โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ชิงรักหักใจในปี80 (มี E Bookแล้ว)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • หลานเหลียนฮวา
เมื่อไม่รักก็ไม่ต้องรักสัญญารุ่นพ่อที่มาเป็นข้อผูกมัดดั่งสัญญาทาสก็ฉีกมันทิ้งไปเถอะ เอวาในร่างจินอีนั่วหาได้แคร์ไม่

ข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อคุณหนูขี้โรคอย่าเอวาที่มีชื่อเสียงในการสร้างสูตรรักษาโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้

แม้แต่โรคประหลาดเธอที่ไม่มีหมอคนไหนสามารถบอกได้ว่าเกิดจากอะไรเธอก็ค้นคว้าวิธีรักษาจนสำเร็จแต่เจ้ากรรมดันถูกแพทย์ประจำตัววางยาเพราะต้องการขโมยสูตรพันล้านของเธอ

มาตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาวอาภัพที่เรียกว่าอาภัพในทุกๆ ด้านที่เสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย

เพราะว่าดันไปเห็นฉากที่สามีของตนเองกำลังร่วมรักกับหญิงอื่นบนเตียงของเธอ

เอวาผู้ไม่เคยมีความรักรู้สึกว่าความรักมันแย่และร้ายกาจขนาดทำให้คนตายได้เชียวหรือ

อย่ากระนั้นเลยอย่ามีมันเสียดีกว่าโดยเฉพาะกับชายชั่วไม่มีหัวใจอย่างหยางเจียวจ้านที่ไม่เคยมีใจให้ภรรยา

ทั้งยังดูดายไม่ใส่ใจแต่กลับดูแลหญิงอื่นทั้งยังโลมเล้าผู้หญิงคนนั้นในห้องนอนของเธอ

นี่มันหยามกันชัดๆ ทำคนตายแล้วยังไม่สนใจแม้แต่จะมาดูผลงาน

สาบานเลยจินอีนั่วคนนี้จะไม่มีทางกลับไปรักผู้ชายใจหมาอย่างนี้เป็นอันขาดตัดเป็นตัด

ส่วนลูกชายคนนี้ฉันจะเลี้ยงไว้เอง

…………………

สวัสดีค่ะเรื่องตั้งเรื่องนี้ไว้ก่อนกะจะทำให้เรื่องยาวไม่เกินร้อยตอนภาวนาขอให้ไรท์ทำได้เพราะตั้งใจว่าแค่แปดสิบตอนก็เขียนยาวไปสองร้อยกว่าตอนทุกทีเลย

ตอนนี้มี E Book แล้วนะคะยังไม่จบดีแต่กำลังจะปั่นให้จบภายในเดือนนี้ค่ะ

ใน เด็กดี ตามลิงค์นี้เลยค่ะ https://novel.dek-d.com/ebook/16558/

หน้าตาตามนี้เลยค่ะ

ฝากด้วยนะคะ ส่วนใครคิดถึงภารกิจพิชิตใจสามีปลายยุค70 อยู่ไรท์กำลังทำภาคต่ออยู่นะคะ

ฝันบ้าอะไร

จินอีนั่วเด็กสาวที่มีแต่พ่อที่เป็นพลขับให้นายนายพลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งแต่แล้ววันหนึ่งเจ้านายพ่อก็มาบอกว่าคุณพ่อที่เธอรอคอยจะไม่มีวันกลับมาหาเธออีกแล้ว

และเธอต้องย้ายไปอยู่กับเขาเพราะคำมั่นสัญญาที่เขามีต่อพ่อของเธอให้ดูแลเธออย่างดีและ…..

รับเธอเป็นหลานสะใภ้….

และคู่หมั้นของเธอคือหลานชายคนโตผู้กองที่หล่อเหลาแต่ไร้ใจคนนั้น

เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็นแต่ทว่าแทนที่จะได้อยู่คฤหาสน์กับคุณปู่หลังแต่งงานเธอต้องย้ายไปอยู่กับเขาที่บ้านชนบทเหตุเพราะคุณปู่ตัดคุณพ่อที่เป็นลูกชายคนโตออกจากตระกูลเพราะเขาแต่งงานใหม่ทันทีหลังจากเสียภรรยาคนแรกที่เขาแต่งให้

ไม่รอแม้แต่จะไว้ทุกข์ซ้ำผู้หญิงที่แต่งงานใหม่ก็เป็นผู้หญิงหยำฉ่าที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เจ้าลูกไม่รักดีคนนี้เหมือนโดนของหลงผู้หญิงหัวปักหัวปำจนลืมคุณธรรมไปเลย

