โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กินดีอยู่ดี!! 10 อาหารลดความดันโลหิต ลดเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

UndubZapp

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2564 เวลา 03.00 น. • อันดับแซ่บ
10 อาหารลดความดันโลหิต สำหรับคนที่มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคความดันสูง ควรเลี่ยงการทานอาหารไขมันสูง ลดเค็ม เน้นทานอาหารโพแทสเซียม ลดเสี่ยงโรคความดันสูงได้

โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบมากในช่วงอายุประมาณ 30-40 ปีขึ้นไป โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า มีผู้ป่วยโรคความดันมากถึง 10 ล้านคน ซึ่งน่าแปลกที่ 70% ของคนกลุ่มนี้ “ไม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะดังกล่าว” ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อันเป็นเหตุไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเราความดันสูงหรือต่ำ? วิธีการตรวจวัดความดันก็ไม่ยากเลย จะซื้อเครื่องมาตรวจเองที่บ้านก็ได้ หรือตรวจกับโรงพยาบาลก็สะดวกสบายรู้ผลทันที ซึ่งวิธีการอ่านค่าความดันโดยปกติก็ไม่ยาก โดยค่าความดันโลหิตจะแสดงผล 2 ค่าดังนี้

1. เลขตัวบน คือ ความดันหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจบีบตัว

2. เลขตัวล่าง คือ ความดันหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจคลายตัว

โดยความดันโลหิตที่เรียกว่า "เหมาะสม" ในผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 18 ปี คือ เลขตัวบนไม่เกิน 120 มม.ปรอท และ เลขตัวล่างไม่เกิน 80 มม.ปรอท เรียกสั้นๆ ว่า 120/80 ถ้าพบว่าค่าความดันสูงผิดปกติ แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ควบคู่กับการออกกำลังกาย ปรับอาหารการกินให้เหมาะสม ลดเค็ม ลดอาหารไขมันสูง กินผักผลไม้อาหารที่มีโพแทสเซียมมากๆ โดยลองจาก 10 อาหารลดความดันโลหิต ที่ Undubzapp รวบรวมมาแล้วก็ได้เลยค่ะ

10. กล้วย

กล้วยมีค่า “โพแทสเซียม” สูง ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลน้ำในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต  ดีต่อการยืดหดของกล้ามเนื้อหัวใจ เพราะฉะนั้นกินกล้วย 1-2 ใบต่อวัน สามารถช่วยฟื้นฟูระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี

 

9. เมล็ดทานตะวัน

เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วย แมกนีเซียม ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยทำให้หลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจวายเฉียบพลัน อีกทั้งยังสามารถรับประทานเป็นขนม อาหารว่างระหว่างวันได้เลย

8. ดาร์กช็อกโกแลต

จากการศึกษาของสถาบันวิจัย Journal of the American Medical Association (JAMA) พบว่าการที่คนเรากินดาร์กช็อกโกแลต 1-2 ชิ้นต่อวัน จะช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิตให้สมดุลแข็งแรง อีกทั้งช็อกโกแลต ยังเป็นซูเปอร์ฟู๊ด ที่ช่วยทำให้อารมณ์ดี ลดอัตราเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง

7. บรอกโคลี

ผักที่หาทานได้ไม่ยากในบ้านเรา “บรอกโคลี” เป็นผักในตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์สูง เพียงหัวเล็กๆ ของมัน ก็อุดมไปด้วย “โพแทสเซียม” ถึง 14% ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตได้แบบเห็นๆ

 

6. ผักโขม

ผักโขม แต่ประโยชน์รสหวาน แคลอรี่ต่ำ อุดมไปด้วยไฟเบอร์ โพแทสเซียม โฟเลท และแมกนีเซียม หัวใจสำคัญในการปรับสมดุลความดันโลหิต ดีต่อสุขภาพสุดๆ

 

5. มะเขือเทศ

เทพแห่งผักผลไม้สารพัดประโยชน์ อุดมไปด้วยไลโคปีน สารต้านอนุมูลอิสระ และโพแทสเซียม นอกจากจะช่วยเรื่องระบบความดันโลหิตแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวพรรณหนุ่มสาวให้สวยเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลสดใส สวยหล่อกันทุกคน

 

4. กระเทียม

ถ้าไม่นับเรื่องกลิ่นปากจากกระเทียม มันก็คือผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อโรคความดันระบบเลือดมากเลยทีเดียว เพราะในกระเทียมมีสารต้านอนุมูลอิสระ “Alicin” ที่ช่วยควบคุมความดันและระดับน้ำตาลในเลือด แนะนำให้ทานกึ่งสุก หรือทานแบบดิบจะดีกว่า ไม่งั้นสาร Alicin จะหายไปหมดจากความร้อนนะคะ

 

3. นมไขมันต่ำ

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของ นม เนย ที่มีไขมันสูง หันมาบริโภคนมไขมันต่ำ ที่มีประโยชน์อุดมไปด้วยแคลเซียม โพแทสเซียม และวิตามินดีที่สูงไม่แพ้กัน 3 สารอาหารเหล่านี้จะช่วยแท็กทีมกันลดความดันโลหิตได้ประมาณ 3-10% เลยทีเดียว

 

2. ถั่วเหลืองและพืชตระกูลถั่ว

ถั่วเหลืองรวมถึงอาหารตระกูลถั่วทุกชนิด ไขมันน้อย คอเลสเตอรอลต่ำ ไฟเบอร์สูง อุดมไปด้วยโพแทสเซียมที่สำคัญต่อผู้มีภาวะความดันโลหิตสูง แนะนำให้ทานในปริมาณพอเหมาะ และควรเป็นถั่วสดๆ ที่ไม่ใส่เกลือหรือสารปรุงรสใดๆ เด็ดขาด

 

1. ข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชมากประโยชน์ที่มีไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ แถมโซเดียมยังต่ำอีกด้วย เป็นได้ทั้งอาหารมื้อหนักและมื้อเบา ที่เหมาะกับคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง ยิ่งทานคู่กับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ยิ่งช่วยเพิ่มความอร่อย แถมดีต่อสุขภาพแบบทวีคูณ

SOURCE : wonderslist แนะนำพูดคุยทาง Line @UndubZapp

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...