ยิ่งเล่นยิ่งดี เมื่อ Tetris ช่วยปลดล็อกศักยภาพสมองได้
“สมองของผมตกเป็นทาสของเกมเตตริส” คำบอกเล่าของเจฟฟรีย์ โกลด์สมิธ (Jeffrey Goldsmith) ในบทความ "This is Your Brain on Tetris" ที่ถูกตีพิมพ์ลงนิตยสาร Wired เมื่อปี 1994 ได้พูดถึงประสบการณ์ส่วนตัวในช่วงที่เขากำลังติดเกมเตตริสงอมแงมเมื่อปี 1990 เขาเล่าว่า ได้อาศัยอยู่กับเพื่อนในเมืองโตเกียว และกำลังเสพติดเตตริสในเกมบอยอย่างบ้าระห่ำ “เมื่อตกดึก ภาพรูปทรงเรขาคณิตก็พากันร่วงหล่นลงมาท่ามกลางความมืดในขณะที่ผมกำลังนอนบนเสื่อทาทามิ” ไม่เพียงเท่านี้ เมื่อเขาต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน สมองก็ชวนให้เขาจินตนาการนำรูปทรงของรถยนต์ ต้นไม้ และผู้คนมาประกอบเข้าด้วยกัน
(gerlos / Flickr)
ประสบการณ์ภาพหลอนของเกมเตตริส (Tetris Effect) ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงกับโกลด์สมิธเท่านั้น แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนทั่วโลกในช่วงปี 1989 ไปจนถึงช่วงยุค 90s ส่วนหนึ่งมาจากการตลาดของบริษัท Nintendo ที่ออกแพ็กเกจเกมบอยคู่กับเกมเตตริส “ถ้าคุณอยากให้เด็กผู้ชายเล่นเกมบอย ก็ขายคู่ไปกับเกมมาริโอ แต่ถ้าคุณอยากให้ทุกคนเล่นเกมบอย ก็จงขายคู่ไปกับเกมเตตริส” คำกล่าวของเฮงก์ โรเจอร์ส (Henk Rogers) ผู้ร่วมก่อตั้ง The Tetris Company เป็นประโยคเฉพาะหน้าที่เขาคิดขึ้นมาระหว่างการโน้มน้าวให้เหล่าผู้บริหารของ Nintendo นำเกมเตตริสไปแพ็กขายพร้อมกับเกมบอย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คนต่างพูดถึงภาพติดตาของเกมเตตริสหลังจากที่เล่นต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ย้อนไปเมื่อปี 1984 อเล็กเซย์ ปายีตนอฟ (Alexey Pajitnov) วิศวกรรมคอมพิวเตอร์แห่งสหภาพโซเวียต ได้ออกแบบเกมคอมพิวเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมฝึกสมอง “เพนโตมิโน” (Pentomino)1 โดยได้ปรับเปลี่ยนให้ผู้เล่นประกอบรูปทรงเพนโตมิโนที่ร่วงลงมาจากหน้าจอในแบบเรียลไทม์ เขาเรียกเกมนี้ว่า “Tetris” จากการรวมคำว่า “tetra” ในภาษากรีกที่แปลว่า สี่ ซึ่งมาจากรูปเรขาคณิตสี่เหลี่ยมที่ประกอบเข้ากันเป็นรูปเพนโตมิโน และ “tennis” ซึ่งเป็นกีฬาโปรดของเขา และมีคำเรียกรูปทรงของเกมเตตริสว่า “tetromino”
ปลดล็อกสมอง
อย่างไรก็ตาม ภาพหลอนของเกมเตตริสก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากลัว ในทางกลับกันการเล่มเกมเตตริสเป็นเวลาหลายชั่วโมงยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมองให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น งานวิจัยของ ริชาร์ด ไฮเออร์ (Richard Haier) นักจิตวิทยาชาวอเมริกันพบว่า สมองของผู้เล่นเกมเตตริสจะใช้พลังงานน้อยลงเมื่อเข้าสู่เลเวลที่สูงขึ้นโดยมีความสัมพันธ์กับระดับอัตราการเผาผลาญกลูโคส (Glucose Metabolic Rates: GMRs) โดยในระยะแรกของการเล่น สมองของผู้เล่นจะมีระดับ GMRs สูงขึ้นหมายถึงมีการใช้พลังงานมากขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปภายใน 4-8 สัปดาห์ ระดับ GMRs จะลดลงถึงปกติ แต่ประสิทธิภาพการเล่นกลับดีขึ้นหลายเท่าตัว จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ว่า เกมเตตริสช่วยหยุดการทำงานของสมองในส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อนำมาโฟกัสกิจกรรมที่อยู่กำลังทำอยู่ได้