ทางพ่อสามีของเธอจึงแก้เกมด้วยการลากเธอมาอยู่ชนบทกับเขาและลูกชายคนโตด้วยเพราะถ้าคุณปู่อยากให้หลานสะใภ้ที่เขายัดเยียดมาเธอก็ต้องทนอยู่ชนบทให้ได้เช่นกัน

ส่วนหยางเจียวจ้านคนนี้เป็นที่เงียบขรึมเขาอยู่ชนบทตามบิดาส่วนมารดานั้นจากไปตั้งแต่เขายังเล็กและแม่ของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยผู้หญิงอีกคนที่ปรารถนาในตัวบิดา

เขามีน้องชายต่างมารดาสองคนคือหยางเจียวเจี้ยและหยางเจียวโจว

ที่จริงเขาเป็นหลานรักของปู่แต่ว่ามีพ่อที่ไร้คุณธรรมเพราะเป็นที่รู้กันว่าเขาคงนอกใจภรรยาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตไปเสียอีกทำให้เหล่าญาติไม่ค่อยอยากสุงสิงเพราะเกรงว่าเขาจะกลายเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นนั่นเอง

ยิ่งคุณปู่พาหลานนอกไส้มาเลี้ยงดูก็ยิ่งถูกนำมาเปรียบเทียบว่าแม้แต่เด็กกำพร้ายังสมควรได้รับความนับถือมากกว่าเขา เพราะพ่อของเธอคือผู้เสียสละแต่พ่อของเขานั้นเป็นคนไรุ้ณธรรม

เด็กผู้หญิงที่พบกันเมื่อตอนที่เธอเพิ่งย้ายมาอยู่กับปู่เด็กตัวเล็กที่เอาแต่ร้องไห้ขี้มูกกรัง ดูน่าสงสารเขาจึงยื่นลูกอมที่เพิ่งได้มาให้

หลังจากนั้นเด็กนั่นก็ติดเขาเป็นตังเม แล้วจู่ๆ คุณปู่ก็สั่งให้เขาแต่งงานกับเธอตอนที่เธออายุเพียง15ปี ส่วนเขาเพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นร้อยโทกลับต้องมาแต่งงานในขณะที่กำลังสร้างผลงาน

ภารกิจที่ถาโถมไม่สามารถทำให้เขาทำความรู้จักกับเธอได้

รู้เพียงว่าเด็กคนนี้ไม่สามารถปรับตัวกับชนบทได้ทำให้เธอล้มป่วยยิ่งทำให้ทั้งสองไม่สามารถใกล้ชิดกันมากขึ้น

นั่นเป็นข้ออ้างของเขาเพราะที่จริงแล้วเฉินหลานที่เป็นแม่เลี้ยงของเขาลับหลังใช้งานอีนั่วจนไม่ได้พักผ่อน เงินที่เขาส่งให้เธอก็ถูกยึดทุกเดือน

การเป็นสะใภ้ที่ไม่ถูกใจพ่อแม่สามีนั้นทำให้เธอแทบจะไม่มีที่ยืนในบ้านดีที่น้องสามีทั้งสองไม่ใช่คนเกเรอะไรแต่ก็ไม่ได้ช่วยปกป้องเธอนั่นก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว

พ่อสามีที่ทำเป็นมองไม่เห็นว่าแม่สามีนั้นกดขี่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเธออย่างไรนั่นก็แย่มากแล้ว

ถึงจะร้ายกาจแต่ไม่โง่เพราะเธอจะซื้อเสื้อผ้าดีไว้ให้ลูกสะใภ้ใส่ตอนเขากลับบ้านแล้วขู่ว่าหากเขาจับได้เธอจะให้เขาหย่าแล้วส่งเธอกลับไปหาคุณปู่

หลังแต่งงานผ่านไปหนึ่งปีเขาก็อุ้มทารกมาคนหนึ่งและบอกว่าให้เธอเลี้ยงเป็นลูก โดยบอกว่าพ่อของเด็กเป็นเพื่อนรักของเขาแต่ต้องเสียชีวิตจากการไปทำภารกิจแทนเขา

ส่วนภรรยาของเขาเมื่อทราบข่าวก็เสียใจจนคลอดก่อนกำหนดแล้วก็ตายตามสามีไปเหลือเพียงทารกน้อยที่ไม่มีใครดูแล

ส่วนเหล่าน้องสามีก็แต่งงานเข้าบ้านกันมาเป็นลำดับ สะใภ้ทั้งสองนั้นไม่โดนกดขี่มากนักเพราะทุกอย่างเป็นเธอที่แบกรับไว้ทุกอย่างแค่ไม่เพิ่มงานให้เธอก็ดีเท่าไหร่แล้ว

