โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 กรกฎาคม 2567

สวพ.FM91

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 22.37 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 22.37 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 กรกฎาคม 2567

>> ไฟไหม้บ้านทรงไทย ย่านพระประแดง เสียหายวอดทั้งหลัง

07.50 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสยามพัฒนา 10 ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

สถานที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านทรงไทย โครงสร้างไม้ ชั้นเดียวปลูกติดกันจำนวน 2 หลัง รอบข้างจะเป็นป่าหญ้า เพลิงลุกไหม้จำนวนหนึ่งหลัง เสียหายทั้งหมด โดยมีรถน้ำดับเพลิงของ เทศบาลเมืองปู่เจ้า และอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย เข้าระงับเหตุ ร่วมกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนสาเหตุและค่าเสียหาย ระหว่างการสอบสอบสวน

>> สองแถวพัทยา ทำนักท่องเที่ยวตกรถ บาดเจ็บอาการสาหัส

08.36 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งมีคนตกรถสหกรณ์สองแถว ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสายสองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ บนพื้นถนนพบร่างนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 48 ปี สัญชาติจีน ได้รับบาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนคู่กรณีเป็นรถสหกรณ์สองแถว ได้ขับออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง

สอบถาม น.ส.ศรีไพร เล่าว่า ขณะที่ตนเองนั่งรอผู้โดยสาร มีคนตะโกนเรียกให้ช่วยนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุตกจากรถสหกรณ์แถว ได้รับบาดเจ็บ แต่รถสหกรณ์สองแถวไม่ได้จอดช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ กลับขับออกไปอย่างรวดเร็ว ตนเองจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองพัทยา ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานพร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิด เพื่อติดตามรถสหกรณ์สองแถวคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่ตำบลท่าแร่ เสียหายวอดหมดทั้งหลัง จ.สกลนคร

09.15 น. รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ชุดวายุ เทศบาลตำบลท่าแร่ มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ริมถนนเส้นทางสกลนคร-นครพนม ฝั่งมุ่งหน้าบ้านหนองบัวทอง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สกลนคร

ที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนและมีกลุ่มควันจำนวนมาก ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไหม้ เพลิงได้โหมไหม้รุนแรง ทางเจ้าหน้าที่อาสาบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยรถดับเพลิงทั้งในพื้นที่ท่าแร่ เร่งระดมหัวฉีดน้ำจนสามารถควบคุม และเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา เบี้องต้นเสียหายหมดทั้งหลัง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสกลนคร สาขาย่อยท่าแร่

>> รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งบนสะพานพระราม 4 ผู้ขับขี่เสียชีวิต

10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดช่วงทางโค้ง บนสะพานพระราม 4 ฝั่งขาออก ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 45 ปี นอนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว-แดง ทะเบียนป้ายเหลือง กรุงเทพมหานคร โดยก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยพยายามยื้อชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจนานกว่า 30 นาที แต่ไม่เป็นผลขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบช่วงแบริเออร์ขอบทาง พบร่องรอยเฉี่ยวชน ก่อนรถจะล้มและไถลไปกับพื้นไกลกว่า 20 เมตร

เบื้องต้น ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ โดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะขับขี่รถมาด้วยความเร็วและไม่สามารถประครองรถได้ในช่วงทางโค้งเป็นเหตุให้รถเกิดเสียหลักพุ่งชนขอบจนเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งว่ามีรถอื่นเฉี่ยวชนก่อนหรือไม่

>> ขอเข้ามอบตัวแล้ว มือมีดแทงหนุ่มเมียนมาดับ ย่านแฮปปี้แลนด์

10.58 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตบริเวณด้านข้างห้างฯ ย่านแฮปปี้แลนด์ เขตบางกะปิ พบผู้เสียชีวิตชาวเมียนมา อายุ 34 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาดำ กางเกงขายาวสีเข้ม ใช้อาวุธมีดพกแทงเข้าที่คอผู้ตาย ก่อนจะหลบหนีไป เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 67

พยานในที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและผู้เสียชีวิตเดินออกมาจากห้องจะไปหาเพื่อน ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุก็ขี่รถจยย.มาจอดข้างๆ แล้วบอกว่าผู้เสียชีวิตเดินตัดหน้ารถ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักหรือเคยมีปัญหากัน ก่อนจะแสดงความไม่พอใจ แล้วลงจากรถปรี่เข้าต่อยผู้เสียชีวิต ซึ่งตนก็พยายามห้าม ส่วนผู้เสียชีวิตก็ขอโทษแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุไม่สนใจ หลังจากนั้นจึงชักมีดออกมาแทงผู้เสียชีวิตแล้วรีบขี่รถจยย.หลบหนี

