โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

นางร้ายจะเฉิดฉาย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 18.24 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 18.24 น. • น้องไข่มุก
บทสุดท้ายของนางร้ายคือไม่เหลืออะไร แต่ในเมื่อนิยายเรื่องนี้จบแล้ว พระเอก-นางเอกที่เหมาะกันแบบผีเน่าโลงผุก็ได้กันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาของนางร้าย 'ฉันจะกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง!'

ข้อมูลเบื้องต้น

นางร้ายจะเฉิดฉาย

……..

บทสุดท้ายของนางร้ายคือไม่เหลืออะไร

แต่ในเมื่อนิยายเรื่องนี้จบแล้ว

พระเอก-นางเอกที่เหมาะกันแบบผีเน่าโลงผุก็ได้กันไปแล้ว

คราวนี้ก็ถึงเวลาของนางร้าย 'ฉันจะกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง!'

……..

หลังจากไม่ได้เขียนแนวนางร้ายมานาน ในที่สุดไรต์เตอร์ก็อยากจะกลับมาแต่ง

อยากจะกระชุ่มกระชวยสักหน่อย

เรื่องนี้จะออกแนวสดใส น่ารัก มีดุเด็ดเผ็ดมันบ้างตามสไตล์ร้ายๆ

นางร้ายก็ว่าร้ายแล้ว แต่พระเอกจะร้ายยิ่งกว่าค่ะ

5555

ถ้าสนใจ ฝากติดตามด้วยนะคะ ^^

……….

ตอนที่ 1 รุ่งริ่ง

ตอนที่ 1

รุ่งริ่ง

ตอนนี้ชีวิตฉันมันเละเทะยิ่งกว่านิยาย

ไม่สิ…

ความจริงชีวิตของฉันคือนิยายเรื่องหนึ่งเลยด้วยซ้ำ!

แถมบทบาทยังเป็นแค่ ‘ลูกแก้ว’ ตัวร้ายที่น่ารังเกียจ หน้าที่คือเข้าไปโลดแล่นในชีวิตของพวกตัวเอก ทำเรื่องร้ายกาจไร้เหตุผล จนจบลงด้วยความพ่ายแพ้

กว่าฉันจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต

เนื้อหาของนิยายก็จบแล้ว…

แฟนเก่าจอมเจ้าชู้ที่เป็น ‘พระเอก’ เวลานี้กลายเป็นสามีที่แสนดีของ ‘นางเอก’ ผู้เพียบพร้อม

มันคือตอนจบที่สมบูรณ์แบบของนิยาย

หญิงงามแสนดีพิชิตใจเสือร้าย

บทสรุปของผู้ชายประเภทนั้น คนที่ทั้งนอกใจ นอกกาย โกหก ตอแหลแฟนเก่าไปวันๆ แต่แค่แสดงตัวว่ากลับใจได้ แม้จะทำเรื่องเลวทรามมามาก สุดท้ายก็ได้ความรักที่ดี คนรอบข้างพร้อมให้อภัย

ส่วนนางเอกคนนั้นก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน

หน้าใสแต่ใจร้ายลึก

ที่ผ่านมานางแค่ทำตีเนียนไม่รู้ไม่ชี้ พอฉันเข้าไปคุยด้วย ก็ร้องห่มร้องไห้น่าสงสาร ตะโกนบอกให้คนทั้งกองถ่ายรับรู้ ไม่เคยทำค่ะ ไม่เคยคิดจะแย่งของใครเลยนะคะพี่แก้ว จนฉันดูแย่ใจสายตาคนอื่นทันทีที่ไปหาเรื่องคนไม่มีทางสู้

สุดท้ายผ่านไปสองเดือน พระเอก-นางเอกก็ได้แต่งงานกัน

ส่วนฉัน…

ไม่มีใครคิดให้อภัย ทั้งยังโดนซ้ำเติม

ชื่อเสียงป่นปี้ในฐานะผู้หญิงนิสัยไม่ดี เพราะที่ผ่านมาไปตามหึงหวงแฟนออกนอกหน้า ยิ่งด้วยอาชีพในวงการบันเทิง พอชื่อเสียงไม่ดีก็เหมือนลมโหมไฟ ลามไปถึงเรื่องอื่นในชีวิต งานลดน้อยลง บางงานถึงกับแคนเซิล ความรักบ้าบอกระทบไปถึงรายได้ จนแม้แต่ห้องพักที่เคยเช่าอยู่ได้สบายๆ ก็ไม่มีเงินจ่ายแล้ว

นี่แหละตอนจบของนางร้าย

ไม่เหลืออะไรเลย

ฉันเดินไปตามถนนตอนกลางคืน มือหนึ่งลากกระเป๋า มือหนึ่งปาดน้ำตา ร้องไห้จนหน้าสวยๆ เปรอะเปื้อน จิตใจก็ยับเยินไม่แพ้กัน รู้สึกพ่ายแพ้หมดรูปในทุกทาง

‘น้องลูกแก้ว’

นางแบบสาวสวย ไร้สมอง บ้าผู้ชาย นิสัยไม่ดี และถูกลิขิตให้ต้องพ่ายแพ้ในตอนจบ คิดถึงฐานะของตัวเองแล้วมองสภาพที่เกิด ก็นึกอยากแค่นหัวเราะออกมาให้สมกับบทบาทตัวร้ายที่น่าสมเพช

ในตอนที่พระเอก-นางเอกกำลังเข้าห้องหอร้อยล้าน ผู้คนมากมายรายล้อม และร่วมแสดงความยินดี ฉันกลับต้องหอบสัมภาระ ย้ายมาอยู่ในห้องพักเล็กๆ แบบไม่มีใครคิดเหลือบแล

ความแตกต่างของจุดจบที่น่าอนาถใจ

ทว่าชีวิตที่ผ่านมาของฉันมันถูกลิขิตให้ต้องลงเอยแบบนี้… ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นเองน่า คิดแล้วก็พยายามฮึบ ก่อนปาดน้ำตาออกอีกรอบ

ตั้งสติใหม่อีกครั้งยัยลูกแก้ว

ในเมื่อตอนจบมันผ่านมาแล้ว พระเอกกับนางเอกแต่งงานไปแล้ว นิยายเรื่องนี้ถึงจุดจบแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลากำหนดชีวิตของตัวเอง

ถึงเวลาเฉิดฉายของนางร้ายอย่างฉัน!