อีนั่วที่ตอนนั้นอายุแค่สิบหกต้องเลี้ยงเด็กที่อาจจะเป็นลูกชู้อย่างที่แม่สามีว่าเหล่าน้องสะใภ้ก็คอยพูดยุยงให้เธอมีลูกกับเขาเสียทีจะได้มัดใจเขาได้

ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากมีลูกกับเขาแต่เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ เขาไม่แตะต้องเธอเลยโดยอ้างว่าเธอยังเด็กเกินไปและงานของเขาก็เสี่ยงมากเขาไม่อยากให้เธอเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว

ถึงอย่างนั้นเธอก็มุ่งมั่นที่จะเอาชนะใจด้วยความดีที่มีทั้งหมดไม่ว่าเธอจะลำบากเพียงใดแค่เห็นเขาสบายใจไม่ต้องกังวลกับเรื่องในบ้้านนั่นก็ทำให้เธอคิดว่าเธอมีประโยชน์ต่อเขาและหวังว่าวันหนึ่งเมื่อภารกิจของเขาไม่เสี่ยงอันตรายแล้วเขาจะกลับมาสร้างครอบครัวกับเธอจริงๆ

และเพราะรักเขามากเธอจึงตั้งใจเลี้ยงดูเด็กคนนี้เป็นอย่างดีเพราะว่าไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขเด็กน้อยจึงเป็นที่รังเกียจถึงตัวเองถูกกดขี่แต่หยางเจียวมิ่งก็ได้รับการปกป้องดูแลจากเธอเป็นอย่างดี

แม้นจะไม่ได้อาหารดีๆ แต่เขาไม่เคยอดเพราะอีนั่ว จะให้ลูกกินอิ่มก่อน เธอพยายามเท่าที่เธอจะทำได้เพราะการอยู่บ้านหยางที่มีแม่สามีที่เป็นแม่เลี้ยงและน้องสามีและน้องสะใภ้ที่ไม่มีปากมีเสียง

และเธอเองเป็นลูกสะใภ้ที่พ่อแม่สามีไม่ชอบหน้าเท่าไหร่เพราะถูกบังคับให้แต่งงานทดแทนบุญคุณของพ่อเธอ

หลานสาวของแม่เลี้ยงเป็นสาวงามของหมู่บ้านได้เรียนจบมัธยมปลายได้ทำงานในโรงงานตำแหน่งเลขาท่านประธาน

เมื่อเทียบกับเด็กสาวตัวผอมเกร็งจบแค่มัธยมต้นไม่พูดไม่มีปากมีเสียงจนดูโง่งม

เมื่อเทียบกันแล้วเธอไม่มีทางสู้เจินลี่หลินได้เลยแม้แต่น้อย

และแล้ววันหนึ่งเมื่อสามีเธอกลับมาแม่เลี้ยงสามีใช้ให้เธอไปซื้อเนื้อมาเพื่อทำอาหารต้อนรับเขา

เธอไม่รอช้ารีบหาเนื้อไปถึงตัวอำเภอเพราะมันเย็นแล้วเนื้อดีๆ ไม่เหลือในที่สุดก็หาเนื้อดีๆ มาได้

เดินไปเดินกลับแบบไม่พักเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่เพื่อเขา เขาจะได้กินอาหารดีๆ

เธอจะทำอาหารจานเนื้อที่เขาชอบที่สุดมิ่งเอ๋อก็จะได้กินด้วย

สามีและลูกจะได้กินอาหารฝีมือของเธอวันนี้แม่สามีอนุญาตให้เธอใช้ครัว

เนื้อตุ๋นดีมั้ยนะ ขณะที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรกลับมาเห็นเด็กน้อยหยางเจียมิ่งนั่งรอเธออยู่หน้าบ้าน

"แม่กลับมาแล้ว"หยางเจียวมิ่ง

เด็กน้อยที่นั่งรอแม่มาตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ตกโผเข้าหาแม่ทันที

"ทำไมลูกมานั่งตรงนี้ได้ล่ะทำไมไม่รอแม่อยู่ในห้อง"จินอีนั่ว

"ย่าบอกให้มารอแม่ครับแล้วพอแม่มาให้รีบไปทำอาหารในครัวเลย"หยางเจียวมิ่ง

"แล้วพ่อล่ะ พ่อกลับมาหรือยัง"จินอีนั่ว

"กลับมาแล้วครับย่าบอกว่านานๆ พ่อกลับมาทีเลยจัดสำรับให้กินกันตามภาษาลูกผู้ชาย"หยางเจียวมิ่งรายงาน