ล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สน.ลาดพร้าว เผยว่า นายเอกอิสระ อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้ติดต่อขอมอบตัวแล้ว โดย ตำรวจสืบสวน สน.ลาดพร้าว ได้นำตัวนายเอกอิสระ มาสอบปากคำอย่างละเอียดที่ห้องสืบสวน เพื่อขยายผลทางคดีถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

>> ปภ.เผยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.ตราด อุบลราชธานี และ เพชรบูรณ์ พร้อมประสานพื้นที่ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน

11.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในพื้นที่ รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ตราด อุบลราชธานี และ เพชรบูรณ์ รวม 5 อำเภอ 13 ตำบล 65 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล 6 ชุมชน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,438 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลงและทรงตัว

ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในเขตรับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าดำเนินการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และให้การช่วยเหลือประชาชน ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วได้เร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติ เพื่อประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

>> โชเฟอร์สองแถวดอดมอบตัว อ้างไม่รู้ นทท.จีน ขึ้นมาแล้วพลัดตกตอนไหน ส่วนคนเจ็บได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล

13.00 น. จากกรณี นักท่องเที่ยวชาวจีน พลัดตกรถโดยสารสหกรณ์สองแถวพัทยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำส่ง รพ.เมืองพัทยา เหตุเกิดบนพัทยาสายสอง โดยสหกรณ์สองแถว ไม่จอดดูผู้บาดเจ็บ แต่กลับขับออกไปเลย

ล่าสุด นายชอ (นามสมมุติ) คนขับรถสหกรณ์สองแถวหมายเลข 21 หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง ชลบุรี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ชานนท์ เกษรบัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา โดยให้การปฏิเสธเสียงแข็งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นายชอ คนขับให้การอ้างว่า ตนเองไม่รู้จริงๆว่า ทำนักท่องเที่ยวตกรถ เพราะตอนแรกมีนักท่องเที่ยวประมาณ 7-8 คน จากวงเวียนปลาโลมา พัทยาเหนือ แล้ววิ่งมาตามถนนเลียบชายหาด ก่อนจะส่งนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่ปากทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีท ซึ่งตนเองก็ดูแล้วว่า นักท่องเที่ยวลงจนหมดทั้งคัน และก็ยังไม่ทราบว่า นักท่องเที่ยวที่ตกรถนั้นขึ้นโดยสารมาตอนไหน ทำไมตนเองถึงไม่เห็น ซึ่งมาทราบก็ตอนที่เจ้าของรถโทรมาแจ้งว่า ตนเองทำผู้โดยสารพลัดตกเสียชีวิต ก็รีบเดินมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมยืนยันว่า หากรู้ว่านักท่องเที่ยวพลักตก จะต้องจอดดูอย่างแน่นนอน แต่ตนเองไม่ทราบจริงๆ ขอสังคมโปรดเข้าใจ

เบื้องต้น ร.ต.อ.ชานนท์ เกษรบัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้สอบปากคำ นายชอ คนขับรถสองแถว ก่อนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฏหมายต่อไป

>> ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด รวบผู้ต้องหาเกือบ 20 ราย
15.24 น. กองบังคับการปราบปรามและกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 16 ราย ในข้อหา "ครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ และเสพฯ" พร้อมของกลาง ยาบ้าทั้งหมด จำนวน 2,702 เม็ด,อาวุธปืน 2 กระบอก หลังลงพื้นที่จับกุม ในพื้นที่ อ.เมือง, อ.ธวัชบุรี, อ.ทุ่งเขาหลวง, อ.อาจสามารถ, อ.จตุรพักตรพิมาน, อ.เสลภูมิ, อ.ศรีสมเด็จ และ อ.โพธิ์ชัย ใน จ.ร้อยเอ็ด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม นายสุ พร้อมด้วย ยาบ้า 2,020 เม็ด พบเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบถึง กลุ่มผู้ค้าอื่น, กลุ่มลูกค้า, กลุ่มที่ทำหน้าที่นักบิน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการขายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ดและศาลอนุมัติตามคำร้องขอ

ต่อมา ตำรวจสอบสวนกลาง ได้เปิดปฏิบัติการ “ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด” ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นจำนวน 12 จุด ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน และขยายผลจับกุมเพิ่มเติมได้อีก 7 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ 16 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ยาบ้า จำนวนทั้งหมด 2,702 เม็ด, อาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก, โทรศัพท์มือถือ และอีกหลายรายการที่เกี่ยวข้อง จากนั้นทำการสืบสวนขยายผลและนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> นายกฯ ลงพื้นที่ สน.ห้วยขวาง สั่งตรวจสอบป้ายโฆษณาซื้อขายพาสปอร์ต

