ศาล – อัยการ – ตร. ลงนามร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลคดี ออนไลน์ 1 ต.ค.นี้
เลขาฯ ศาล ชี้! เป็นประโยชน์ ยื่นฟ้อง - พิจารณาคดีอาญา รวดเร็ว ด้านโฆษก “ปิยะ” เชื่อ ระบบ CRIMES ตร. เชื่อม 27 หน่วยงาน จุดเริ่ม้นครอบคลุมกระบวนการยุติธรรม
วันที่ 16 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วย นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ รองอัยการสูงสุด และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลสารบบคดีกระบวนการยุติธรรม โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่าง สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ในการยื่นฟ้องคดีและพิจารณาคดีอาญา ตั้งแต่ชั้นตำรวจ, อัยการ และศาล เพื่อลดระยะเวลาและความซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูลของเจ้าหน้าที่ และยังทำให้กระบวนการยื่นฟ้องคดีและการพิจารณาคดี พิพากษาคดีแล้วเสร็จด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องสมบูรณ์มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ก่อนการลงนามความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้สาธิตการบันทุกข้อมูลด้วย โดยสารบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ชื่อระบบ CRIMES ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลคดีส่วนของ สภ. สน. ทั่วประเทศ 1,482 แห่ง, สำนักงานอัยการสูงสุดใช้ชื่อ ระบบ NSW และสารบบคดีของสำนักงานศาลยุติธรรม
นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การพัฒนาเชื่อมโยงข้อมูลสารบบคดีกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากเ เมื่อมีการฟ้องคดี กับศาลแขวง หรือศาลจังหวัดที่มีอำนาจพิจารณาคดีศาลแขวงในคดีอาญา โดยเฉพาะ คดีฟ้องด้วยวาจา เจ้าหน้าที่จะต้องบันทึกข้อมูลตั้งต้นที่ อัยการ โดยตำรวจนำมาฟ้องต่อศาล เช่น ข้อมูลฟ้องทั่วไป ข้อมูลจำเลย บันทึกการจับกุม ฯลฯ ทำให้คดีที่ควรจะตัดสินได้อย่างรวดเร็วกลับต้องเสียเวลาในการรอการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ สำนักงานศาลยุติธรรม จึงได้รวมมือกับ สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศึกษาการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการยื่นฟ้องคดีและการพิจารณาคดีอาญา ตั้งแต่ชั้นตำรวจ อัยการ ศาล โดยการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศจากระบบ อาชญากร (CRIMES) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจสามารถบันทึกข้อมูลทางคดีเข้าสู่ระบบ และเชื่อมโยงข้อมูลไปยังระบบ และฐานข้อมูลของสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อที่อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง จากนั้น ข้อมูลทางคดีจะถูกส่งต่อเข้ามายังระบบและฐานข้อมูลศษล ผ่านทางเทคโนโลยี Web Serivice และคำฟ้องของอัยการก็จะถูกส่งมายังศาล ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
“การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง 3 หน่วยงานนี้ นอกจาก จะลดระยะเวลาและความซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูลแล้ว ยังทำให้กระบายการยื่นฟ้องคดีและการพิจารณาคดี พิพากษาคดี แล้วเสร็จด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพอันเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคดีทางอาญาที่ฟ้องด้วยวาจา ซึ่งเป็นคดีที่มีอัตราโทษไม่สูง การเชื่อมโยงข้อมูลสารบบคดีกระบวนการยุติธรรมโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ในการยื่นฟ้องคดีและพิจารณาคดีอาญา จะดำเนินการพร้อมกันในศาลชั้นต้น ศาลจังหวัด และศาลแขวงทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกา เรื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการคดีและเพื่อให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมรวดเร็วขึ้น เพื่อมุ่งสู่การบริการในลักษณะระบบศาลดิจิทัล (D-Court) ในปี พ.ศ. 2563” นายสราวุธ กล่าว