สำรับที่ย่าพูดถึงคือวงเหล้าที่เธอเตรียมไว้ต้อนรับนั่นเอง

"ได้ถ้าอย่างนั้นลูกไปห้องกับแม่ก่อนแม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า"จินอีนั่ว

เพราะวันนี้วิ่งหาเนื้อทั้งวันอากาศก็ร้อนมากเหงื่อออกเธอจึงอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน

จึงเดินจูงมือลูกชายเข้าไปในห้องแต่ว่า

"แม่ครับ"หยางเจียวมิ่ง

"มีอะไรหรือลูก"จินอีนั่ว

เธอสังเกตเห็นท่าทีลังเลของเด็กน้อยจึงเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

"คือว่าย่าบอกว่าห้ามเข้าห้องจนกว่าย่าจะบอก"หยางเจียวมิ่ง

"ทำไมกัน"จินอีนั่ว

"ย่าบอกเพราะน้าเจินต้องใช้ห้อง"หยางเจียวมิ่ง

ทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องการใช้ห้องของเธอกัน

ลางสังหรณ์ไม่ดีเกิดขึ้นดังนั้นอีนั่วจึงรีบเร่งฝีเท้าไปที่ห้องทันที

ผลัวะ!

อีนั่วผลักประตูอย่างแรงและภาพที่อยู่เบื้องหน้าคือภาพการเล้าโลมของสามีเธอที่กำลังถอดเสื้อตัวนอกออก

และร่างบางเย้ายวนที่ที่ส่งเสียงเย้ายวน

สองคนชั่วกำลังทำเรื่องชั่วบนเตียงนอนของเธอ

ยังไม่ทันจะส่งเสียงอะไรความเหนื่อยที่ผ่านมาทั้งวันความร้อน ความเครียดความโกรธความเสียใจประเดประดังเข้ามาในเวลาเดียว

เพราะร่างกายที่ขาดสารอาหารและทำงานหนักมาตลอดระยะเวลาห้าปี

ร่างกายที่อยู่ด้วยความหวังที่หล่อเลี้ยงชีวิต

บัดนี้ความหวังเล็กๆ ที่จะให้เขาหันมามองเธอบ้างกลับทลายลงเพราะความชั่วที่ถูกเปิดโปง

หมดแล้ว พอแล้วไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว คุณปู่ขานี่คือการตอบแทนชีวิตของพ่อหนูเหรอ มิ่งเอ๋อไม่มีแม่แล้วลูกจะอยู่ยังไง……

ร่างทั้งร่างล้มทั้งยืน หัวใจเธอหยุดเต้นฉับพลัน

"แม่ครับ แม่!"หยางเจียวมมิ่งร้องเสียงหลง

เพราะเสียงร้องขวัญผวาของเด็กน้อยเรียกสติของคนบนเตียงให้หยุดกิจกรรมเข้าจังหวะชั่วคราว

"อีนั่ว!"….

…..นั่นเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่หัวใจเต้นครั้งสุดท้ายจะหยุดลง

………

"ฝันบ้าอะไรกัน"หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมน้ำตาและร่างที่สั่นเทา


สวัสดีค่ะขอฝากนิยายเรื่องใหม่นี้เอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

เหมือนตายไปแล้วจริงๆ

หญิงสาวมองไปบนเพดาน ทำไมสีมันเก่าอย่างนี้
เมื่อคืนที่หมอเคนฉีดสารอาหารอะไรให้กันนะ
เอวาเด็กอัจฉริยะที่เกิดมาพร้อมโรคประหลาด เธอไม่สามารถใช้ชีวิตกลางแสงแดดหรือผู้คนได้
ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำร้ายตัวเอง เธอถูกเรียกว่าเป็นแวมไพร์เพียงเพราะไม่สามารถทนแสงได้
เมื่อใดก็ตามแค่โดนแสงแม้เพียงน้อยนิดผิวของเธอจะแสบจนเป็นรอยไหม้ ดังนั้นสิ่งที่เธอหมกมุ่นคือการรักษาตัวเองจึง

เรียนรู้เรื่องโภชนาการและการผลิตเครื่องประทินผิวโดยเฉพาะครีมกันแดดเพราะเธอต้องออกแดดให้ได้โดยที่ไม่ต้องกลับมาแสบร้อน

ดังนั้นตัวยาทุกอย่างเธอใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสกัดยาและสมุนไพรบางตัวนั้นเธอปลูกเองในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์และเหมาะสม

ดังนั้นยาทุกตัวอาหารเสริมทุกแบรนด์ของเธอจึงเป็นตัวที่ขายดีที่สุดและขายไปได้ทั่วโลก สูตรอาหารเพื่อสุขภาพของเธอก็เป็นหนังสือขายดีด้วย

