โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันเด็กผู้ชายและวันเด็กของญี่ปุ่น(子どもの日)/บทความพิเศษ สุภา ปัทมานันท์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 22 เม.ย. 2564 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2564 เวลา 02.02 น.

บทความพิเศษ

สุภา ปัทมานันท์

วันเด็กผู้ชายและวันเด็กของญี่ปุ่น(子どもの日)

 

วันเด็ก(子どもの日)ของญี่ปุ่น ถูกกำหนดให้ตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี มาตั้งแต่ปีค.ศ.1948 เป็นวันหยุดราชการ และเป็นหนึ่งในวันหยุดต่อเนื่องที่เรียกกันว่า โกลเด้นวีก เริ่มจากวันที่ 29 เมษายน วันพระราชสมภพพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต(ค.ศ.1901-1989) วันรัฐธรรมนูญ และวันต้นไม้แห่งชาติ วันที่ 3 และ 4 พฤษภาคมตามลำดับ และยังมีวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ด้วย รวมเป็นวันหยุดยาวที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เดินทางท่องเที่ยวกัน

นอกจากนี้ วันที่ 5 พฤษภาคม ยังถือเป็น “วันเด็กผู้ชาย”(端午の節句)ด้วย

ในสมัยโบราณ เมื่อย่างเข้าต้นเดือน 5 ชาวจีนจะถือศีล ทำพิธีปัดรังควาน ขับไล่สิ่งชั่วร้าย และความเจ็บป่วย โดยแขวนกิ่งดอกไอริส (菖蒲)ซึ่งถือเป็นพืชสมุนไพรที่หน้าประตูบ้าน เพราะเชื่อกันว่ากลิ่นหอมของดอกไอริสขับไล่ความชั่วร้าย ทั้งฆ่าเชื้อโรคต่างๆได้ และมีการดื่มเหล้าที่แช่กิ่งไอริส ญี่ปุ่นรับพิธีกรรมนี้เข้ามาปฏิบัติในราชสำนักและตระกูลนับรบชั้นสูง โดยการแขวนกิ่งดอกไอริส และใบโยโมงิ(蓬)คือพืชสมุนไพรเมื่อถูกความร้อนจะมีกลิ่นหอม บำรุงร่างกาย ที่ใต้ชายคาบ้าน เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ปัดเป่าเคราะห์ร้าย

ต่อมาในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 -1868) กำหนดวันที่ 5 เดือน 5 เป็นวันประกอบพิธีกรรม สำหรับบ้านที่มีเด็กผู้ชาย โดยถือเอาธรรมเนียมการประดับกิ่งดอกไอริส(菖蒲โชบุ)ซึ่งมีเสียงพ้องกับคำว่า โชบุ(尚武)จิตใจฮึกเหิมเข้มแข็งอย่างนักรบ ดอกไอริสยังมีใบยาวเหมือนมีด ที่ใช้ในการต่อสู้เอาชัยชนะ(勝負)ซึ่งก็มีเสียงพ้องกับคำว่า โชบุ อีกเช่นกัน มาเป็นการทำพิธีกรรมเพื่อขอพรให้เด็กผู้ชายมีสุขภาพแข็งแรง เติบโตเป็นชายหนุ่มที่เข้มแข็ง

เด็กผู้ชายในสังคมนักรบโบราณย่อมมีความสำคัญมากกว่าเด็กผู้หญิง ดังนั้นจึงถือเป็นประเพณีสำคัญ เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายนหรืออย่างช้า 1- 2 สัปดาห์ก่อนวันที่ 5 เดือน 5 ต้องเลือกวันที่อากาศแจ่มใสเท่านั้น บ้านที่มีลูกชาย พ่อแม่จะประดับชุดเสื้อเกราะโบราณ และหมวกนักรบโบราณไว้ภายในบ้าน สื่อถึงความเข้มแข็ง ห้าวหาญพร้อมสู้รบเอาชนะเหล่าศัตรู ในสมัยเอโดะยังประดับตุ๊กตาม้า และคันธนูอีกด้วย ทั้งนี้ต้องไม่ประดับเป็นเวลาสั้นเกินไปก่อนวันจริงเพราะจะไล่ความชั่วร้ายไม่ได้หมดนั่นเอง

ต่อมาในปัจจุบันทั้งเสื้อเกราะและหมวกนักรบโบราณ ถือเป็นเครื่องราง ของขลัง เพื่อปกปัก

รักษาเด็กผู้ชายของครอบครัว เฉลิมฉลองต้อนรับเด็กผู้ชายซี่งเป็นสมาชิกใหม่ ให้เติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัย และช่วยให้ปลอดภัยในการเดินทางไปทุกแห่งหนด้วย

ไม่เฉพาะแต่ภายในบ้านเท่านั้น ภายนอกบ้านก็จะประดับราวแขวนปลาคาร์พ (鯉のぼり)ทำด้วยผ้าให้พลิ้วเล่นลมด้วย เกี่ยวกับปลาคาร์พมีนิยายปรัมปราของจีนว่า ปลาคาร์พแข็งแรงมากสามารถว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยวกรากไปถึงกลางแม่น้ำ แล้วลอดใต้ประตูมังกร(登竜門)ไปถึงประตูสวรรค์และกลายร่างเป็นมังกร จึงถือเป็นสัญญลักษณ์ของความสำเร็จอย่างงดงาม

