กินข้าวให้อร่อยมากขึ้น กับเทคนิค “ดู ดม เคี้ยว อม กลืน” โดย นพ ธรรมวานิช นักออกแบบผู้คิดค้นโมเดลชิมข้าว
หากพูดถึงเรื่อง “ข้าว” หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นอาหารหลักที่กินกันมาตั้งแต่เกิด แต่จะมีใครรู้บ้างว่าจริงๆ แล้วข้าวมีมากมายหลายสายพันธุ์ นับแค่เฉพาะในประเทศไทยก็มีมากกว่า 20,000 สายพันธุ์เข้าไปแล้ว แต่ทำไมคนไทยถึงได้กินและรู้จักข้าวเพียงไม่กี่สายพันธุ์ และหลายคนมองข้ามความมหัศจรรย์ของข้าวไป บ้างก็เป็นเพราะความเคยชิน บ้างก็เป็นเพราะไม่ทราบจริงๆ ว่า “ข้าว” ยังมีเรื่องมหัศจรรย์ให้เราค้นหาอีกมากมาย
ซึ่งเมื่อไม่มีกี่วันมานี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณนพ ธรรมวานิช นักออกแบบผู้คิดค้นโมเดลชิมข้าว โดยคำถามที่เรายิงไปคำถามแรกคือ จากที่ทำงานสายดีไซน์ ทำแอนิเมชันเป็นหลัก แล้วมาเข้าสู่วงการข้าวได้ยังไง? ทางอาจารย์นพ ตอบกลับมาว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่คลาสสิกมาก แต่ก็เชื่อว่าต้องเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้มากๆ เพราะไม่งั้นทุกคนคงไม่รวมใจกันถามคำถามนี้มา
“จริงๆ ต้องบอกว่างานหลักที่ผมทำ ผมทำงานด้านดีไซน์ ในหลายมีเดีย ทำทั้งออนไลน์ แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ และงานด้านคอนเทนต์ พอดีมีจังหวะหนึ่งที่เพื่อนของผมได้ไปทำงานด้านวิดีโอและการสื่อสารให้กับโครงการชื่อ Thailand Gastronomy Tourism ที่ภาคอีสาน เขาก็มาชวนผมไป ผมก็ตอบตกลงไปช่วยทำดีไซน์ Corporate Identity หรือเรียกย่อๆ ว่า CI ไปช่วยออกแบบอัตลักษณ์ รูปแบบต่างๆ ของงาน และพอทำไปเรื่อยๆ ผมก็เริ่มรู้สึกยิ่งสนุกกับงาน สนุกกับการทำคอนเทนต์ ก็เลยจับพลัดจับผลูได้ไปที่จังหวัดสกลนคร ได้ไปดูไปลงพื้นที่จริงๆ จนทำให้ได้ไปรู้จักกับกลุ่มผู้ปลูกข้าวหอมดอกฮัง เราก็รู้สึกตื่นเต้นกับข้าวหลากหลายสายพันธุ์ที่ได้เห็น และพื้นฐานเดิมที่ผมชอบเรื่องอาหารอยู่แล้ว และมาบวกกับที่ผมเป็น Coffee Roaster เข้าไปอีก เลยนำเอาประสบการณ์ วิธีการชิมกาแฟมาใช้กับงานข้าว คือทำเป็นโมเดลชิมข้าวขึ้นมา ให้คนได้ลิ้มรส ดมกลิ่น สัมผัส และดื่มด่ำกับการกินข้าว เหมือนกับการดื่มกาแฟ แล้วจะได้เอาตรงนั้นมาถกกันว่าข้าวแต่ละสายพันธุ์มีสัมผัส รูป รส กลิ่น ที่แตกต่างกันยังไง นี่คือวัตถุประสงค์แรกที่ผมเริ่มทำโมเดลชิมข้าวขึ้นมา”
**ถ้าคนไทยหันมาพิถีพิถันกับการกินข้าว เหมือนกับการดื่มกาแฟ
และจิบไวน์ จะเกิดอะไรขึ้นกับวงการข้าวไทย?**
