โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

BYD SEAL 2025 ปรับโฉมหรู ภายในใหม่ เผยจีน 8 สิงหาคม

Car2day

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 05.39 น. • Car2Day

จีนเป็นที่แรกของโลกที่เตรียมเปิดตัวรุ่นปรับโฉมของเจ้าแมวน้ำหน้าหรูอย่าง BYD SEAL และเมืองไทยอาจได้โฉมนี้มาขายในเวอร์ชันประกอบไทยก็เป็นได้

ดีไซน์ภายนอก Exterior

BYD SEAL

สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับ BYD SEAL คือการเพิ่มฟังก์ชันความสามารถในการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ LiDAR มีกล้องด้านหลังเพิ่มเติมรวมถึงเรดาห์ ล้ออัลลอยลายใหม่ 5 ก้านคู่ทูโทนพร้อมยางขนาด 235/45R19 สีภายนอกใหม่สีฟ้าอมม่วง Sky Purple และด้านท้ายเป็นโลโก้ตัวอักษร BYD สีแดงเรืองแสง นอกนั้นเหมือนเดิมทั้งไฟหน้า LED ชุดกันชนหน้าขึ้นรูปชิ้นเดียวมีกระจังหน้าปิดทึบอยู่ในชุดเดียวกัน

กระจกแบบโอเปร่า ดีไซน์หรูหราดุจรถยุโรป เส้นสายของตัวถังที่ดูลื่นไหลนับตั้งแต่จมูกหน้ารถ แนวตัวถังด้านข้างต่อเนื่องไปจนถึงโคมไฟท้าย LED ที่วางแบบเต็มความกว้างท้ายรถติดตั้งดิฟฟิวเซอร์มาให้พร้อมสรรพ พื้นที่วางของที่ฝากระโปรงหน้า 53 ลิตร ล้อสีทูโทนดีไซน์เอกลักษณ์ ขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 225/50R18 สร้างบนพื้นฐาน e-platform 3.0

  • ความยาว 4,800 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,875 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,460 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 2,920 มิลลิเมตร
  • ความสูงใต้ท้องรถ 120 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 1,922-2,185 กิโลกรัม
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.7 เมตร

ภายใน Interior

BYD

ใหม่หมดชนิดลืมภาพจำของ SEAL เดิมตั้งแต่คอนโซลหน่าดีไซน์ใหม่ถอดด้ามมี Head-up Display แสดงข้อมูลที่จำเป็นโดยที่ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนนเบื้องหน้าถัดลงมาเป็นชุดหน้าจอดีไซน์ซ่อนรูปเริ่มที่มาตรวัดดิจิตอล LCD 10.25 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่เต็มตาถึง 15.6 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple Car Play Android Auto รองรับ 5G มีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ DiLink สามารถหมุนจอได้ เพิ่มเติมความทันสมัยด้วยแผงเอฟเฟกต์ลายสวยใหม่ฝั่งคนนั่ง ออกแบบช่องแอร์ใหม่เป็นแนวยาวซ้ายและขวา และมีช่องแอร์ตรงกลางใหม่ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้านทรงท้ายตัด

BYD

พร้อมโทนสีภายใหม่สีส้ม Coral Orange เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังอย่างประณีตลายใหม่ นอกนั้นคงเดิมทั้งลำโพง Dynaudio 12 จุด ที่ชาร์จมือถือไร้สายให้มาถึง 2 จุด หัวเกียร์คริสตัลรอบๆคันเกียร์รายล้อมด้วยปุ่มควบคุมการทำงานของจอสัมผัส มีช่องเก็บของหลายจุดสามารถวางแก้วน้ำ พื้นที่สัมภาระท้ายมีความจุ 400 ลิตรระบบการเข้าารถและสตาร์ทแบบ Keyless ทำงานร่วมกับกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC

สมรรถนะ Performance

BYD

อาจเหมือนเวอร์ชันตลาดโลกและไทยที่มีหลากหลาย 3 ทางเลือกตั้งแต่ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังสองรุ่นเริ่มที่รุ่นเริ่มต้น Dynamic RWD ด้วยแบตเตอรี่ที่มีความจุ 61.44 kWh วิ่งได้ 510 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC หรือ 550 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC กำลังสูงสุด 204 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.5 วินาที ขยับมาที่รุ่น Premium RWD พร้อมความจุแบตเตอรี่ 82.56 kWh กำลังสูงสุด 313 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC หรือ 700 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 5.9 วินาที

รุ่นท็อปสุด AWD Performance มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีความจุแบตเตอรี่ขนาด 82.56 kWh กำลังรวมสูงสุด 530 แรงม้า แรงบิดสูงสุดระดับ 670 นิวตันเมตร โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้ากำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลัง 313 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ 580 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC หรือ 650 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC แถมให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.8 วินาที คาดว่าขุมพลังสเปกจีนอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งสามรุ่นรองรับการชาร์จเร็ว (DC fast charging แบบ CCS2) 30-80% ภายในเวลา 30 นาทีรองรับกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 110 kW ในรุ่น Dynamic RWD ส่วนรุ่น Premium RWD และ AWD Performance รองรับการชาร์จเร็ว 30-80% ภายในเวลา 26 นาที รองรับกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 150 kW และชาร์จช้า AC แบบ Type 2 รองรับกำลังไฟสูงสุด 7 kW ทุกรุ่น ยังมีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ นุ่มนวลถึงใจด้วยช่วงล่างอิสระสี่ล้อและระบบการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking)

เทคโนโลยีและความปลอดภัย Safety

BYD

นอกจาก LiDAR แล้วยังมาพร้อมความปลอดภัยขับเคลื่อนโดยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ (ADAS) ที่มาอย่างครบครันออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยง ได้แก่

  • ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) Stop and Go
  • ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
  • ช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB)
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKS)
  • ช่วยเตือนการชนด้านหน้าและหลัง (PCW with RCW)
  • ช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
  • ช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA, RCTB)
  • ช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
  • ช่วยควบคุมฉุกเฉินให้รถอยู่ในช่องทางเดินรถ (ELKA)
  • ช่วยเตือนการชนเมื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถ (LCW)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)

ความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง

  • ถุงลมนิรภัย 9 จุดรอบคัน
  • ตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
  • ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC)
  • ป้องกันการลื่นไถล (TCS)
  • ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

เบื่องต้น BYD SEAL เตรียมเปิดตัวที่จีน 8 สิงหาคมนี้และเป็นการปรับโฉมครั้งแรกในรอบ 2 ปี ของการทำตลาดในตระกูล Ocean ส่วนไทยอาจมาเร็วๆนี้ในเวอร์ชันประกอบไทย

ที่มาCarNewsChina

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...