โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ผู้บริหาร Instagram รับมือภาพปลอมจาก AI ไม่ไหวแล้ว เปลี่ยนแนวทางติดป้ายอันไหนของจริงแทน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เมื่อของปลอมเนียนกว่าของจริง หัวเรือใหญ่อินสตาแกรม โยนโจทย์ให้ผู้ผลิตกล้องช่วยฝังลายเซ็นดิจิทัล หันมาใช้วิธีการติดป้ายอันไหนเป็นของจริงแทน

ในขณะที่เนื้อหาที่สร้างโดย AI เริ่มยึดครองพื้นที่บนโซเชียลมีเดียในปี 2025 อดัม มอสเซรี ผู้บริหารสูงสุดของอินสตาแกรมได้ให้ความเห็นว่า อินสตาแกรมรับมือกับการตรวจจับภาพปลอมจาก AI ไม่ไหวแล้ว และทิศทางคงต้องเปลี่ยนจากการติดป้ายว่าอันไหนเป็นของปลอมมาเป็นการรับรองว่าภาพไหนเป็นของแท้แทน

มอสเซรีกล่าวต่อไปว่า เครื่องมือที่ใช้ระบุตัวตนของ AI อย่างพวกลายน้ำนั้นพิสูจน์แล้วว่าไร้ประสิทธิภาพ เพราะมันถูกลบออกได้ง่ายและเทคโนโลยี AI ก็พัฒนาไปจนแนบเนียนเกินกว่าที่อัลกอริทึมจะตรวจจับได้แม่นยำ

มอสเซรีเสนอว่า การให้ผู้ผลิตกล้อง รวมถึงสมาร์ทโฟนใส่ลายเซ็นแบบเข้ารหัส หรือ Cryptographically ลงไปในไฟล์รูปภาพตั้งแต่กดชัตเตอร์ เพื่อให้เป็นหลักฐษนว่า ภาพนี้ถูกบันทึกจากเลนส์จริงๆ ไม่ใช่ภาพที่รันจากเซิร์ฟเวอร์

ผู้บริหารสูงสุดของอินสตาแกรมยังบอกด้วยว่า ภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ถูกขัดเกลาจนสวยกริบ (Polished) นั้น ถือว่าตายไปแล้ว และเขาเชื่อว่าบริษัทกล้องกำลังเดินผิดทางที่พยายามทำให้ทุกคนดูเหมือนช่างภาพมืออาชีพในอดีต

สิ่งที่มอสเซรีแนะนำก็คือ ภาพที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบที่ถูกสร้างจาก AI การพิสูจน์ตัวตนที่ดีที่สุดคือ การนำเสนอภาพที่มีความดิบ และไม่สมบูรณ์แบบ หรือบางครั้งก็ดูไม่ดีสักเท่าไหร่ เป็นการสื่อความหมายว่า นี่คือมนุษย์จริงๆ เป็นมนุษย์มีความบกพร่อง ไม่ได้ผ่านการพิมพ์ Prompt อย่างดีและละเอียด

ที่มา: @mosseri

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้บริหาร Instagram รับมือภาพปลอมจาก AI ไม่ไหวแล้ว เปลี่ยนแนวทางติดป้ายอันไหนของจริงแทน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...