หากคนอย่างน้องลูกแก้วไม่ได้ถูกเขียนไว้ให้แค่ สวย ไร้สมอง บ้าผู้ชาย อีกต่อไป ฉันจะทำอะไรได้บ้างกับชีวิตนี้?

คิดไปคิดมาก็เริ่มสงสัย…

แล้วหากไร้ซึ่งบทบาทกำกับชีวิต คนแสนดีพวกนั้นจะยังน่าชื่นชม หรือได้จุดจบสมบูรณ์แบบต่ออีกหรือเปล่า?

บางทีนอกจากฉันต้องกลับไปผงาดเฉิดฉาย ทวงบัลลังก์และที่ยืนของตัวเองกลับคืนมา ก็อาจต้องแวะเอาคืนพวกคนที่ยังไม่ได้รับกรรมด้วย ในเมื่อเรื่องที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ผิดคนเดียวเสียหน่อย ทุกคนก็เกี่ยวข้องกันหมดทั้งนั้น

นี่แหละแผนการครั้งใหม่ของชีวิต และครั้งนี้จะไม่แพ้หรอก!

ร้องไห้คืนเดียวก็เกินพอสำหรับนางร้ายคนนี้ วันต่อไปจะต้องเฉิดฉายเท่านั้น

พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉันก็หยุดที่จุดหมายใหม่ สายตากวาดมองอพาร์ตเมนต์เก่าๆ เบื้องหน้า ห้องสำนักงานยังเปิดไฟสว่าง จึงมองเห็นป้าที่ใส่ชุดนอนสีชมพู ทาแก้มขาวสองข้าง กำลังนั่งปอกส้มอยู่ตรงระเบียง ทั้งยังขมวดคิ้วมุ่นมองตรงมา ท่าทางเหมือนโกรธอะไรสักอย่างอยู่

“กว่าจะมาถึง ลูกแก้ว”

“ก็หนูเดินมาอะป้า”

ป้าเจ้าของอพาร์ตเมนต์กวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “สภาพดูไม่ได้ ก็แค่ผัวทิ้งทำมาเป็นร้องไห้ฟูมฟาย ทำอย่างกับมันมีดีพอให้ร้องไห้คิดถึง”

รุนแรง!

“ป้าหอม ก็มันมีแค่เรื่องผัวซะที่ไหนล่ะ” ฉันตอบพร้อมลากกระเป๋าเดินตรงไปหาป้าแก ปากก็บ่นไปด้วย “ยิ่งกว่าเรื่องผู้ชาย ก็คือเรื่องงาน หนูไม่เหลือเงินแล้ว ป้าก็รู้…”

“รู้ อย่างแกต่อให้มีงาน ก็ไม่มีเงินอยู่ดี ใช้เงินเปลืองยิ่งกว่าอะไร แล้วมาเศร้าอะไรตอนนี้?”

แรงอีกแล้ว!

“ป้าหอมอะ!” ฉันไม่อยากเถียง เพราะป้าแกก็พูดจริง “คืนนี้หยุดว่ากันก่อน ไม่มีแรงเถียงด้วย!”

“เออๆ ไม่ว่าแล้วก็ได้” คุณป้ายอมพักยกให้ แล้วมาปลอบใจกันแทน “ห้องก็ให้อยู่ฟรีไปก่อน ช่วงที่ข่าวยังแรง งานไม่ค่อยมี ก็ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ กับป้า แล้วทีนี้ยังเครียดเรื่องอะไรอีก?”

“มันก็เครียดหลายเรื่องแหละ บอกไม่ถูกหรอกค่ะป้า…”

ฉันเดินหน้าตาแดงก่ำฉ่ำน้ำตาไปหาป้าหอม จนเห็นหน้าค่าตากันชัดเจน ส่วนคุณป้าที่ติดละครคุณธรรม ก็ให้โอวาทแบบงงๆ มาหนึ่งยก ทั้งที่ยังเคี้ยวส้มอยู่ในปาก

“แก้ว ผัวที่ดีคือผัวใหม่ งานที่ดีคืองานใหม่ ชีวิตที่ดีก็คือชีวิตใหม่ ไม่ได้หมายถึงให้ตายไปโลกใหม่ หมายถึงวันพรุ่งนี้ก็ยังเริ่มใหม่ได้ วันนี้ก็ไปนอนพักให้พอ อย่ามัวจมปลักกับเรื่องอดีต”

ฉันพยักหน้า ซูดน้ำมูกไปครั้งหนึ่ง สภาพดูไม่ได้จริงๆ

“ค่ะป้า”

“แต่ถ้าปล่อยวางไม่ได้ พรุ่งนี้ก็ค่อยไปเอาเรื่องมัน”

เอ้า!