ด้านนายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า ระบบเว็ปเซอร์วิส ของอัยการ ไม่ใช่เพียงตัวที่ใช้บันทึก่า มีคดีรับเข้ามา ข้อมูลชื่อผู้ต้องหาร่วมถึงชื่อผู้เสียหาย ข้อหาอะไร แต่สิ่งที่เราได้จากสารบบคดีด้วยก็คือ ข้อมูลที่บันทึกเหล่านี้ สามารถนำไปพัฒนาต่อยอด รวบรวมเป็นสถิติคดี เช่น สามารถสร้างข้อมูลเป็นท็อปเท็น ว่า คดีที่เกิดขึ้นในทุกเขตศาลทั่วประเทศไทย เป็นข้อมูลสถิติออนไลน์ แบบเรียลไทม์ ทั้งในระดับรายเดือน จนถึงรายปี เราสามารถทราบได้ว่า ในหลายจังหวัดนั้นคดีที่เกิดสูงสุด 10 อันดับแรก คืออะไร และยังสามารถแยกประเภทคดีได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ เราสามารถแยกได้ 63 ประเภท ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์อย่างหนึ่งในการป้องกันอาชญากรรมและวางแผนได้ว่า ปัจจุบันคดีเกิดขึ้นเท่าไร โดยสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ว่า ณ วันนี้ ท้องที่ของท่านมีคดีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยประโยชน์เหล่านี้ เป็นสิ่งที่สารบรรคดีสามารถทำได้
นอกจากการรวบรวมประวัติคดีต่าง ๆ ของผู้ต้องหาที่จะใช้สืบคืนเพื่อมีการเพิ่มโทษเวลาที่ฟ้องคดี สิ่งเหล่านี้ ตนเห็นว่า เป็นเรื่องสำคัญมากกว่า แค่การลงข้อมูลในระบบ โดยทั้งระบบ CRIMES ของตำรวจ ระบบคดีของอัยการ และระบบของศาล ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของกระบวนการยุติธรรม ตนเคยฝันถึงการสร้างระบบเช่นนี้ มานานถึง 20 ปี เช่นกันและเมื่อวันนี้ทำได้ก็รู้สึกภูมิใจ ซึ่งในแผนยุทธศาสตร์ชาติ การปฎิรูปด้านต่าง ๆ 23 ด้าน กระบวนการยุติธรรมของเราสามารถพัฒนามาถึงจุดนี้ได้เร็วกว่า ทุกกระบวนการ ก็ต้องขอบคุณทั้งศาล และตำรวจ ที่ทำให้วันนี้ได้เกิดขึ้นโดยหวังว่า จะพัฒนาให้ยั่งยืนต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวขอบคุณ ทั้งศาล และอัยการ ที่ได้ริเริ่มสิ่งที่เป็นประโยชน์สื่อสารด้วยภาษาเดียวกันโดยเป้าหมายสุดท้ายก็เพื่อประโยชน์สูงสุดในการสร้างความยุติธรรมต่อ พี่ น้อง ประชาชน ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบที่มีความถูกต้อง และมีคุณภาพ การเชื่อมโยงข้อมูลด้านคดีของทั้ง 3 หน่วยงานนี้ (1.) จะเป็นการช่วยลดภาระของผู้ที่จะต้องบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อนกัน เพราะเมื่อพนักงานสอบสวนกรอกข้อมูลลงในระบบ CRIMES แล้ว พนักงานอัยการ ที่รับคดีก็สามารถเชื่อมโยงข้อมูลส่วนเดียวกันนี้ได้ที่มีความถูกต้องเท่ากับว่า ในการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหานั้น ทำแค่เพียงชั้นเดียว ตั้งแต่ต้น โดยพนักงานสอบสวน
(2.) การเชื่อมโยงข้อมูลคดีที่ได้บันทึกนี้ยังจะเป็นการรีเซ็ตตรวจสอบข้อมูลถูกต้องซึ่งกันและกัน เช่น หากตำรวจ กรอกข้อมูลแล้วมีบางส่วนเกิดผิดพลาด เมื่อพนักงานอัยการเห็นก็สามารถตรวจทานแก้ไขความถูกต้องได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ความสมบูรณ์ก็จะเกิดขึ้นกับประชาชนน (3.) ระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็เป็นเหมือนระบบกระดูกสันหลังของระบบไอทีตำรวจ ซึ่งระบบ CRIMES มีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากมาย ซึ่งใช้ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การสอบสวน ระบบสแกนใบหน้าของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ระบบแผนประทุษกรรม ระบบศูนย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 191 โดยการเชื่อมโยงเส้นทางหลักของระบบเน็ตเวิรก์ ลักษณะนี้ที่เรียกว่า แบคโบน (BACKBONE) เหมือนท่อใหญ่เชื่อมโยงข้อมูล ต่อไปอัยการจังหวัดทุกจังหวัด ศาลทุกแห่งสามารถใช้ท่อใหญ่ไปต่อท่อข้อมูลอื่นได้ วันนี้ ระบบ CRIMES เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นทั้งกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงทั้งหมดเกือบ 27 หน่วยงาน ซึ่งมีแม้กระทั่งกระทรวงแรงงาน และประกันสังคมด้วย ต่อไปก็จะเหมือนการต่อถนนจากเมนหลัก
(4.) ยังเป็นจุดเริ่มต้นการเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานยติธรรมอื่น ๆ เช่น ราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมบังคับคดีและหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงยุติธรรมด้วย และ (5.) สิ่งสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ เราให้ความเป็นธรรมกับ พี่ น้อง ประชาชน โดยประชาชนสามารถตรวจขั้นตอน ตรวจความถูกต้องของคดี รวมทั้งตรวจความคืบหน้าของกระบวนการที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นนั้นว่า ถึงขั้นตอนไหนแล้ว