16.22 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพป้ายโฆษณาภาษาจีนชวนซื้อพาสปอร์ตย้ายประเทศกลางย่านรัชดา พร้อมระบุแหล่งติดต่อชัดเจน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ จนล่าสุดพบว่ามีการปลดป้ายดังกล่าวลงมาแล้ว และตำรวจ สน.ห้วยขวาง ก็ได้เชิญคนที่เข้าปลดป้ายโฆษณาไปสอบปากคำ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ติดตามสอบถามข้อเท็จจริงถึงกรณีดังกล่าว พบว่าขึ้นป้ายเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ซึ่งล่าสุดได้ดำเนินการรื้อถอนเสร็จแล้วเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ นายกรัฐมนตรี สั่งให้ตรวจสอบที่มาที่ไป ถึงการขึ้นป้ายโฆษณาดังกล่าวและหากมีความผิดตามกฎหมายก็ให้ดำเนินการตามกระบวนการ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังสั่งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้มงวด ในพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากเขตห้วยขวางมีการเข้ามาลงทุนทำธุรกิจของชาวจีนจำนวนมาก จึงอยากให้เข้มงวดตรวจสอบทุกอย่างต้องดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดเรื่องของยาเสพติดและเรื่องหนี้นอกระบบในพื้นที่ ที่รับผิดชอบด้วย

>> เพลิงไหม้โกดังเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้า ย่านลาดกระบัง เสียหายวอดทั้งหลัง

17.12 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยฉิมพลอยผล ถนนพัฒนาชนบท 3 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโกดังคอนกรีตชั้นเดียวหลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในโกดัง เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ไร่

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า

>> จับกุม 3 ผู้ต้องหา ลอบขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด สารภาพได้รับค่าจ้าง 4.5 หมื่นต่อครั้ง

18.00 น. นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานแถลงข่าวตรวจยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด ที่สถานีตำรวจภูธรปากชม อ.ปากชม จ.เลย

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ได้รับรายงานจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 21 ก.ค. มีรถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถกระบะอีซูซุ สีบรอนด์เงิน ทะเบียนเพชรบูรณ์ ขับมาที่ด่านตรวจ ลักษณะต้องสงสัย จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น ทราบชื่อว่า นายถิรายุ อายุ 24 ปี คนขับรถกระบะ , นายจีรวุธ อายุ 23 ปี, นายวัชรินทร์ อายุ 20 ปี, ขี่รถจักรยานยนต์ จากการตรวจค้นพบยาบ้า 5 กระสอบ รวม 1,000,000 เม็ด จึงได้จับกุมตัวพร้อมของกลาง มาขยายผลที่ สภ.ปากชม

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 3 สารภาพว่า ได้มารับยาบ้าจาก อ.ปากชม เพื่อนำไปส่งที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 45,000 บาท ทำแล้ว 3 ครั้ง และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากชม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> บุกยิงยกครัวดับ 4 ศพ ตร.เร่งติดตามจับกุม หลังเกิดเหตุมือปืนหนีไปจบชีวิตที่บ้านพัก

21.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงถล่มฆ่ายกครัว 4 ศพที่บ้านพัฒนา ตำบลหนองไผ่ อำเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

จากการการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้เสียชีวิต 4 ศพ ประกอบไปด้วย น.ส.ดวงเดือน อายุ 41 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่, นายปรมัตถ์ อายุ 39 ปี สามีใหม่ อาชีพทนายความ, นางหยกมณี อายุ 66 ปี มารดา น.ส.ดวงเดือน และนายบุญเลื่อน อายุ 61 ปี น้องเขยนางหยกมณี

มีรายงานว่าในที่เกิดเหตุ มีผู้รอดชีวิต เป็นเด็กชายวัย 10 ขวบ เป็นลูกของผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสียชีวิต วิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือ สำหรับมือปืนที่ก่อเหตุและอยู่ระหว่างหลบหนี คาดว่าน่าจะเป็น นายเขี้ยว ซิ่งเป็นอดีตสามีเก่า ที่เคยมีการข่มขู่ว่าจะฆ่ายกครัว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเร่งสอบสวนพยานแวดล้อม และติดตามจับกุมตัวนายเขี้ยวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ซึ่งต่อมา มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ นายเขี้ยว หลบหนีกลับบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ ไปใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตหนีความผิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

>> เหตุลอบบึ้ม ศาลาที่พัก ริมถนนทางหลวงหมายเลข 42 ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

22.00 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา มีเหตุระเบิดเกิดขึ้น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 42 ช่วงเส้นทางแยกดอนยาง มุ่งหน้า อ.หาดใหญ่ บริเวณทางกลับรถใกล้เคียงปั๊มบางจาก ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณริมถนน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลหนองจิก และรถยนต์ชาวบ้านเสียหาย 1 คัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อดับไฟ และปิดกั้นพื้นที่เพื่อเข้าเก็บพยานหลักฐานต่อไป เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...