“ก็นึกว่าจะให้หนูปล่อยวาง”

“ปล่อยวางบ้าอะไร?” คราวนี้อาการจริงของคุณป้าเริ่มออก “ป้านั่งดูข่าวสองคนนั่นโชว์แหวน จัดงานแต่งใหญ่โต ก็แค่อวดรวยแหละน่า แล้วยังมาทำตัวดีด๊า บอกรักกันอย่างนู้นอย่างนี้ รักแท้ไม่แคล้วคลาด เหอะ! ทำไม่ดีกับคนอื่น จนได้คู่กันน่ะสิ ผีเน่าโลงผุ”

คนโกรธกว่าฉันอยู่นี่ไง…

“ดู๊ ดูสิ! ดูพวกมันทำให้แกร้องไห้ฟูมฟาย ใครมันจะไปทนได้ แค่แกไปโวยวายจิกหัวนังมือที่สามตบคากองถ่าย ก็ทำสำออยรับไม่ได้ ตีข่าวใหญ่โตทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งที่มันก็สมควรแล้ว ถ้าเป็นฉันตอนอายุเท่าแกนะ เหอะๆ … มันจะโดนแบบนี้กันทั้งคู่เลย!”

ไม่ว่าเปล่า ป้าแกยังเริ่มสาธิตท่าจัดการประหลาดๆ ให้ดูด้วย

“…มัวแต่ปลง มัวแต่ให้อภัย ถ้าเราไม่สนองกลับคืนไปบ้าง แล้วเมื่อไหร่สองคนที่ไปแอบลักกินขโมยกินจะได้ชดใช้กรรมตัวเอง อย่าปล่อยให้พวกมันทำให้เราผิดฝ่ายเดียว ไอ้ผัวเมียคู่นั้นก็ทำเราไว้เยอะขนาดนี้ ไปจัดการมันซะ!”

ร่ายมาเสียยาวเลย สรุปก็อยากให้แก้แค้น ป้าหอมคงทนไม่ได้กับสภาพของหลานสาวเพียงคนเดียวจริงๆ แต่คำพูดก็สมกับเป็นคุณป้าปากแซ่บของตัวร้าย

จุดเริ่มต้นใหม่ที่แสนเฉิดฉายของลูกแก้วก็อยู่ตรงนี้แหละ

ไม่มีบทบาทกำหนด

แต่นับจากนี้ลูกแก้วจะไม่แพ้อีกแล้ว

…….

หลังจากไม่ได้เขียนแนวนางร้ายมานาน ในที่สุดไรต์เตอร์ก็อยากจะกลับมาแต่ง

อยากจะกระชุ่มกระชวยสักหน่อย

เรื่องนี้จะออกแนวสดใส น่ารัก นางเอกเป็นคนตลก แต่ก็มีดุเด็ดเผ็ดมันบ้างตามสไตล์ร้ายๆ

นางร้ายก็ว่าร้ายแล้ว แต่… พระเอกที่จะมาคู่น้องนางร้ายนั้น… จะร้ายยิ่งกว่าค่ะ

5555

ถ้าสนใจ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ^^

……

ตอนที่ 2 ผู้มาเยือน

ตอนที่ 2

ผู้มาเยือน

เปิดประตู เปิดไฟ ดูสภาพห้อง

เวลาผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่ห้องพักนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน อาจมีร่องรอยตามผนังที่บ่งบอกว่าเปลี่ยนมือผู้เช่ามาหลายคนบ้าง แต่โดยรวมก็ยังเหมือนเดิม

ห้องสีขาว ไร้ลวดลาย มีเตียงเหล็กตั้งอยู่มุมหนึ่ง โต๊ะเครื่องแป้งที่เนื้อไม้เริ่มล่อนอีกมุมหนึ่ง

ห้องเรียบง่ายที่คุ้นเคย จนหวนนึกไปถึงอดีต

ฉันเคยอยู่ที่นี่สมัยยังเป็นนักศึกษา

หลังออกจากบ้านที่ต่างจังหวัดมาเรียนต่อในเมือง เด็กใสซื่ออย่างน้องลูกแก้วก็ได้มาอยู่ที่นี่ อพาร์ทเมนต์ของป้าหอม ญาติฝ่ายแม่ที่เอ็นดูกันมาตลอด

ป้าหอมไม่ได้แต่งงานมีลูก ก็เลยรักหลานคนเดียวของตัวเองมาก (…รักในแบบของป้าแกนั่นแหละ)

ถ้าให้พูดตรงๆ ป้าหอมเลี้ยงฉันมามากกว่าแม้แท้ๆ เสียอีก

นอกจากป้าแกให้ที่อยู่ ก็ยังหางานเล็กๆ น้อยๆ ให้ทำ ช่วยส่งเสียเลี้ยงดู จนฉันไม่ต้องกังวลเรื่องค่าอยู่ ค่ากิน ค่าเทอม แต่ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่อยู่เฉย หาอะไรทำไปเรื่อย ไปๆ มาๆ หน้าตาสวยๆ นี่ไปถูกใจแมวมองเข้า ฉันก็เลยได้โอกาสไปทำงานเป็นนางแบบ

แล้วนั่นก็เป็นตอนที่ได้เจอกับวินท์

วินท์ - ภาวินท์ เขาเป็นพระเอกของนิยายเรื่องนี้

พระเอกสายแบด เสือตัวพ่อ แนวเจ้าพ่อมาเฟีย หรืออะไรทำนองนั้น พื้นเพเป็นคนเจ้าชู้ หน้าตาหล่อเหลาเหลือร้าย นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบาย แถมยังมีเส้นสายอยู่เยอะมาก

