นอย่างมาก ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน ทั้งเครื่องมือจาก “บีโอไอ” และ “EEC” แต่ทว่าในสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเป็นจังหวะดีที่ไทยต้องทบทวนสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อดึงดูดการลงทุนดึงการลงทุนจากวิกฤตเทรดวอร์

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นว่า ไทยควรใช้จังหวะสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐดึงการลงทุนให้มากที่สุด จึงให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) วิเคราะห์ และทบทวนสิทธิประโยชน์ให้ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (S-curve) เพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะเสนอให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ในวันที่ 14 ส.ค. 2562การปรับสิทธิประโยชน์ให้ S-curve เพิ่มจากที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้อยู่แล้ว

ได้หรือไม่นั้น จะขอเสนอให้รองสมคิดช่วยพิจารณาก่อน เพื่อหารือกับบีโอไอให้ต่อไป แต่ก็อยู่ที่ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะกำหนดรูปแบบออกมาอย่างไร เช่น ให้สิทธิประโยชน์ตามพื้นที่ อุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ (bioeconomy) ที่กำหนดพื้นที่ให้เป็น biohub คือ โซนภาคอีสาน กลางตอนล่าง กลุ่มเหล่านี้ต้องให้สิทธิประโยชน์มากกว่าปกติและชัดเจน

สำหรับ bioeconomy นอกจากมาตรการจาก BOI แล้ว กระทรวงการคลังยังได้ออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และเตรียมประกาศให้จังหวัดอุบลราชธานี ฉะเชิงเทรา และลพบุรี เป็นพื้นที่ลงทุน biohub เพิ่มเติม

กำหนดพื้นที่เพิ่มสิทธิประโยชน์

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า การจะทบทวนสิทธิประโยชน์ใด ๆ อาจไม่ใช่เพียงเพิ่มสิทธิประโยชน์อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่อาจไปกำหนดในส่วนที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย ที่จะใช้โมเดลของ EEC ซึ่งที่ผ่านมามีการกำหนดให้ bi-oeconomy 3 จังหวัด จากนั้นให้อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และดิจิทัล สามารถเกิดขึ้นได้ทุกภาค

การทบทวนสิทธิประโยชน์ต้องตีโจทย์ให้แตก ต้องกำหนดสิทธิประโยชน์จึงควรตีกรอบพื้นที่ และรูปแบบให้สิทธิประโยชน์ ประเด็นสำคัญ คือ สิทธิประโยชน์ต้องสร้างดีมานด์นำไปสู่การลงทุนในอนาคต

สิทธิประโยชน์ BOI

ปัจจุบันการจะได้รับสิทธิประโยชน์ จะแบ่งตามประเภทกิจการ กลุ่ม A1 เป็นกลุ่มสูงสุด ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 8 ปี ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร อากรวัตถุดิบเพื่อวิจัยพัฒนา อากรวัตถุดิบเพื่อส่งออก สิทธิประโยชน์อื่น ๆ

กลุ่ม A2 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี, A3 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี, A4 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ทั้งกลุ่มนี้จะไม่ได้ยกเว้นอากรวัตถุดิบเพื่อวิจัยพัฒนา และส่วนกลุ่ม B1 B2 ได้เพียงยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบเพื่อส่งออก และหากเป็นกิจการที่สนับสนุน 4 เทคโนโลยีเป้าหมาย คือ biotech, nanotech, advanced material, digital ได้เว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10 ปี

สำหรับมาตรการส่งเสริมการลงทุน EEC นั้น นักลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 13 ปี ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% อีก 5 ปี สำหรับ 9 อุตสาหกรรม อาทิ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร ยานยนต์สมัยใหม่ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

ภายใต้เงื่อนไขต้องมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และการได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ นั้น จะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อาทิเมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) ได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8+4 ปี ไม่จำกัดวงเงิน 2.เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10+3 ปี ไม่จำกัดวงเงิน 3.เขตนวัตกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECi)

ต้องผลิตอาหารทางการแพทย์ กิจการประกอบหุ่นยนต์ กิจการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ได้สิทธิเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10+3 ปี ไม่จำกัดวงเงิน การลงทุนในเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย 21 นิคมอุตสาหกรรม จะได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10+2 ปี ไม่จำกัดวงเงิน

เมื่อลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10+1 ปี ไม่จำกัดวงเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...