ดังนั้นเธอจึงกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ลึกลับของทุกคนไม่มีใครเคยเจอตัวเจ้าของสูตรรักษาโรคด้วยอาหารเพราะเจ้าของสูตรนั้นไม่สามารถออกไปเจอผู้คนได้

เพราะโรคประหลาดที่เธอเคยจัดกลุ่มว่าเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันอาหารเสริมและสมุนไพรของเธอสามารถรักษาโรคของทุกคนได้ยกเว้นโรคแวมไพร์ของเธอ

จนในที่สุดเธอก็สามารถค้นพบและกำลังที่จะทดลองออกแดดเป็นครั้งแรกแต่ทว่าเธอกลับถูกแพทย์ประจำตัววางยาเพราะต้องการครอบครองกิจการและสูตรของเธอ

แล้วนี่เขาเอาลักพาตัวเธอมาไว้ที่ไหนกันล่ะเนี่ยคิดเหรอว่าจะได้สูตรยาของเธอ ช่างโง่เง่าสิ้นดีเพราะเขาไม่รู้เลยว่าสูตรทุกอย่างและเอกสารและแล็บที่เป็นของเธอทุกอย่างจะคงอยู่ได้ด้วยชีพจรของเธอ

เมื่อชีพจรของเธอหยุดโดยที่เธอยังไม่ได้ส่งมอบให้ใครนั่นหมายความว่าทุกอย่างก็จะหายไปพร้อมกับลมหายใจของเธอ

เขาฉีดมอร์ฟีนแก้ปวดให้เกินขนาดอย่างนั้นสินะ จนทำให้เธอเบลอแล้วก็เอาตัวเธอมาซ่อนหวังจะได้พาสเวิร์ดอย่างนั้นเหรอ

ต่อให้ฆ่าเธอเขาก็ไม่มีวันได้ไปหรอกเจ้าคนละโมบ

“คนไข้ฟื้นแล้วหรือคะ” เป็นเสียงผู้หญิงเรียกเธอ

เอวาหันไปมองต้นเสียงก็เห็นผู้หญิงที่แต่งตัวแบบนางพยาบาลแบบโบราณแปลกๆ

“นี่เอาฉันมาไว้ในโรงพยาบาลชนบทเลยเหรอเนี่ย” เอวา

“ถึงจะไม่ใช่เมืองหลวงแต่โรงพยาบาลของเราก็จัดว่าเป็นโรงพยาบาลใหญ่ที่มีทั้งชื่อเสียงและคุณภาพนะคะ” พยาบาลโต้ตอบ

พลางคิดในใจสภาพอนาถาขนาดนี้ยังจะเลือกโรงพยาบาลอีกหรือผู้หญิงคนนี้มาโรงพยาบาลด้วยอาการทางหัวใจ ที่จริงหัวใจเธอหยุดเต้นไปแล้วดีที่หมอหลิวกู้ชีพจรเธอกลับมาได้

หลังจากที่เธอพ้นขีดอันตรายแล้วก็ไม่ยอมตื่นถึงสามวันและในช่วงระยะเวลาทั้งสามวันนั้นไม่มีใครมาเยี่ยมเธอเลย ตอนแรกก็น่าสงสารแต่คำพูดดูแคลนนั่นทำให้พยาบาลรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยน่าสงสารเท่าที่คิด

“อย่าเข้าใจผิดนะคะคุณพยาบาลคือคนที่ทำให้ฉันเป็นอย่างนี้เขาควรจะรับผิดชอบให้มากกว่านี้มาที่โรงพยาบาลนี่ไม่ใช่ปัญหาแต่ดูสิคะ ไม่มีใครมาดูแลฉันเลยถ้าไม่ได้คุณพยาบาลแสนสวยเดินเข้ามาดูแล้วฉันจะทำยังไงก็ไม่รู้เลย” เอวาเอาใจคนที่น่าจะช่วยเธอได้

เพราะเธออยู่คนเดียวมาตลอดจึงมักจะชอบสังเกตพฤติกรรมของคนว่าใครรู้สึกอย่างไร และยิ่งไปพบใครต่อหน้าไม่ได้เธอจึงใส่ใจเรียนรู้ท่าทีของคนหนักกว่าคนทั่วไปเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ

เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พ่อของเธอสอนในตอนที่พวกท่านยังมีชีวิตอยู่