ปรากฏการณ์ความฝันถึงเกมเตตริสยังเป็นส่วนสำคัญของงานวิจัยในปี 2000 ของศาสตราจารย์ โรเบิร์ต สติกโกลด์ (Robert Stickgold) แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) โดยเริ่มแรกสติกโกลด์ได้มีความสนใจในช่วงเวลาก่อนหลับ (Sleep Onset) ของตน ว่าเขามักฝันถึงกิจกรรมการเดินเขาอันเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นปกติ จนนำมาสู่การศึกษาเกี่ยวกับสมอง โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองเล่นเกมเตตริสติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง และพบว่าผู้เข้าร่วมมักเห็นภาพหลอนก่อนหลับ (Hypnagogia) ถึงเกมที่เพิ่งเล่นไป
งานวิจัยนี้ได้ต่อยอดมาทดลองในกลุ่มผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมซึ่งได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน โดยผู้ป่วยเล่าว่าฝันเห็นรูปทรงต่าง ๆ ลอยไปมาแต่กลับไม่ทราบว่าเห็นมาจากที่ใด จึงทำให้นักวิจัยสามารถเข้าใจการทำงานของสมองได้ดีขึ้นว่า ความฝันในช่วงก่อนหลับลึกมาจากส่วนคอร์เทกซ์ใหม่ (Neocortex) ซึ่งทำหน้าที่เก็บความทรงจำระยะยาว และยังมีหน้าที่ด้านการรับรู้ทางประสาทสัมผัส แตกต่างจากสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งทำหน้าที่เก็บความทรงจำระยะสั้น ที่ได้รับความสูญเสียในผู้ป่วยความจำเสื่อม
(Alex Ivashenko / Unsplash)
เลี่ยงความทรงจำที่อยากจะลืม
งานวิจัยเกมเตตริสได้ถูกต่อยอดมาสู่การบำบัดผู้ที่มีอาการ PTSD2 ซึ่งเป็นภาวะเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ โดยในปี 2017 งานวิจัยจากสถาบันแคโรลินสกา (Karolinska Institute) แห่งประเทศสวีเดนได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทำการทดลองการบำบัดทางจิตวิทยา โดยเริ่มจากแนวคิดพื้นฐานคือ “สมองของคนไม่สามารถคิดถึงสองอย่างได้ในเวลาเดียวกัน” กล่าวโดย เอมิลี โฮมส์ (Emily Holmes) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์เชิงปัญญาจากสถาบันแคโรลินสกา ผู้ร่วมออกแบบแนวคิดการใช้เกมที่ดึงความสนใจด้วยการมองเห็นอย่างเตตริส ในการฟื้นฟูกระบวนการเกิดความจำ (Memory Consolidation) เพื่อให้สมองของผู้ป่วยไม่พัฒนาเป็นความเครียด หรืออาการ PTSD ต่อความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยการทดลองทำกับกลุ่มคนที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุทางจักรยานยนต์จำนวน 71 คน ผู้ทดลองจำนวนครึ่งหนึ่งได้เล่นเกมเตตริสระหว่างอยู่ในห้องฉุกเฉิน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งได้ทำกิจกรรมที่ต่างกัน และได้ผลลัพธ์ว่า ในสัปดาห์ต่อมา กลุ่มคนที่เล่นเกมเตตริสทันทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ มีความทรงจำที่รบกวนจิตใจ (Intrusive Memories) น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เล่น และมีแนวโน้มว่าระยะเวลาของความทรงจำที่รบกวนจิตใจจะหายไปรวดเร็วกว่า
(Ben Griffiths / Unsplash)
เตตริสอาจช่วยลดความเศร้าได้
ในพอตแคสต์ All In the Mind ได้ยกตัวอย่างชาร์ลี ผู้ที่ใช้เกมเตตริสในการบำบัดความเศร้าจากการสูญเสีย เธอสนใจเกมเตตริสหลังจากที่ได้เห็น Classic Tetris World Championship ในยูทูป และเริ่มเล่มเตตริสหลังจากนั้นเป็นต้นมา แต่ความโศกเศร้าหลังจากที่เธอสูญเสียพ่อไป ทำให้เธอหยุดเล่มเกมไประยะหนึ่ง “ถึงจุดหนึ่งที่คุณต้องหยุดเศร้าแล้วบอกกับตัวเองว่า โอเคฉันต้องช่วยตัวเองได้แล้ว” เมื่อความสะเทือนใจจากการสูญเสียเริ่มเปลี่ยนมาเป็นอาการ PTSD ชาร์ลีมักเห็นภาพพ่อของเธอบนเตียงในห้องไอซียูแทรกขึ้นมาในความคิดบ่อยครั้ง จนเธอคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะก้าวต่อไป