เขาถูกใจฉันก็เลยมาจีบ ตามสไตล์คนเจ้าชู้

คนหล่อรวยมาจีบ บทตัวร้ายโง่ๆ อย่างฉันหรือจะทนได้ สุดท้ายฉันก็ได้คบกับเขา แต่แน่นอนว่าความรักไม่ยั่งยืน พระเอกไม่คิดหยุดที่ฉัน ไม่คิดจริงจังแต่แรกด้วยซ้ำ ก็แค่อยากได้คนที่ต้องการ แล้วแอบนอกใจกันมาตลอด

ด้วยนิสัยของตัวร้ายอย่างฉัน ก็มักจะเกิดเรื่องแบบ… ตามไปจิกหัวผู้หญิงที่แอบคบชู้กับแฟนตัวเอง จนข่าวเรื่องความร้ายกาจของฉันลือหึ่งไปบ่อยๆ

ชื่อเสียงของฉันไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไร

ส่วนวินท์ไม่เคยหยุดที่ผู้หญิงคนไหน …อย่างน้อยก็จนเจอนางเอก

ปุยฝ้าย นางเอกของนิยายเรื่องนี้ ชื่อเสียงของนางเอกแตกต่างกับฉันลิบลับ ในขณะที่ฉันร้ายกาจ ไม่มีสมอง วันๆ ตามแต่ผัว ตบแต่ชู้ของผัว นางเอกนั้นแสนดีราวผ้าขาว มีความสามารถ ชาติตระกูลดี และชอบทำบุญทำทานเป็นประจำ

พอฉันไปหาเรื่องปุยฝ้ายครั้งหนึ่ง วินท์ก็เข้าไปปกป้องผู้หญิงคนใหม่แบบถวายชีวิต อาศัยจังหวะนั้นสร้างซีนแสนดีเอาใจปุยฝ้าย คงอยากเป็นพ่อฮีโร่ของนางเอกจนตัวสั่น

ส่วนนางเอกก็รีบบีบน้ำตา แสร้งทำตัวอ่อนแอ ล้มลงสู่อ้อมอกพระเอก ร้องตะโกนให้มีคนมาเห็นเหตุการณ์เยอะๆ การกระทำของฉันจึงยิ่งดูเลวร้ายรุนแรงมากขึ้นไปอีกหลายขุม

เหตุการณ์นั้นฉันร้ายกาจ และผิดจริงๆ นั่นแหละ เผลอใช้ความรุนแรงลงไป

ยอมรับผิดแล้ว

แต่…

สองคนนั้นก็ใช่ว่าจะถูกนี่?

ก่อนหน้านี้ไปแอบกินกันแล้วจริงๆ ฉันถึงมั่นใจจนกล้าไปหาเรื่อง

ทว่าหลังเกิดเรื่องกลับลอยตัวคู่ วินท์ดูเป็นคนดี ฉลาด เพราะกลับตัวกลับใจตัวเองได้ พวกเขาบอกกันว่า สุดท้ายวินท์ก็แพ้ความดีของน้องปุยฝ้าย หลุดพ้นจากความชั่วอย่างฉันไปได้

เขากลายเป็นคนฉลาดที่เลือกทางถูก

ส่วนปุยฝ้ายก็ยิ่งดูเป็นนางฟ้าที่ซ่อนความเก่งกาจ เพราะสามารถกำราบคนเจ้าชู้ได้อยู่หมัด และใช้ความอ่อนหวานชนะใจชายได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องตามรังควานเขาแบบคนบ้าอย่างฉัน

เรียกได้ว่านางคือแบบอย่างความดีงามไปเลย

ขณะที่ฉันโดนสาปส่งไม่มีหยุด

แม้แต่ในวันนี้…

วันที่พระเอกนางเอกแต่งงานกันไปแล้ว ฉันไม่เหลืออะไรนอกจากตัวกับกระเป๋าเสื้อผ้า นักข่าวก็ยังลงข่าวเรื่องของฉันด้วยหัวข้อข่าวที่น่ารังเกียจ ตกอับ! นางแบบสาวสวยไร้งาน หรือเรื่องราวเลวร้ายอะไรก็ตามที่พวกเขาอยากจะเขียนให้แย่

ยิ่งแย่เท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะคนก็จะยิ่งสนใจ!

ฉันวนคิดเรื่องที่เกิดกับตัวเอง ซ้ำไปซ้ำมา จนปวดหัวไปหมด ทั้งที่ก็อยากจะเลิกคิดถึงมัน แต่ยิ่งบอกตัวเองให้หยุด ก็เหมือนจะยิ่งหยุดไม่ได้ จึงได้แต่ทิ้งตัวลงบนเตียง ปิดหน้า ปิดตา แล้วก็นอนไปในสภาพเละๆ แบบนั้น

พอกันทีสำหรับวันนี้

ลืมอดีตเถอะ!

วันต่อไป

พอตื่นมาในวันใหม่ ก็รีบอาบน้ำให้สดชื่น แต่งตัวทาปากสีแดงมงคลให้รู้สึกดีกับตัวเองสักหน่อย ทำราวกับวันนี้จะออกไปรบทัพจับศึกอะไรสักอย่าง ทั้งที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน ในเมื่องานโดนแคนเซิลหมด

ตืดดด

โทรศัพท์สั่นเพราะมีสายเข้า

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ปกติช่วงนี้ไม่มีใครโทรหามากนัก เพราะผู้จัดการก็ทิ้งกันไปแล้ว แต่พอเห็นชื่อว่าเป็นป้าหอมก็รีบรับทันที

“ฮัลโหลค่ะ ป้าหอม”

‘แก้ว มีคนมาหาหนูแน่ะ’

“คงไม่ใช่พวกอินข่าวที่อยากตบหนูใช่ไหมคะ? ถ้าใช่ก็อย่าต้อนรับเด็ดขาดนะคะ”

‘ไม่ใช่ๆ’ เสียงป้าหอมเบาลง ราวกับกำลังกระซิบ ‘คนนี้เป็นผู้ชาย หล่อๆ ขรึมๆ คนที่เคยทำงานกับหนูน่ะ ป้าไม่แน่ใจนะ แต่เคยเห็นเขากับหนู’

“วินท์เหรอคะ?”