“คนไข้ฟื้นแล้วหรือครับ” เป็นเสียงชายหนุ่มที่สวมชุดกราวนด์สีขาว

“ค่ะคุณหมอดูท่าทางจะหายเป็นปกติดีแล้ว” พยาบาลพูดเสร็จก็เปิดม่านที่ล้อมเตียงคนให้เปิดออก

“ว้าย” เอวา

เมื่อม่านเปิดออกแสงสว่างก็เข้ามาหาเธอเต็มๆ เธอยังไม่ได้ป้องกันแสงเลย ไหนจะครีมกันแดดไหนจะชุดกันยูวีสิ่งที่เธอทำจึงดูว่าประหลาดมากสำหรับหมอและคนไข้ที่อยู่ในห้อง

ห้องคนไข้ที่เธออยู่เป็นห้องคนไข้รวมนั่นเองแต่เพราะเธอยังไม่ฟื้นพยาบาลจึงเอาม่านลงเพื่อให้เธอมีความเป็นส่วนตัว

แต่เมื่อคุณหมอมาตรวจไข้จึงเปิดผ้าม่านแต่กลายเป็นว่าปฏิกิริยาของคนไข้ทำให้ทุกคนแปลกใจ

“ปิดม่านค่ะ ฉันโดนแดดไม่ได้” เอวาร้องแล้วรีบเอาผ้าห่มคลุมตัว

“แต่ว่าเมื่อวานตอนเปิดม่านคุณก็ไม่เป็นอะไรนี่คะ” นางพยาบาลเสิ่น

“ฉันโดนแดดแล้วผิวจะไหม้หากโดนโดยตรงตัวฉันอาจจะ เอ๊ะ” เอวา

เธอเพื่งรู้สึกว่าส่วนเท้าที่ผ้าห่มปิดไม่ถึงกลับไม่รู้สึกแสบร้อนแต่อย่างใด

“เอ๋?” เอวายิ่งประหลาดใจ

เธอยื่นมือออกมาจากผ้าห่มแล้วก็ไม่รู้สึกเหมือนผิวจะไหม้แต่อย่างใดแล้วจึงเปิดตัวออกมาปรากฏว่าเธอไม่รู้สึกแสบร้อนใดๆ

“ไม่ร้อนแล้วจริงๆ ด้วย” เอวาตะลึง

แล้วก็กระโดดลงจากเตียงเดินไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่สายลมที่พัดเบาๆ เข้ามาสัมผัสโดนผิวเธอเป็นครั้งแรก และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอยืนท่ามกลางแสงแดดโดยไม่ต้องใช้ครีมกันแดด

หรือว่าเป็นเพราะยาที่เธอเพิ่งคิดค้นกันแน่นะ

“คุณหมอคะ” เอวา

“ครับ” หมอหลิว

“ฉันหายแล้วค่ะ หายแล้วจริงๆ ดูนี่สิดูสิคะ ผิวของฉันผิวของฉัน” เอวาวิ่งไปหาคุณหมอรูปหล่อ

และยื่นแขนที่ผิวขาวบางเหมือนโปร่งแสงให้คุณหมอดู เธอยิ้มกว้างตาหยีกระโดดโลดเต้นไปมา

“ฮ่าฮ่าฮ่าหายแล้ว หายแล้วฉันทำได้แล้ว อ้อคุณหมอคะคุณเก่งมากๆ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว” เอวาดีใจถึงขีดสุด

ตอนนี้เธอคงรู้สึกเหมือนคนที่สามารถพิชิตยอดเขาเอวาเรสที่สูงที่สุดในโลกได้ การทำสิ่งที่ยากที่เหมือนจะแทบเป็นไปไม่ได้ให้มันสำเร็จมันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง

คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในที่มืดและแล็บไม่เคยได้สัมผัสสายลมแสงแดดเลย มบัดนี้ไม่ต้องกังวลแล้ว

“คอยดูนะจะกลับไปกินชีสกินน้ำอัดลมกินพิซซ่ากินขนมปังกินเค้กกินไส้กรอกกินขนมให้พุงกางเลย” เอวาหัวเราะดีใจ

เพราะที่พูดมาเป็นอาหารต้องห้ามที่เธอไม่สามารถกินได้เลยเมื่อเธอป่วย

“I'm The King of The World!!!!…..We are the Champion my friend…..” เอวาแหกปากร้องเพลงแถมเต้นท่าประหลาดๆ ไปรอบตัวหมอจนคนไข้ที่อยู่ในห้องลุกขึ้นมาดูผู้หญิงบ้าคนนี้ว่าจะทำอะไรต่อ

“คุณคนไข้คะ ช่วยเกรงใจคนไข้ท่านอื่นด้วย” พยาบาลเตือนเอวาที่เพิ่งวิ่งกลับเข้ามาในห้อง