ปลาคาร์พไม่เพียงแต่แข็งแรง และอาศัยอยู่แต่ในน้ำสะอาดเท่านั้น แต่ยังอยู่ในน้ำที่ขุ่น หรือมีโคลนตมก็ได้ แสดงถึงการมีพลังชีวิตที่เข้มแข็ง ไม่แปรเปลี่ยนหลงไปตามสิ่งแวดล้อม พ่อแม่จึงอยากให้ลูกชายมีพลังเต็มเปี่ยม มุ่งมั่นเดินหน้าไปสู่จุดหมายในอนาคตด้วยตนเองให้ได้

การแขวนราวปลาคาร์พที่หน้าบ้าน จึงเป็นสัญญลักษณ์เพื่อแจ้งต่อเทวดาฟ้าดินว่า ที่บ้านนี้มีเด็กผู้ชาย ขอให้ช่วยปกปักรักษาให้พ้นภัยและเปี่ยมล้นด้วยพลังชีวิต

ในขวบปีแรกของเด็กชาย พ่อแม่และปู่ย่าตายายจะจัดฉลองวันเด็กผู้ชายอย่างครึกครื้น มีอาหารต่างๆ และที่สำคัญ ขาดไม่ได้ คือ ชิมาคิ(粽)ขนมโมจิรูปสามเหลี่ยมห่อด้วยใบไผ่ เชื่อกันว่าใบไผ่มีพลังขับไล่สิ่งชั่วร้าย ให้พลังชีวิตแก่เด็กๆ และ คาชิวะโมจิ(柏餅)ขนมโมจิไส้ถั่วแดงห่อด้วยใบโอ๊ก เป็นเครื่องหมายของการมีลูกหลานสืบต่อ มาจากการที่ใบโอ๊กจะไม่ร่วงหากยังไม่มีการแตกยอดใหม่แล้ว

สังคมญี่ปุ่นที่มีผู้ชายเป็นศูนย์กลาง พ่อแม่ย่อมดีใจที่มีลูกผู้ชายไว้สืบสกุลเชิดหน้าชูตา กระทรวงสาธารณสุขและแรงงานญี่ปุ่นรายงานว่า ในปี 2563 มีเด็กเกิดใหม่ 872,683 คน น้อยกว่าปี 2562 ถึง 25,917 คน และถือเป็นจำนวนน้อยที่สุดตั้งแต่ทำการสำรวจมา อย่างไรก็ตาม มีจำนวนเด็กชายเกิดมากกว่าเด็กหญิงประมาณ 5 – 6% มาตลอดตั้งแต่ปี 1980 จำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลงมาจากเหตุผลหนึ่งคือ มีคนแต่งงานน้อยลง ในปี 2563 มีคนแต่งงาน 537,583 คู่ ลดลงจากปีก่อน 12.7%

ตัวเลขสถิติเหล่านี้ มีนัยทางด้านสังคมญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งหญิงและชายต่างต้องวุ่นกับการทำงานหาเลี้ยงชีพ หรือต้องการมีอิสระในชีวิต ไม่ต้องการมีภาระที่ไม่พร้อม เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ไม่เฉพาะแต่ในญี่ปุ่น เมืองไทยเราก็ไม่ต่างกันนัก

แต่สถิติที่น่าเศร้าใจ สำหรับ “วันเด็ก” ของญี่ปุ่น คือ กระทรวงศึกษาและวิทยาศาสตร์ รายงานว่า ในปี 2563 มีเด็กฆ่าตัวตาย 479 คน มากกว่าปี 2562 ถึง 140 คน เป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในจำนวนนี้มีนักเรียนประถม 14 คน นักเรียนมัธยมต้น 136 คน และนักเรียนมัธยมปลายมากที่สุด คือ 329 คน (ชาย 191 คน หญิง 138 คน) มีทั้งสาเหตุจากการระบาดของโควิด-19 ด้วยและที่ไม่ใช่ เช่น การระบาดทำให้ต้องอยู่บ้านมากขึ้น เหงาและมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ภายในครอบครัวกับพ่อแม่ ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่รู้จะปรึกษาใครดี ไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อน รู้สึกซึมเศร้า กังวลเรื่องคะแนนสอบ ทุกข์ใจเรื่องอนาคต เป็นต้น หน่วยงานเกี่ยวข้องจึงพยายามประชาสัมพันธ์สายด่วนให้เด็กโทร.ปรึกษาได้ตลอด 24 ช.ม.

ทั้งนี้เราควรได้ตระหนักว่า ทุกคนมีส่วนในการดูแลเด็กในสังคมร่วมกัน เพราะเด็กๆในวันนี้เป็นอนาคตของผู้ใหญ่ที่จะชราในวันหน้า แน่นอนว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมๆกับการเลี้ยงดูให้เติบโตอย่างมีสุขภาพแข็งแรง ต้องช่วยกันดูแลจิตใจอันอ่อนเยาว์ให้มีพลังใจที่เข้มแข็งด้วย มิฉะนั้นแล้ว “วันเด็ก” (子どもの日)ก็มิได้มีความหมายแต่อย่างใด…

——————————-

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...