‘ไม่ใช่ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นสิ! ถ้าเป็นเจ้านั่น ป้าไม่ต้อนรับหรอก!’ ป้าหอมตะโกนไปแล้ว ก็หยุดไปขอโทษขอโพยคนที่มาหา ‘ขอโทษจ๊ะหนุ่ม ป้าไม่ได้ตั้งใจเสียงดัง นั่งรอสบายๆ เลยนะ คือแบบนี้แก้ว… เขาบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับหนู สำคัญมากๆ’

“เอ่อ… ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูจะลงไป”

ตอบรับป้าหอมแล้วก็ลงไปชั้นล่าง

ฉันไม่รู้ว่าใครมาหา แต่เพราะเวลาว่างเหลือเฟือ สมองยังคิดอะไรไม่ออก ไม่มีอะไรให้ทำด้วย จึงคิดว่าไปเจอผู้มาเยือนก็ดี เผื่อจะมีโชคดีอะไรมาหาบ้าง

ระหว่างนั้นก็คิดกับตัวเอง

ผู้ชายหน้าหล่อ ขรึมๆ ที่ฉันเคยทำงานด้วยเหรอ?

ในฐานะนางแบบแถวหน้า ฉันถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา และร่วมงานกับผู้ชายหล่อๆ มาเยอะแยะ

บอกตรงๆ ว่าเดาไม่ถูกเลย

แต่พอคิดเรื่องแบบนี้แล้ว ฉันก็รู้สึกเคว้งคว้างขึ้นมาฉับพลัน เมื่อคิดได้ว่าตัวเองคือ นางแบบดาวรุ่งที่ร่วงลงมาแล้ว

เจ็บ

แถมรู้สึกไม่จบด้วย

พอมาถึงห้องสำนักงานหอ ฉันเปิดประตูเข้าไป กลิ่นหอมสมุนไพรจางๆ ยังคงคุ้นเคยดี สภาพห้องก็แสนคุ้นตา

ป้าหอมนั่งประจำโต๊ะ กำลังปอกส้มกิน เบื้องหลังคือทีวีที่เปิดข่าวไว้ ส่วนมากก็เป็นข่าวซุบซิบดารา นั่นก็คุ้นเคยดี ทว่าสิ่งที่ไม่คุ้นคือตรงตำแหน่งรับแขก มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาหนังเก่าๆ สีครีม

เขานั่งหันหลังให้อยู่ก็เลยไม่เห็นใบหน้า แต่การแต่งตัวที่เนี้ยบตั้งแต่หัวจดเท้า ก็ทำเอารู้สึกว่าช่างไม่เข้ากับบรรยากาศอพาร์ทเมนต์เก่าๆ เอาเสียเลย

ฉันลอบชี้ไปยังผู้ชายคนนั้น ส่งสัญญาณว่า คนนี้เหรอที่มาหา?

ป้าหอมพยักเพยิดหน้าให้ฉัน ชี้ไปที่ผู้ชายคนนั้น แถมยังขยับปากมุบมิบที่กำลังเคี้ยวส้มว่า ‘หล่อมาก’ มาให้อีก ฉันพยักหน้าตอบ เดินตรงไปยังผู้ชายที่ป้าหอมบอกว่า หล่อมาก คนนั้น

“สวัสดีค่ะ คุณคือ…”

คำพูดฉันหายไป เมื่อชายหนุ่ม หล่อมาก คนนั้นเงยหน้าขึ้น

นัยน์สีน้ำตาลอ่อนดูอบอุ่น ทว่าแววตากลับคมกริบ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเด่นชัดในความทรงจำ แม้ว่าในสมองฉันจะมีภาพชายหนุ่มหล่อมากเต็มไปหมด

ฉันไม่อาจลืมใบหน้าของชายผู้นี้ได้เลย

หล่อมากก็จริง…

แต่เขาไม่ใช่พระเอกนิยาย แฟนเก่าแสนเฮงซวยของฉัน หรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะ

แต่…

เขาเลวร้ายและน่ากลัวกว่าแฟนเก่าคนนั้นอีก!

“พี่ซัน… เหรอคะ?”

“ทำไมถึงทำหน้าตกใจ?” เขาไม่ตอบแต่ถามกลับ น้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็ติดร้ายกาจหน่อยๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังอุตส่าห์ยิ้มมุมปากมาให้ “คิดว่าใครจะมาหาในเวลานี้ ถ้าไม่ใช่พี่ล่ะ?”

สิ้นคำพูดก็ยกยิ้มให้ครั้งหนึ่ง

แต่เป็นยิ้มอันตราย

…..

ใครมาาาา

ลูกแก้วจะไปทางไหนทีนี้ 55

…..

