โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“D7” ปัดฝุ่นแบรนด์กลับมาอีกครั้ง! เบนเข็มเข้าตลาด “ชาหมักคอมบูชะ” ดึงลูกค้าวัยรุ่น-วัยทำงาน

Positioningmag

อัพเดต 28 ก.ย 2565 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2565 เวลา 08.53 น.

“ไทยแอทลาสฯ” กลับมาปั้นแบรนด์“D7” (ดีเซเว่น) อีกครั้ง แต่เบนเข็มไปเจาะตลาด“ชาพร้อมดื่ม” แทนกาแฟกระป๋อง โดยเลือกนิชมาร์เก็ตอย่าง “ชาหมักคอมบูชะ” ฉีกแบรนด์มาเจาะกลุ่ม“ผู้หญิง” วัยรุ่น-วัยทำงานกำลังซื้อสูง เลือก“มาย-อาโป” ดาราวัยรุ่นชื่อดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อ 15 ปีก่อนมีแบรนด์กาแฟกระป๋องเจ้าหนึ่งที่ลุกขึ้นมาท้าชิงตลาดจากเบอร์ดี้และเนสกาแฟ แบรนด์นั้นชื่อ“D7” (ดีเซเว่น) น้องใหม่ที่เล่นใหญ่เลือก“ป๋อ-ณัฐวุฒิ สะกิดใจ” โหมโปรโมตเต็มที่ แต่ที่สุดก็ไม่สามารถดึงมาร์เก็ตแชร์ออกจากมือเจ้าใหญ่ได้สำเร็จ เพราะตลาดกาแฟกระป๋องนั้นนับว่า ‘ดุเดือด’ มาก
“จักรกฤช สุขวิวัฒน์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแอทลาสโกลบอล ฟูด จำกัด กล่าวว่า หลังจากไม่สามารถสู้ในสนามโมเดิร์นเทรดได้ กาแฟกระป๋อง D7 จึงปรับตัวมาลงตลาดร้านค้าดั้งเดิม (TT) เป็นหลักแทน และยังคงทำยอดขายได้ปีละประมาณ 10-20 ล้านบาท
ขณะเดียวกันบริษัทเริ่มใช้แบรนด์ D7 ผลิตสินค้าอื่นๆ แทน เช่น น้ำองุ่นขาวผสมนมเปรี้ยว แลคโต เจาะกลุ่มเด็กนักเรียน-ร้านค้าโรงเรียน ซึ่งทำยอดขายได้ดีกว่ากาแฟ
[caption id="attachment_1402159" align="alignnone" width="800"]

“จักรกฤช สุขวิวัฒน์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแอทลาสโกลบอล ฟูด จำกัด[/caption]
สำหรับจักรกฤชนั้นเป็นมือบริหารที่เข้ามาร่วมงานเมื่อ 5 ปีก่อน และได้รับโจทย์ให้ดึงแบรนด์ D7 ขึ้นมาผงาดใหม่ในตลาดแมส แต่ถ้าจะยังกลับมาดันผ่านผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋องคงเป็นไปได้ยาก
“คู่แข่งในตลาดกาแฟแข็งแรงมาก เราจึงหันมาลองตลาด ‘ชาพร้อมดื่ม’ แทน เริ่มจากเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นชาไทยกระป๋องแบรนด์D7 Kurve ใช้คุณบี้-สุกฤษฎิ์เป็นพรีเซ็นเตอร์ โชคร้ายที่เป็นช่วง COVID-19 พอดี ทำให้แคมเปญทำได้ไม่เต็มที่แต่ว่าการลองตลาดชาก็ทำให้เรารู้ว่าตลาดนี้ไปได้มากกว่า เพราะชาก็มีหลากหลายประเภท” จักรกฤชกล่าว

“ชาหมักคอมบูชะ” เทรนด์ใหม่ที่อาจเปลี่ยนจาก ‘นิช’ เป็น ‘แมส’ ได้

หลังจากนั้น ไทยแอทลาสฯ จึงตามหาผลิตภัณฑ์ใหม่จนมาลงตัวที่“ชาหมักคอมบูชะ” เพราะเห็นว่ากระแสเครื่องดื่มประเภทนี้กำลังนิยมไปทั่วโลก ในไทยก็มีกระแสมาแล้ว 3-4 ปี ถือเป็นนิชมาร์เก็ตที่มีศักยภาพขายได้ในระดับแมส
คุณสมบัติหลักของชาหมักที่ทำให้ดีต่อสุขภาพ คือการมีโพรไบโอติกที่ได้จากการหมัก จึงช่วยปรับสมดุลลำไส้ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องผูก เติมแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ รวมถึงรสชาติจะออกเปรี้ยวอมหวานโดยธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสดชื่น
[caption id="attachment_1402162" align="alignnone" width="1568"]

ชาหมัก คอมบูชะ D7

ชาหมัก D7[/caption]
สรุปแล้ว นี่คือชาที่น่าจะเหมาะกับกระแสรักสุขภาพที่มาแรงยิ่งขึ้นในไทยหลังเกิดโรคระบาด หากปรับราคามาให้เหมาะกับตลาดแมส เพราะสินค้านิชมาร์เก็ตหรือโฮมเมดที่มีอยู่ในตลาดราคาจะค่อนข้างสูง ประมาณ 60-100 กว่าบาทต่อขวด