เธอวิ่งทั้งที่ไม่ได้ใส่รองเท้าวิ่งลงไปข้างล่างโรงพยาบาลในส่วนที่เป็นสนามหญ้าแล้วลงไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่พักใหญ่แล้ววิ่งกลับขึ้นมา

ทุกการกระทำให้เธออยู่ในสายตาของคุณหมอหลิว ท่าทางประหลาดใจและดีใจสุดขีดนั่นสำหรับเขาเธอน่าเอ็นดู ผู้หญิงที่ตัวผอมบางจนดูเหมือนว่าจะปลิวไปกับสายลมได้ตลอดเวลากลับยิ้มและหัวเราะได้ขนาดนั้น

เธอคงดีใจที่โรคลิ้นหัวใจรั่วของเธอจู่ๆ ก็หายแล้ว หลังจากผ่านความเป็นความตายดูเหมือนร่างกายของเธอจะรีเซตตัวเองจนเป็นคนใหม่ได้

เธอคนนี้น่าสนใจและน่ารักมากหากไม่ติดว่าเป็นภรรยาของคนอื่นไปแล้วเขาคงตามจีบเธอนี้อย่างแน่นอน

“ขอโทษทีค่ะลืมตัวไปหน่อยคุณพยาบาลรู้มั้ยคะว่าหญ้ามีกลิ่นหอมมาก สายลมก็เย็นชื่นใจจริงๆ” เอวา

สายลมหน้าร้อนเนี่ยนะ นางพยาบาลเสิ่นได้แต่ส่ายหัวเหมือนเด็กสาวเห่อสายลมจึงไม่กล้าขัด

อาจเพราะมีโรคประจำตัวเธอจึงไม่ได้ทำงานกลางแดดผิวของหญิงสาวจึงซีดขนาดนั้น ตอนที่รับเธอมาตอนนั้นเธอซีดจนเหมือนว่าเธอนั้นตายไปแล้วจริงๆ


เอวาหายแล้ว ทั้งหายจากโรคและโลกเลยลูก

ต้องมีลูกกับจินอีนั่วเท่านั้น

“ผมขอตรวจคุณอีกครั้งเพื่อความแน่ใจนะครับ” หมอหลิว

“ได้ค่ะ แต่ว่า” เอวาหันไปมองรอบๆ

“มีอะไรหรือครับ” หมอหลิว

“คือว่าคนที่พาฉันมาที่นี่พวกเขาอยู่ไหนกันคะ” เอวา

“ยังไม่มีใครมาเลยครับ วันแรกที่สามีคุณพามาที่นี่เขาเองก็ต้องล้างสารพิษด้วยแต่หลังจากนั้นก็ไม่มาอีกเลย” หมอหลิวตอบ

หมอเจ้าเล่ห์นั่นอ้างว่าเป็นสามีของเธออย่างนั้นเหรอ แล้วโดนสารพิษอะไร คงไม่ใช่มอร์ฟันหรอกมั้ง

“แล้วเขามีสารเสพติดหรือคะ” เอวา

“ก็ไม่เชิงครับ” หมอหลิวไม่กล้าบอกว่าเป็นยาแบบไหน

เพราะกลัวว่าเธอจะยิ่งเสียใจ

“อ้อค่ะ” เอวา

เธอเองก็ไม่สนใจคิดเพียงแต่ว่าจะหาทางกลับบ้านไปได้อย่างไรจึงเริ่มมองไปรอบๆ ตัวในขณะที่ให้หมอตรวจ

“คุณคนไข้อยู่นิ่งๆ สิคะเดี๋ยวต้องตรวจเลือดอีกรอบนะคิดดิ้นไปดิ้นมาแทงเข็มพลาดจะเจ็บเอา"พยาบาลเตือน

“อ้อค่ะ” เอวารับคำนั่งนิ่งๆ ตามคำบอกของพยาบาล

แต่แล้วสายตาของเธอก็ไปอยู่ที่ปฏิทิน

“ภาษาจีนเหรอ แล้วนี่ฉันก็พูดภาษา…” เอวา

เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองพูดภาษาจีนเหมือนเป็นภาษาแม่แต่ที่จริงเธอก็พูดได้อยู่แล้วแต่โดยปกติทั่วไปคนเราก็พูดภาษาแม่ของตัวเองทั้งนั้น

แล้วนั้นอะไรวันที่ 8 สิงหาคมปี1988 เดี๋ยวนะ

"คนไข้จินอีนั่ว การตรวจเบื้องต้นตอนนี้คุณปกติดูทุกอย่างรอผลเลือดออกมาก่อนนะครับผมให้พยาบาลเจาะเลือดที่หูคุณเพื่อดูการเต้นของหัวใจอีกสักครู่ผลคงออกมา