ตอนที่ 3 เจรจา

ตอนที่ 3

เจรจา

ฉันขอสารภาพตามตรง…

ด้วยบทบาทตัวร้ายก่อนหน้านี้ ฉันไม่ได้เข้าไปโลดแล่น ทำเรื่องร้ายกาจกับนางเอก-พระเอกเท่านั้น

บางครั้งฉันก็เข้าไปทำเรื่องร้ายกับคนอื่นด้วย…

หนึ่งในเหยื่อที่ฉันไปทำไว้เสียเจ็บแสบก็คือผู้ชายตรงหน้านี่แหละ

เรื่องนี้ต้องย้อนไปก่อนที่ฉันจะเจอกับพระเอกอย่างวินน์ ขอยอมรับว่าน้องลูกแก้วคนนี้ แม้จะเป็นเด็กบ้านนอก แต่ไม่เคยธรรมดาเลย ตามบทบาทนางร้ายในนิยาย

ฉันคนนี้… เคยหลอกผู้ชายรวยๆ เพื่อหน้าที่การงาน และเงินทองมาก่อน แล้วเหยื่อคนนั้นก็คือพี่ซัน

หรือก็คือคนที่กำลังอยู่ตรงหน้า

เขาเป็นนักธุรกิจที่เคยจ้างงานถ่ายโฆษณาฉัน

ส่วนฉันก็ใจกล้าบ้าบิ่นเกินตัว ตามบทนางร้ายก็ต้องร้ายทุกด้าน นอกจากจะทำงาน ก็พร้อมปีนเตียงเข้าไปรู้จักเขา จนเกิดเรื่องราวระหว่างเราขึ้นช่วงหนึ่ง

เขายอมเปย์เงินให้ฉันหลายล้าน นี่ยังไม่รวมเส้นทางการงานของฉันที่สว่างโร่ งานเข้ามาจนรับไม่หวาดไม่ไหว ชื่อเสียงก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เรียกว่าฉันฉกฉวยเอาประโยชน์จากเขาทุกทาง

สุดท้าย…

พี่ซันเสียไปหลายแสนหลายล้าน แต่นอกจากได้จับแขน อย่างอื่นก็ไม่ได้จับ ทำได้แค่มองกันมาตลอด เพราะฉันอ้างว่าตัวเองยังเด็ก แม่ดุและหวงมากๆ ทั้งที่อยู่กับป้าหอม ซึ่งป้าแกก็ไม่เคยก้าวก่ายชีวิตฉันเลย อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ ป้าแกแค่ห่วง แต่ไม่เคยห้าม

ที่ผ่านมาฉันอาศัยทำตัวน่ารักกับพี่ซัน เอาอกเอาใจเขาไปวันๆ ส่วนเขาก็ไม่ติดใจหรือถือสาอะไร รอเวลาได้เสมอ กระทั่งวันหนึ่งฉันก็ทิ้งเขา แล้วหายหัวไปคบกับพระเอกเฮงซวยนั่นแทน

วินท์เป็นพระเอกสายมาเฟียแบดๆ เส้นสายของเขาก็ใหญ่อยู่แล้ว ก็เลยช่วยให้ฉันรอดพ้นจากความน่ากลัวของพี่ซันไปได้

ทว่าเวลานี้พระเอกไม่อยู่ข้างฉันแล้ว

พี่ซันก็เลยมาที่นี่…

นั่นคือสาเหตุที่ฉันน้ำลายเฝื่อนคอตอนเห็นหน้าเขา และยังจดจำใบหน้าหล่อมากนี้ได้ แม้ว่าจะผ่านตาผู้ชายหล่อมาเยอะแยะ

วกกลับมาเรื่องที่พี่ซันถามก่อนหน้านี้

ถ้าไม่ใช่เขาที่มาหาในเวลานี้ แล้วจะเป็นใครไปได้?

จริงตามนั้นเลย ดูเหมือนกรรมที่ยัยลูกแก้วต้องชดใช้ในฐานะนางร้ายยังไม่จบนะ

“พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน” เขาเอ่ยออกมาอีกคำ หลังจากฉันเงียบมาสักพัก “หวังว่าจะไม่พยายามหลบหน้าพี่นะ เพราะแก้วคงรู้ดีว่าคราวนี้คงหลบไม่ได้แล้ว”

“ค่ะ”

“ไปคุยกันให้รู้เรื่อง”

“ค่ะ”

แค่คำพูดง่ายๆ ของเขา คนร้ายๆ อย่างฉัน ก็เรียบร้อยขึ้นมาทันที

ฉันจะยอมสงบสำรวมให้เขาคนเดียว เพราะสำหรับเรื่องนี้ ยอมรับว่าตัวเองผิดจริง

ณ ร้านกาแฟแถวนั้น

ฉันมานั่งดื่มกาแฟกับพี่ซัน เพราะให้คุยกันที่ห้องสำนักงานคงไม่ดี ฉันไม่อยากให้ป้าหอมรู้วีรกรรมวัยเด็กของฉัน วิ่งหนีพี่ซันก็ยิ่งไม่ได้อีก อันตรายถึงแก่ชีวิต ใครจะไปกล้าเสี่ยงทำ จึงชวนมาคุยกันตามลำพังที่นี่

กาแฟสองแก้วคั่นกลางระหว่างเรา

บรรยากาศยิ่งดูแปลกไปหมด เมื่อฉันได้นั่งมองหน้าเขาแบบชัดๆ และพบว่าความหล่อเหลาของเขาดูอันตรายมากแค่ไหน

น่ากลัว

ไม่รู้เขาต้องการอะไร

แถมมองไปมองมา ก็รู้สึกสงสัยขึ้นมานิดหน่อย

ทำไมตอนนั้นฉันถึงทิ้งเขาไปหาพระเอกอย่างวินท์กันนะ?

