โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พ่อแม่ล่ามโซ่ลูก ยันไม่ตั้งใจทำร้าย แค่อบรมสั่งสอน ตร.ชี้ต้องเปลี่ยนทัศนะใหม่ จ่อตั้งข้อหา

Khaosod

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2560 เวลา 08.12 น.

จากกรณีผู้ใหญ่บ้านสร้างแสน หมู่ที่ 2 ต.ลำห้วยหลัว อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้ช่วยเหลือเด็กชายสองคน อายุ 12-13 ปี ซึ่งเป็นพี่น้องต่างบิดามารดา ขณะที่พบเห็นบริเวณถนนในหมู่บ้านในสภาพที่ร่างกายเปื้อนเลือด โดยเด็กชายอายุ 12 ปี ยังมีเครื่องพันธการเป็นโซ่ล่ามไว้อยู่ขาด้านซ้าย และนำไปปฐมพยาบาลที่โรงพยาบาลสมเด็จ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ และนำความแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมเด็จ จนได้เกิดการช่วยเหลือนำไปไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น อ่านข่าว ผู้ใหญ่บ้านผงะ เห็นเด็กชายวิ่งหนีในหมู่บ้าน โซ่ตรวนติดที่ขา หัวแตกเย็บ 2 เข็ม วันที่ 30 มิ.ย. ที่ห้องประชุม สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ มอบหมายให้ พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เข้าติดตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งล่าสุดวันนี้ตำรวจสภ.สมเด็จได้นำตัวนายณรงค์ เรืองสิทธิ์ อายุ 39 ปี และนางบุญยาติ ก้องเวหา อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา มาทำการสอบปากคำและสอบถามเหตุการณ์ในเบื้องต้น นายณรงค์ กล่าวว่า ตนกับนางบุญยาติ ได้อยู่กินเป็นสามีภรรยากันมานานหลายปีแล้ว ก่อนที่จะอยู่กินด้วยกันตนนั้นมีลูกติดจากภรรยาเก่าเป็นผู้ชาย 1 คน อายุ 12 ปี เป็นคนที่ถูกล่ามโซ่ ส่วนภรรยาคนปัจจุบันก็มีลูกติดกับสามีเก่า 3 คน และมีลูกด้วยกันกับตนอีก 1 คน รวมทั้งหมด 5 คน ทั้งนี้ในวันเกิดเหตุ ตนไปทำงานรับจ้างเป็นช่างซ่อมรถตามปกติ ส่วนลูกๆไปโรงเรียน จากนั้นช่วงสายมีครูมาถามหาลูกของตน ว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน ตนจึงออกไปตามหากระทั่งไปพบที่ร้านเกมแห่งหนึ่ง จึงนำตัวกลับบ้าน แต่ด้วยความโมโหได้ใช้มือตบหลังไป 1 ครั้ง แต่ลูกชายกลับด่าทอผู้เป็นพ่อด้วยคำหยาบคาย พร้อมกับวิ่งไปหยิบประแจที่เอาไว้ซ่อมรถมาเพื่อจะตีตน จึงเกิดการแย่งกันและเหวี่ยงไปถูกหัวลูกชายแตก จากนั้นจึงบอกให้ภรรยาไปส่งกลับทำงาน แต่ก็กลัวลูกชายหนีไปอีก จึงให้ภรรยานำโซ่มาล่ามไว้จนกว่าภรรยาจะกลับมา ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้าย เป็นเพียงการอบรมสั่งสอนลูกที่ดื้อเท่านั้น ด้านพ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าล่าสุดขณะนี้ตำรวจได้นำตัวพ่อกับแม่มาสอบปากคำในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งทั้งสองก็รับว่าได้ล่ามโซ่จริง แต่ไม่ได้ตั้งใจทำร้าย เป็นเพียงการสั่งสอนลูกที่ดื้อเท่านั้น ทั้งนี้หลังจากพนักงานสอบสวนสอบปากคำทั้งสองคนสามีภรรยา และสอบปากคำเด็กร่วมกับทีมสหวิชีพ รวมทั้งพยานแวดล้อมครบแล้วก็จะได้แจ้งข้อหากับทั้งสองคนทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำความรุนแรงในครอบครัวได้เลย ส่วนการเยียวยาและดูแลเด็กนั้นจะมีการประสานไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้การช่วยเหลือต่อไป นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอสมเด็จ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวหลังเกิดเหตุได้รับรายงานแล้ว ซึ่งขณะนี้ตัวเด็กทั้งสองคนอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและสตรีจังหวัดกาฬสินธุ์ และมีภาวะจิตใจดีขึ้นมากแล้ว อย่างไรก็ตามทางนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล ซึ่งทางอำเภออยู่ระหว่างการประสานงานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าไปดูแล ทั้งที่อยู่อาศัยและการศึกษาต่อไป พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้ ผกก.สภ.สมเด็จ ซึ่งรับผิดชอบดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่ต้องคำนึงถึงหลักคุณธรรม ทั้งนี้จากการตรวจสอบยังพบว่า ครอบครัวนี้ มีลูกด้วยกันจำนวน 5 คนเป็น ชาย 4 คน หญิง 1 คนและเป็นลูกติดจากสามีและภรรยาเก่า โดยในครอบครัวนั้น นายณรงค์ เรืองสิทธิ์ หัวหน้าครอบครัวมีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ และเคยมีอู่ซ่อมรถแต่เนื่องจากพิษเศรษฐกิจจึงผันตัวไปรับจ้างซ่อมรถตามอู่ต่างๆแทน ส่วน นางบุญญาติ นั้น มีอาชีพเป็นแม่บ้าน สำหรับเหตุการณ์นี้ผู้เป็นพ่อเป็นแม่จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ หากนำลูกกลับไปดูแล และอยากถึงผู้ปกครองต้องดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน และไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...