งานวิจัยของโฮมส์ช่วยสร้างความสนใจให้ชาร์ลีกลับมาเล่นเกมเตตริสอีกครั้ง ด้วยเป้าหมายในการบำบัดความเศร้า ซึ่งเธอเห็นว่าความเศร้าของเธอเริ่มลดลงเรื่อย ๆ “แน่นอนอยู่แล้วว่ามันโผล่ต้องขึ้นมาในหัวของคุณบางเวลา และมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหารอบด้าน แต่มันก็ช่วยให้ลดความคิดแทรกซ้อนได้” ชาร์ลียอมรับว่า ไม่ว่าเธอจะเล่นเกมเตตริส หรือเข้ารับการบำบัดมากแค่ไหน ความทรงจำเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ แต่มันก็ช่วยให้เธอควบคุมตนเองได้มากขึ้น
ศาสตราจารย์โฮมส์อธิบายให้เข้าใจว่า การใช้เกมเตตริสเพื่อบำบัดความเศร้าไม่ได้เป็นเครื่องลบความทรงจำอย่างในภาพยนตร์เรื่อง Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) “สิ่งที่เราทำคือช่วยลดภาพอดีตที่แทรกเข้ามาในความคิดให้น้อยลง” อย่างไรก็ตามจากผลการทดสอบก็ช่วยให้เราเข้าใจการใช้เกมเพื่อบำบัดอาการ PTSD ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การใช้สื่อความคิดสร้างสรรค์ในการรักษาโรคได้ในอนาคต
ถึงแม้ว่าการเล่นเกมเตตริสจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหารอบด้านของอาการ PTSD แต่มันก็ทำให้สมองได้รับประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ตามงานวิจัยที่พิสูจน์ให้ได้เห็น เกมเตตริสอาจเป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้านที่เราหยิบมาเล่นได้เมื่อเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจในระหว่างที่จะไปพบแพทย์ หรือเล่นเพื่อเบี่ยงเบนความคิดที่ไม่ต้องการ และเพื่อลดความเครียดที่เกิดขึ้นได้ แต่การรักษาสภาพจิตใจจากเหตุการณ์ร้ายแรงก็ยังคงต้องอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญและการออกแบบวิธีการรักษาที่เหมาะสม
1 เกมฝึกสมองที่ปรากฏครั้งแรกในหนังสือ The Canterbury Puzzles เมื่อปี 1907 โดยคำว่า pentomino มาจากการผสมคำระหว่าง “penta” แปลว่า ห้า ในภาษากรีก และ “domino” หรือเกมโดมิโน โดยรูปทรงของ pentomino ประกอบไปด้วยรูปเรขาคณิตทรงสี่เหลี่ยมจำนวนห้ารูปวางเรียงกันเป็นรูปทรงใหม่
2 Post-traumatic stress disorder (PTSD) หรือ โรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เป็นโรคที่เกิดจากเหตุการณ์บอบซ้ำทางจิตใจหลังจากเจอเหตุการณ์รุนแรง อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์บาดเจ็บที่อันตรายต่อชีวิต หรือการถูกคุมคามต่อจิตใจอย่างรุนแรง หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยคือ การที่สมองฉายภาพเหตุการณ์เดิมซ้ำ ๆ อย่างฝันร้าย หรือเห็นภาพอดีต (flashback) ระหว่างใช้ชีวิตประจำวัน
ที่มา : บทความ "The Tetris effect: How video games opened a window to the brain" โดย Shelby Traynor
บทความ "Can playing Tetris help prevent PTSD if you’ve witnessed something traumatic?" โดย Daniel Bressington และ David A Mitchell
บทความ "Tetris Creators On Making Compromises for the Movie, Why the Game Boy is 'The Real Hero'" โดย Logan Plant
บทความ "This is Your Brain on Tetris" โดย Jeffrey Goldsmith
พอตแคสต์ตอน "Why people are playing Tetris to treat their trauma" รายการ All In the Mind
เรื่อง : นพกร คนไว