หากพิจารณากันเวลานี้ ถ้าไม่นับเรื่องบาดหมางที่เคยทำไว้กับพี่ซัน จนรู้สึกแย่อยู่ในใจ เขาก็เหมาะจะมาเป็นแฟนใหม่สุดเริ่ดของฉัน ทั้งหล่อ ทั้งรวย โปรไฟล์เริ่ด

ไม่น่าเลย…

บทบาทตัวร้ายโง่ๆ ทำให้ฉันทำเรื่องโง่ๆ แบบไม่คิด จนต้องมาจบลงในสภาพนี้

“เรายังดูแปลกใจที่พี่มาหา”

“แน่นอนว่าแก้วต้องแปลกใจสิคะ” ฉันตอบเสียงหวานไปก่อน ยิ้มหวานแบบที่เขาชอบไปด้วย เพราะไม่อยากทำให้เขาขุ่นเคืองใจ “พี่ซันอาจไม่รู้… แต่แก้วกำลังมีปัญหา ก็เลยไม่คิดว่าจะมีคนคิดถึง หรือมาหาในเวลาแบบนี้”

“พี่รู้เรื่องแก้วหมดนั่นแหละ” เขาตอบสั้นๆ มองหน้าฉันสักพัก ก่อนจะกล่าวต่อ “ส่วนเรื่องที่มาวันนี้ พี่จะพูดแบบตรงไปตรงมานะ”

“ค่ะ”

“พี่ไม่เคยลืมเรื่องของเรา”

แน่นอน… เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงโหยหา แต่ในแววตาแอบซุกซ่อนความโกรธไว้เล็กน้อย

“แก้วก็…”

“ลืมไปสนิทสินะ”

“ไม่จริงเลยค่ะ พี่ซัน!”

“แสดงว่าก็ยังจำทุกอย่างระหว่างเราได้ดี?” คราวนี้รอยยิ้มร้ายกาจโผล่มาอีกครั้ง เพราะฉันเพิ่งติดกับดักคำพูดเข้าไปอย่างจัง “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรื้อฟื้นอะไรกันเยอะ”

ซวย…

“แก้วขอโทษนะคะ” สุดท้ายฉันก็ต้องเอ่ยปากขอโทษไปก่อน “ขอโทษทุกอย่างที่เคยทำกับพี่ซันไว้ แก้วไม่ได้ตั้งใจ พี่ก็น่าจะรู้… เรื่องความรักมันห้ามกันไม่ได้ ตอนนั้นแก้วไม่ได้ตั้งใจหลอกพี่”

“ไม่ได้ตั้งใจหลอก แต่ก็ตั้งใจทิ้ง”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ” แก้ตัวไปแบบนั้น พอสบตาเขา ก็ต้องงุดหน้าลง “แก้วขอโทษจริงๆ ค่ะ”

“คิดว่าแค่ขอโทษกัน แล้วทุกอย่างจะจบเหรอ?” เขาถามขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาฉันกลับมานั่งหลังตรงทันที “ถ้าวินน์กับปุยฝ้ายมาขอโทษแก้ว… คิดว่าเรื่องของแก้วจะจบไหม?”

ถามและเปรียบเทียบได้ชัดเจนดี

“ไม่มีทางจบค่ะ”

ฉันวางแผนจะเอาคืนสองคนนั้นให้สาสม ไปพร้อมๆ กับการเฉิดฉายอีกครั้งอยู่

“พี่ก็รู้สึกกับแก้วแบบนั้นเหมือนกัน เรื่องของเราไม่มีทางจบง่ายๆ แค่คำว่าขอโทษไม่พอ เราต้องได้สะสางกันก่อน”

ฉันยิ้มแห้ง

ใบหน้าอาจจะยังสงบ รอยยิ้มอาจจะยังหวาน แต่หัวใจดวงน้อยกำลังหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสาย

คนหล่อร้ายกาจไม่พอ

แต่คนหล่อกำลังโกรธแค้นกัน!

“ไม่ต้องกลัว” ส่วนเขาก็เหมือนจะเดาความรู้สึกฉันออก จึงช่วยพูดปลอบใจมาประโยคหนึ่ง “ระหว่างเรายังมีทางแก้ไข พี่ไม่คิดจะทำอะไรรุนแรงกับแก้ว”

“แก้ไข?” ฉันเบิกตาโต “แก้วพร้อมแก้ไข แต่ตอนนี้แก้วไม่เหลืออะไรเลยนะคะ ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และทุกอย่างๆ … มันเละเทะหมดแล้ว ถ้าให้ทำงาน หาเงินมาคืนพี่ซัน ก็อาจจะต้องรออีกสักพัก ช่วงนี้แก้วไม่มีงานหรอกค่ะ”

ฉันพร้อมแก้ไขจริงๆ แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง นั่นคือเรื่องเงิน… มันไม่พร้อมจริงๆ

“สิ่งที่พี่ต้องการจากแก้วไม่ใช่เรื่องเงิน”

“แล้วพี่ซันต้องการอะไรคะ?”

“พี่ต้องการสิ่งที่แก้วมีอยู่ตลอด รวมถึงเวลานี้”

“สิ่งที่มีมาตลอด รวมถึงเวลานี้?” ฉันชี้หน้าตัวเอง “สภาพแบบนี้จะไปมีอะไรให้พี่ซันล่ะคะ?”

ฉันแพ้หมดรูป และหมดตัวจริงๆ จะไปมีอะไรได้?