“เชื่อไหมว่าตอนที่ผมเริ่มทำโมเดลชิมข้าวครั้งแรกผมหวังเพียงให้มีคนมาร่วมชิมข้าวที่ผมหามาไม่ถึง 20 คน แต่พอถึงวันเปิดให้ชิมข้าวจริงๆ ไม่รู้ว่าผู้คนหลั่งไหลมาจากไหน มีทั้งเชฟไฟน์ไดนิ่ง คนทำกาแฟ คนทำไวน์ นักชิมวิสกี้ สายอนุรักษ์ธรรมชาติ และคนจากอีกหลายวงการหลั่งไหลกันเข้ามาชิมข้าวที่เราจัดขึ้นมา ตอนนั้นทำให้ผมรู้เลยว่าถึงแม้ว่าเราจะเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่ก็สามารถช่วยสร้างความหวังในการพัฒนาวงการข้าวไทยได้เหมือนกัน โดยเริ่มต้นเรามองจากง่ายๆ คือพอเรารับรู้ได้ว่าข้าวมีความแตกต่างกัน เราก็เลยคิดว่ามันจะเกิดการเลือกกลิ่นในข้าวที่ตัวเองชอบ ข้าวที่เหมาะกับอาหารนั้น ซึ่งมันก็คล้ายกับไวน์แพรริ่ง คือการจับคู่ไวน์ให้เข้ากับอาหาร”
ฉะนั้นถ้าคนไทยหันมาพิถีพิถันกับการกินข้าวให้มากขึ้น กินข้าวให้ช้าลงเพื่อสัมผัสรสชาติ กลิ่นของข้าวให้นานขึ้น สิ่งที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของข้าวไทยคือ ข้อแรกจะเกิดการเลือกหรือค้นหาสายพันธุ์ข้าวที่ไม่ใช่สายพันธุ์หลักมากขึ้น หรือข้าวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมากขึ้น เพราะฉะนั้นหมายความว่าข้าวที่ถูกปลูกในลักษณะที่มีความแตกต่าง และสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างจะมีมูลค่ามากขึ้น
เมื่อข้าวเหล่านี้มีมูลค่ามากขึ้น ผมมองว่ามันจะส่งต่อไปให้เกษตรกรปลูกข้าวในเชิงประณีตมากขึ้น นั้นก็คือ “การปลูกข้าวอินทรีย์” เพราะมีมูลค่าสูงกว่าการปลูกข้าวแบบเดิม 3-4 เท่า เหตุผลต่อมา จะทำให้เกิดการอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าว และเกิดการเลือกปลูกข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกของแต่ละพื้นที่ ซึ่งคุณนพมองว่าอันนั้นจะทำให้เกิดด้านการอนุรักษ์ด้วย เกิดในด้านของไม่ต้องไปปลูกข้าวเหมือนกัน ราคาก็จะตกพร้อมกัน และสุดท้าย การนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน เนื่องจากข้าวเป็นวัตถุดิบที่ประเทศเรามีหลากหลาย
ถ้าข้าวเป็นวัตถุดิบที่จะถูกต่อยอด มันก็จะสร้างมูลค่าต่อยอดไปได้อีกมากมาย หรือเปรียบเทียบง่ายกับ ‘สาเกของญี่ปุ่น’ แล้วมานึก ‘สาโท’ ของบ้านเรา บ้านเรามีข้าวหลากสี ในขณะที่สาเกญี่ปุ่นทำจากข้าวขาวอย่างเดียว วาไรตี้ของรสชาติมันแตกต่างกันมาก แล้วก็ตั้งแต่เราทำ จึงได้ไปคุยกับคนที่หมักสาโทเขาก็บอกว่า คุณสมบัติของข้าวที่แตกต่างตั้งแต่ต้น มันยังอยู่เมื่อถูกแปรรูปแล้ว เพราะเมื่อข้าวแต่ละพันธุ์ นำไปทำบางอย่าง ข้าวก็ยังเก็บคุณสมบัติ เก็บรสชาติอะไรของมันเอาไว้ แล้วมันจะสร้างความแตกต่างเป็นโปรดักต์เต็มไปหมด
**กินข้าวให้เป็นงานคราฟต์
“ดู ดม เคี้ยว อม กลืน”แล้วเราจะกินข้าวอร่อยขึ้น**
