โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาสับเละศิลปินแก้ไขภาพ ใส่รอยยิ้มให้เหยื่อที่ถูกสังหารในคุกตวน สเลง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 เม.ย. 2564 เวลา 23.51 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2564 เวลา 23.51 น.

กัมพูชาสับเละศิลปินแก้ไขภาพ ใส่รอยยิ้มให้เหยื่อที่ถูกสังหารในคุกตวน สเลง

ทางการกัมพูชาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศิลปินที่นำภาพนักโทษที่กลายเป็นเหยื่อถูกทรมานจนเสียชีวิตในคุกตวล สเลง สมัยเขมรแดง มาปรับเปลี่ยนด้วยการใส่รอยยิ้มไปบนรูปภาพของพวกเขา

นายแมทท์ ลอฟเลย์ ศิลปินชาวไอริช ได้เติมสีสันเข้าไปบนภาพขาวดำของนักโทษที่ถูกจองจำในคุกตวล สเลง ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะสถานที่ทรมานนักโทษอันโหดร้ายของเขมรแดง และยังเติมรอยยิ้มลงไปบนภาพถ่ายของนักโทษบางคนอีกด้วย

กระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชาตอบโต้ว่า การแก้ไขปรับเปลี่ยนรูปส่งผลกระทบกับเกียรติภูมิของเหยื่อ และเรียกร้องให้มีการถอดถอนผลงานดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ พร้อมทั้งระบุว่าพิพิธภัณฑ์ตวล สเลง เป็นเจ้าของโดยชอบธรรมตามกฏหมายของรูปภาพเหล่านั้น และประกาศจะดำเนินการตามกฏหมายหากไม่มีการทำตามคำขอ

“เราขอให้นักวิจัย ศิลปิน รวมถึงสาธารณชนอย่าทำการปรับเปลี่ยนข้อมูลทางประวัติศาสตร์ใดๆ เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาระบุ

ผลงานดังกล่าวถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ VICE ก่อนจะถูกถอดออกในเวลาต่อมาโดยศิลปินระบุว่าเขาต้องการถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ให้กับเหยื่อในคุกแห่งนี้

ขณะที่กองบรรณาธิการ VICE ชี้แจงว่าศิลปินได้ปรับแต่งภาพของเหยื่อซึ่งมากไปกว่าการเพิ่มสีสัน ทำให้เรื่องราวดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกองบรรณาธิการและถูกถอดออกไปแล้ว พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะทำการสอบสวนว่าเกิดความล้มเหลวขึ้นในขั้นตอนใดของกระบวนการในกองบรรณาธิการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...