พี่ซันแค่นหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง มองฉันอย่างเอ็นดู แม้จะปนความอันตรายมานิดๆ ก่อนจะยอมเฉลยให้กัน

“แก้วก็ยังสวยอยู่ไง”

มันก็เรื่องจริง ในวันที่แย่ หน้าตาฉันยังดีอยู่เสมอ

แต่…

คำกล่าวนั้นพออยู่ในการเจรจานี้ ก็ออกจะชวนเสียววาบในช่องท้องไปนิดหน่อย จนต้องถามให้มั่นใจอีกครั้ง

“อะไรนะคะ?”

คราวนี้ดวงตาคมกริบเริ่มส่อแววดุ เมื่อฉันทำเป็นไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ ท่าทางของพี่ซันชัดเจนว่า เขาไม่ได้มาเล่นๆ ก่อนจะย้ำเสียงเข้ม

“เรายังมีสิ่งที่พี่ต้องการเหมือนเดิม เรื่องระหว่างเราไม่เปลี่ยนแปลง แก้วงงอะไร?”

“พี่ซันหมายความว่า…”

ฉันกอดร่างน้อยๆ ของตัวเองโดยพลัน

ถึงเขาจะหล่อมาก แต่ฉันยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง แม้แต่พระเอกยังทำได้แค่จุมพิตเลย

เมื่อก่อนฉันมันนางร้ายครบสูตร ร้ายกาจ หยิ่งผยอง ชอบเล่นตัว ชอบอ่อยเหยื่อให้อยาก แต่ไม่เคยยอมสนอง เรียกว่าทรมานคนอื่นมาสารพัดรูปแบบ

คนตรงหน้าหรี่ตามองฉัน “ไม่ต้องกลัว พี่ไม่คิดจะมาบังคับเรา แต่มายื่นข้อเสนอ”

“ข้อเสนออะไรคะ?”

“ข้อเสนอที่เราต่างจะได้ประโยชน์” คราวนี้นักธุรกิจก็เริ่มเจรจาต่อรอง “พี่จะช่วยให้แก้วได้ในสิ่งที่สมควรได้กลับคืนมา ชื่อเสียง เงินทอง หรือแก้แค้นแฟนเก่า ก่อนหน้านี้พี่คุยกับคุณป้า เธอเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว เรื่องความรู้สึกของแก้ว”

แสดงว่าก่อนโทรหาฉัน ป้าหอมแกก็เมาท์แหละเลยสินะ

“แก้วอยากได้อะไรก็บอก พี่จะช่วยให้แก้วได้ทุกอย่าง”

“แลกกับอะไรคะ?”

“แลกกับเรื่องระหว่างเราที่ต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิม และอาจจะต้อง มากกว่าเดิม ในคราวนี้ด้วย”

ข้อเสนอชัดเจน

“พี่ซันใจดีมากๆ ที่ยื่นข้อเสนอดีๆ ให้แก้ว แต่…” ฉันมองคนตรงหน้า ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย “ทำไมพี่จะต้องทำขนาดนั้น เพื่อเรื่องของเราเหรอคะ?”

ฉันยอมรับว่าตัวเองยังสวยมาก และเรื่องระหว่างฉันกับพี่ซัน ก็เคยเกิดขึ้นในเชิงชู้สาวมาก่อน

ทว่า…

เขาก็ไม่ได้รักฉันอะไรขนาดนั้น

แม้แต่ในเวลานี้ก็ชัดเจนว่าเขาไม่ได้รัก หรือคลั่งไคล้อะไรกันเลย

ฉันก็แค่ผู้หญิงสวยที่โดนใจเขาคนหนึ่ง …ก็เท่านั้นเอง คนอย่างเขาหาผู้หญิงสวยๆ ได้ไม่ยาก ทว่าพี่ซันกลับยอมยื่นข้อเสนอ ที่ฉันจะได้ฉกฉวยเอาประโยชน์จากเขาไปเต็มๆ มาให้กันขนาดนี้

เพื่ออะไร?

“พี่มีเหตุผลของพี่” เขาไม่ตอบ แต่แววตาจริงจัง ดุดัน อันตราย “เอาเป็นว่าถ้าอยากให้เรื่องของเราจบลงด้วยดี ก็เอาข้อเสนอของพี่ไปคิดดู แต่ถ้าไม่ตกลง อยากจะลองดี ก็หนีพี่ไปให้พ้นล่ะ ลูกแก้ว”

สรุปว่ามายื่นข้อเสนอพอเป็นพิธี คุยกันแค่พอให้รู้เรื่อง แต่คำตอบมีได้เพียงข้อเดียว คือต้องตกลงเท่านั้น

คนหล่อร้ายกาจที่สุด!

ลูกแก้วจะบ้า!

ชีวิตครั้งใหม่ที่จะเฉิดฉายอีกครั้งเริ่มมีแวว ถ้าร่วมมือกับพี่ซัน เส้นทางข้างหน้าจะง่ายขึ้นหลายเท่า เหมือนกับที่เขาทำให้เด็กบ้านนอกอย่างฉัน กลายเป็นนางแบบแถวหน้าได้

เพียงแต่แววเฉิดฉายที่ว่าจะเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอันตรายนี่สิ!

….

ต้องทำใจนิดนึง ลูกแก้วเป็นนางร้ายมาก่อน ตามบทบาทในนิยาย ก็ต้องเคยทำตัวร้ายๆ มาเยอะ 555

แต่ไม่ต้องห่วง… เพราะเคยร้ายมาก่อน ถ้ามีคนมาสปอย เดี๋ยวได้ร้ายกว่าเดิมอีก

เรื่องราวจะไปแนวไหนต่อ ฝากติดตามกันด้วยน้า

…..

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...