หลายคนถามคุณนพว่า มีเทคนิคกินข้าวอย่างไงให้อร่อยมากขึ้น คำตอบคือ “กินข้าวให้เป็นงานคราฟต์” ผ่านกระบวนการ ที่เราเรียกว่า “ดู ดม เคี้ยว อม กลืน” เรามองว่าข้าวเริ่มต้นถูกแบ่งเป็นหน้าตา บางทีเราเห็นข้าวหน้าตาต่างกัน เพราะฉะนั้นต้องดูมันก่อน ดูหน้าตา ส่วนกลิ่นเรารับรู้ได้ 2 รอบ คือรับรู้กลิ่นตอนดม กับกลิ่นที่เราได้รับตอนที่เราเคี้ยว แล้วเคี้ยวกับอมคืออันเดียวกัน คือเราทำให้อยู่ในปากนานขึ้น เพราะจริงๆ ข้าวถูกย่อยในปาก เพราะฉะนั้นกระบวนการจะต้องเกิดขึ้นตอนนั้น แล้วความหวาน รสชาติ ถัดมาจะเกิดขึ้นในปากของเรา กลืน คำว่ากลืนของผม คือกลืนไปแล้วอย่าเพิ่งกินคำใหม่ เพราะว่าข้าวจะเหมือนอาหารอื่นๆ ที่มีอาฟเตอร์เทสเหมือนกัน เพราะจะมีรสชาติความหวานในปากเหลืออยู่ในลำคอ หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายคือการกินข้าวให้ช้าลง กินข้าวให้เป็นพระเอก แล้วเราจะได้สัมผัสรสชาติของข้าวอย่างแท้จริง”
ความมหัศจรรย์ของข้าวไทย
“ในมุมของผมมีหลักๆ อยู่ 3 สิ่งมหัศจรรย์ เริ่มต้นจากความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าว เพราะจริงๆ แล้วข้าวที่สามารถเก็บอนุรักษ์สายพันธุ์กันได้ มีไม่ต่ำกว่า 5,800 สายพันธุ์ แล้วรสชาติก็แตกต่างกันจริงๆ และนอกจากสายพันธุ์และรสชาติที่แตกต่างกันแล้ว ถึงแม้จะเป็นข้าวสายพันธุ์เดียวกันแต่ปลูกคนละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกันอีกเช่นกัน อย่างข้าวหอมมะลิจึงสามารถจดทะเบียน GI ได้หลายตัว ทั้งที่เป็นข้าวหอมมะลิเหมือนกัน ถัดมาคือเรื่องของความมหัศจรรย์ของรสชาติ เพราะเรามีโอกาสได้กินข้าวใหม่ ซึ่งถ้าเราใครเคยได้กินข้าวใหม่มากๆ จากนา มันจะมีความหอม เหนียว นุ่ม รสชาติที่มหัศจรรย์ แล้วเรามีโอกาสที่จะได้เจอสิ่งนั้น ก็ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผมมากครับ
สุดท้ายคือ ผมว่าความมหัศจรรย์ของข้าวไทย คือคนไทยมีวัฒนธรรมเกี่ยวกับข้าวเยอะ แล้วก็มีความผูกพันเยอะ คือเอาง่ายๆ ว่าผมไปจัดนิทรรศการบนตึก TCDC แล้วจัดอยู่บนชั้น 2 จะมีน้องๆ นักศึกษาที่เขาไม่รู้ว่ามีจัดงานข้าวอยู่ข้างบน แต่เขาเดินตามกลิ่นขึ้นมา แล้วเรารู้สึกว่าสนุกจังเลย เพราะได้เห็นเด็กวัยรุ่นมาชิมข้าวเราอย่างจริงจังมาก เพราะตอนแรกผมไม่คิดว่าวัยรุ่นจะสนใจด้วยซ้ำ แต่ผิดคาดเพราะเขาให้ความสนใจ เพราะเขาไม่รู้ว่ามีสิ่งนี้ไทยประเทศไทย”
เชื่อว่าเมื่อทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วการกินข้าวของทุกคนจะเปลี่ยนไป เราจะสนุกกับการกินข้าวมากขึ้น และถ้าอยากได้เคล็ดลับการชิมข้าวที่ลึกซึ้งขึ้น รวมถึงเคล็ดลับการสร้างมูลค่าข้าว ให้เป็นได้มากกว่าแค่ทางผ่านอาหาร วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน ให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาพบกับคุณนพ ธรรมวานิช นักออกแบบผู้คิดค้นโมเดลชิมข้าว ที่จะมาบอกเคล็ดลับการชิมข้าวยังไงให้อร่อย ที่งานมหัศจรรย์ข้าวไทย2024
/////////////////////////////////////////////////
✨ ถ้าอยากรู้จัก “ข้าว” ให้มากขึ้น พบกันได้ที่ #งานมหัศจรรย์ข้าวไทย2024 งานที่มัดรวมข้าว GI ที่หายากจากทุกสารทิศทั่วไทยมาไว้ในงานเดียว!
