โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พัค มิน-โฮ’ นักศึกษาผู้ถูกทรมานจนเสียชีวิต จุดไฟเดือดกลางกรุงโซล สะเทือนสัมพันธ์เกาหลีใต้–กัมพูชา

THE STATES TIMES

อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 05.10 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 07.15 น. • Hard News Team

'เดือดถึงโซล!' เกาหลีใต้ปะทุโกรธ หลังนักศึกษาถูกแก๊งสแกมกัมพูชาทรมานตาย — ผู้นำสั่งลุยทุกทางปกป้องพลเมือง โซล / 14 ตุลาคม 2025 — เกาหลีใต้ระอุทั้งประเทศ หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญ 'นักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลี' ถูกหลอกลวงไปกัมพูชา ก่อนถูกแก๊งสแกมจับขัง ทรมานจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม — จุดชนวนให้ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง สั่งระดม 'ปฏิบัติการทางการทูตเต็มรูปแบบ' และยกระดับคำเตือนการเดินทางไปกัมพูชาเป็นระดับพิเศษ พร้อมประกาศกร้าว “ชีวิตของพลเมืองเกาหลีทุกคน คือความรับผิดชอบสูงสุดของรัฐ!”

🔥 คดี 'พัค มิน-โฮ' จุดไฟเดือด — เหยื่อถูกทรมานจนตายกลางค่ายสแกม
เหยื่อคือ พัค มิน-โฮ อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยจากกรุงโซล ที่ถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชา ก่อนถูกขังในค่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บังคับให้ร่วมขบวนการหลอกลวงออนไลน์ พยานผู้รอดชีวิตเล่าว่า “เขาถูกซ้อมด้วยท่อเหล็ก ถูกช็อตไฟ จนเดินไม่ได้ หายใจไม่ออก และตายในรถระหว่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล” ศพของพัคยังคงถูกเก็บในห้องเย็นที่พนมเปญมานานกว่าสองเดือน ขณะที่ครอบครัวร่ำไห้เรียกร้องให้รัฐบาลนำร่างลูกชายกลับบ้าน “อย่างสมศักดิ์ศรีของมนุษย์” อัยการกัมพูชาได้ตั้งข้อหาฆาตกรรมกับผู้ต้องสงสัยชาวจีน 3 คน และยังมีอีก 2 รายที่หลบหนีไปได้ — จุดกระแสโกรธแค้นในเกาหลีใต้ราวกับระเบิดเวลา!

🧨 โซลตั้งโต๊ะพิเศษในพนมเปญ — สส.เสนอ 'ถึงขั้นใช้กำลังทหาร'
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีด่วน พร้อมสั่งตั้ง 'ทีมเฉพาะกิจฉุกเฉิน' ภายใต้การกำกับของที่ปรึกษาความมั่นคง วี ซอง-รัก (Wi Sung-lac) เพื่อเร่งช่วยเหลือและนำพลเมืองกลับประเทศโดยเร็วที่สุด รัฐบาลเตรียมส่งตำรวจชุดพิเศษไปตั้ง “โต๊ะตำรวจเกาหลี (Korean Desk)” ในพนมเปญ เพื่อร่วมสอบสวนกับตำรวจท้องถิ่นโดยตรง กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ยังได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำกรุงโซลเข้าพบ เพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการและขอคำชี้แจงเร่งด่วน แต่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนที่สุด คือคำกล่าวของ อี อึน-จู สส.พรรคประชาธิปไตย ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กอย่างดุเดือดว่า
> “ถ้ากัมพูชาไม่รับผิดชอบต่อชีวิตพลเมืองของเรา รัฐบาลเกาหลีควรพิจารณาทุกมาตรการ — แม้แต่การปฏิบัติการทางทหาร!”

⚠️ ยกระดับเตือนภัยกัมพูชา “ห้ามเดินทางถ้าไม่จำเป็น!”
หลังเหตุการณ์นี้ เกาหลีใต้ได้ยกระดับคำเตือนการเดินทางไปยังกัมพูชา — รวมถึงกรุงพนมเปญ สีหนุวิลล์ และภูเขาโบกอร์ — ขึ้นเป็น “ระดับพิเศษ” (Special Advisory) รัฐบาลประกาศชัดให้พลเมือง “หลีกเลี่ยงการเดินทางทุกกรณีที่ไม่จำเป็น” และให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง “รีบออกจากประเทศทันที”

📊 ตัวเลขสะท้อนวิกฤต — คดีเพิ่ม 20 เท่าภายใน 2 ปี!
จากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้:
ปี 2023 มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพียง 17 ราย
ปี 2024 พุ่งขึ้นเป็น 220 ราย และในปี 2025 จนถึงเดือนสิงหาคม ตัวเลขทะลุ 330 รายแล้ว! หลายคดีมีลักษณะคล้ายกัน — ถูกหลอกให้มาทำงาน, ถูกยึดพาสปอร์ต, ขังในค่าย, และบังคับให้ร่วมหลอกลวงออนไลน์

⚖️ Amnesty ชี้ 'กัมพูชาเพิกเฉย' ต่อค่ายสแกมกว่า 50 แห่ง
องค์กร Amnesty International เปิดเผยรายงานล่าสุด ระบุว่ามีค่ายสแกมขนาดใหญ่กว่า 53 แห่งทั่วกัมพูชา และกล่าวหาว่ารัฐบาลพนมเปญ “ปล่อยปละละเลย” จนปัญหาลุกลามเป็นระดับภูมิภาค ในโซล กระแสสังคมกำลังกดดันอย่างหนักให้รัฐบาลใช้ “มาตรการตอบโต้เชิงรุก” ต่อกัมพูชา — บางสำนักข่าวถึงกับพาดหัวว่า “เกาหลีอาจไม่ทนอีกต่อไป”

📍สรุป:
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ 'คดีอาชญากรรม' อีกต่อไป แต่กลายเป็น 'จุดแตกหักทางการทูต' ที่สั่นสะเทือนระหว่าง เกาหลีใต้–กัมพูชา และอาจกลายเป็นครั้งแรกที่กรุงโซล “ขู่ใช้มาตรการทางทหาร” ต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากรัฐบาลพนมเปญยังคงนิ่งเฉยต่อชีวิตคนเกาหลี!

📰 อ้างอิง:
The Guardian (14 Oct 2025) — Student’s alleged torture death by Cambodia scammers sparks turmoil in South Korea
Yonhap News Agency (Oct 2025)
Reuters (10 Oct 2025) — South Korea summons Cambodian ambassador over job scams

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...