ตลาดเล็กที่เจ้าใหญ่เข้ามาจับแล้ว

ดูเหมือนว่า ‘เจ้าใหญ่’ จะเล็งเห็นตลาดนี้เหมือนกัน เพราะระหว่างกำลังวิจัยสูตรอยู่นั้น “บีทาเก้น” ก็เปิดตัวชาหมักคอมบูชะออกมาในเดือนมกราคม 2565 ก่อนที่ D7 จะได้ลงสู่ตลาดบ้างในเดือนพฤษภาคม 2565
เทียบผลิตภัณฑ์ของทั้งสองแบรนด์ ทางฝั่ง “บีทาเก้น” จะเป็นชาหมักบรรจุขวดพลาสติก shelf-life สั้น มาในราคา 15 บาทสำหรับไซส์ 200 มล. และราคา 25 บาทสำหรับไซส์ 335 มล. ส่วนทาง “D7” จะเป็นชาหมักในกระป๋องอะลูมิเนียม shelf-life ยาว 1 ปี มีไซส์เดียว 240 มล. ราคา 30 บาท
[caption id="attachment_1402163" align="aligncenter" width="500"]

ชาหมัก คอมบูชะ

ตลาดระดับแมส ปัจจุบันมี 3 แบรนด์ที่ลงมาแข่งขัน ได้แก่ บีทาเก้น, ดีเซเว่น และ มายด์[/caption]
นอกจากนี้ “มายด์ คอมบูชะ” ยี่ห้อชาหมักที่อยู่ในตลาดนิชมานาน ขายในราคาขวดละกว่า 100 บาท ก็เริ่มปรับตัวมาสู่ตลาดแมสแล้วโดยออกขายเป็นชาหมักโซดากระป๋องในราคา 35 บาท

เห็นได้ว่าตลาดกำลังเริ่มเติบโต โดยจักรกฤชประเมินว่าขณะนี้ตลาดชาหมักอาจจะเล็ก มูลค่าปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ 1,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น เทียบกับตลาดรวมชาพร้อมดื่มมูลค่าปีละกว่า 30,000 ล้านบาทแต่เชื่อว่าปีต่อๆ ไปชาหมักจะโตได้ปีละ 20% ด้วยคู่แข่งที่เข้ามาช่วยสร้างซัพพลาย ช่วยกันสร้างดีมานด์ ให้ความรู้แก่ลูกค้าใหม่ๆ ได้รู้จักประโยชน์ของชาหมัก

D7 เลือก“มาย-อาโป” เป็นพรีเซ็นเตอร์ ดึงดูดวัยรุ่น

สำหรับชาหมัก D7 วางเป้าทำยอดขายคอมบูชะที่ 60-70 ล้านบาทภายในปี 2565 (เป้ารวมทุกผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 200 ล้านบาท) โดยทำการตลาดผ่านพรีเซ็นเตอร์คือ “โบว์-เมลดา สุศรี” เป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้า และ “มาย-อาโป” มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ สองดาราวัยรุ่นชายที่โด่งดังในหมู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งจะช่วยดึงให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์ D7 มากขึ้น มีกิจกรรมที่สร้างความผูกพัน ได้ลองชิมชาหมักของแบรนด์
[caption id="attachment_1402164" align="aligncenter" width="501"]

D7

"มาย-อาโป" พรีเซ็นเตอร์ล่าสุดที่ D7 เลือก[/caption]
ทาร์เก็ตกรุ๊ปของชาหมัก D7 จะเจาะกลุ่ม“ผู้หญิง” ช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยเริ่มทำงาน และเป็นผู้มีกำลังซื้อในระดับกลางขึ้นไป เน้นคนที่ต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่แบรนด์ยังให้ความรู้สึกทันสมัยด้วย
คาดว่าปี 2566 ชาหมัก D7 จะทำยอดขายโต 20% จากปีนี้ และจะทำให้ชาหมักคอมบูชะกลายเป็น"ฮีโร่โปรดักส์” ทำยอดขายเกิน 50% ของรายได้รวมบริษัทภายใน 5 ปี
เมื่อถามถึงการพลิกแบรนด์ D7 จากกาแฟกระป๋องมาเป็นชาหมัก ซึ่งทาร์เก็ตกรุ๊ปต่างกันสิ้นเชิง มีความกังวลหรือไม่ว่าภาพลักษณ์แบรนด์จะ ‘ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน’
คำถามนี้จักรกฤชมองว่า ด้วยกลุ่มเป้าหมายของชาหมักจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะ ‘จำไม่ได้’แล้วว่า D7 คือแบรนด์อะไร ทำให้นี่จะเป็นการเริ่มบทใหม่ทางการตลาด เสมือนการสร้างใหม่ตั้งแต่ศูนย์สำหรับคนกลุ่มนี้ จึงมั่นใจว่าแบรนด์ D7 จะไม่ติดภาพเดิมๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...