.
✨ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนจากภาคไหน ชื่นชอบข้าวสายพันธุ์ใด อยากชวนมางาน ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ ที่ได้มัดรวมความเป็นที่สุดของ #ข้าวไทย มาไว้ในงานเดียว พบ ‘ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย’ กับนิทรรศการข้าว ที่โชว์ให้รู้ว่าข้าวไทยทำถึง แถมยังรวบตึงข้าว GI พันธุ์ไทยแท้ สุดแสนหายากจากทั่วฟ้าเมืองไทยกว่า 20 สายพันธุ์ มาให้รู้จัก ได้ลองสัมผัส และได้ชิม พร้อมจัดเต็มเวทีทอล์ก ที่ครบรสทั้งความรู้ ความบันเทิง และการแชร์ประสบการณ์จากกูรูด้านข้าวตัวจริงเสียงจริง
.
✨ จุใจไปอีก! กับทัพเชฟชื่อดังที่มาทำให้ดู มาโชว์ให้เห็น มาสาธิตให้ชิม กับสารพัดเมนูสุดพิเศษจากข้าวไทย ที่บอกได้เลยว่าข้าวไทยทำอะไรก็อร่อย ปิดท้ายวันแบบเต็มอิ่มด้วยดนตรีที่ทำให้ใจฟู พร้อมเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าเกี่ยวกับข้าวที่หลากหลายกันให้หนำใจ
.
‘ชม’ พันธ์ุข้าวไทยที่ดีที่สุด จากทั่วฟ้าเมืองไทย
‘ชิม’ ข้าว GI ทรงคุณค่า กว่า 20 พันธ์ุ
️‘ช้อป’ ข้าวสาร ร้านอาหาร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไทย กว่า 100 ร้านค้า
‘โชว์’ 7 เวทีสาธิตเมนูจากข้าว และการสาธิตเมนูพิเศษจากข้าว พร้อมแจกสูตร ฟรี!
️‘แชร์’ เรื่องราวและประสบการณ์จาก 15 เวที ที่เป็นที่สุด โดยกูรูและคนในวงการข้าวตัวจริง
.
มาชิมให้รู้ มาชมให้เห็นกับตา ที่งาน ‘มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024’ เนรมิตพื้นที่ฮอลล์ เพื่อโชว์ความเป็นที่สุดและความมหัศจรรย์ของข้าวไทยพร้อมร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทยให้คนทั่วโลกได้รู้จัก
พบกันวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2567
⏰เวลา 10.00-20.00 น.
ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน (BL27) ทางออกที่ 2
งานนี้เข้าฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย
.
ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี : https://www.matichonevent.com/amazingthairice2024/
.
#มหัศจรรย์ข้าวไทย2024 #ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย #ข้าวไทย #เทคโนโลยีชาวบ้าน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กินข้าวให้อร่อยมากขึ้น กับเทคนิค “ดู ดม เคี้ยว อม กลืน” โดย นพ ธรรมวานิช นักออกแบบผู้คิดค้นโมเดลชิมข้าว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com