ดูการเต้นของหัวใจ ทำไมไม่เช็กค่าตับค่าไตและสภาวะภูมิคุ้มกันของเธอหล่ะและเดี๋ยวก่อนนะ

“คุณหมอเรียกฉันว่าอะไรนะคะ” เอวา

“คนไข้จินอีนั่ว คุณรู้สึกผิดปกติตรงไหนรึเปล่าครับ” หมอหลิว

จินอีนั่วผู้หญิงที่เธอฝันถึงก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นมาไม่ใช่เหรอ

“คุณหมอมีกระจกมั้ยคะ” เอวา

ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด มันไม่ตลกเลยนะ

"นี่ครับคุณไหวมั้ย" หมอหลิวยื่นกระจกที่รับมาจากพยาบาลส่งให้เอวา

ตอนนี้เขาเริ่มเป็นห่วงเธอจริงๆ แล้วเพราะใบหน้าของเธอนั้นซีดเผือดและดูเหมือนเธอจะไม่มีแรงแม้แต่จะถือกระจก

เพราะตอนนี้คนไข้จินอีนั่วเป็นลมไปแล้ว

นี่สรุปว่าเธอมาอยู่ในร่างคนอื่นอย่างนั้นเหรอ งั้นก็แสดงว่าเธอตายไปแล้วจริงๆ แต่ก็ถือว่าปรานีที่ให้เธอตายอย่างมีความสุข…..ซะที่ไหนล่ะ ไอ้คนละโมบเสียทีที่ไว้ใจ

หมอเคนคือคนคนเดียวที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็กเขาเป็นแพทย์ประจำตระกูลเธอให้ความไว้วางใจกับเขาและป้าหวันหัวหน้าแม่บ้านที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก

เพราะเสียพ่อแม่ไปจึงเติบโตมากับคนแปลกหน้าและโรคบ้าๆ นั่นด้วยเธอจึงไว้ใจเขามาก แล้วนี่ป้าหวันล่ะป้าหวันร่วมมือกับเขาด้วยรึเปล่านะ

“สรุปว่าเราตายไปแล้วจริงๆ เหรอ” เอวาบ่นพึมพำกับตัวเอง

ตอนนี้เธอกลับมานอนที่เตียงเหมือนเดิมดีที่คุณพยาบาลเสิ่นปิดม่านเอาไว้ให้เธอ

“ไม่หรอก ไม่ได้ฝัน” มีเสียงที่หม่นหมองพูดกับเธอ

“ใครน่ะ” เอวา

“หากร่างกายนี้ยังพอมีประโยชน์กับเธออยู่บ้างก็ใช้ให้เป็นประโยชน์สำหรับตัวเธอนะฉันไม่เหลืออะไรที่จะรั้งไว้ที่นี่อีกแล้วจะเป็นห่วงก็แต่หยางเจียวมิ่ง เด็กคนนั้นถ้าไม่มีฉันคงลำบากแล้ว” เสียที่เศร้าสร้อยนั้นฝากฝังเรื่องสุดท้าย

“ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่ฉันฝันก็เป็น..” เอวา

“เป็นความทรงจำของฉันเอง มันน่าสมเพชมากใช่ไหมล่ะ” เสียงนั้นเครือ

“ถ้าอยากจะร้องไห้ก็ร้องเถอะนะ ร้องออกมาให้หมดเธอจะได้ไม่ติดค้างอีกแล้ว” เอวา

เธอบอกไปแล้วก็ร้องไห้ไปอย่างทรมานหัวใจเธอเจ็บเหมือนถูกมีดกรีดความเจ็บปวดในอกเป็นของจินอีนั่วนี้แต่เอวาสามารถรับรู้ได้ว่ามันแสนสาหัสเพียงใด

เอวาร้องไห้ไปกับอีนั่วทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อนไม่เคยร่วมสุขแต่ตอนนี้ได้มาร่วมทุกข์ด้วยกันแล้ว

“ร้องออกมาให้หมดนะ ฮือ อย่าไปรักคนใจดำอย่างนั้นอีก ฮึกคนใจร้ายอย่างนั้นหลับหูหลับตารักเข้าไปได้ยังไง ดีแค่หน้าตาแต่สันดานนับได้ว่าเลวที่มุด ต้องชั่วขนาดไหนถึงทำร้ายกันได้ขนาดนี้ อีนั่วคนนี้เคยทำผิดอะไรให้เขาข้องใจถึงได้หักหานน้ำใจกันขนาดนี้ฮือ” เสียงร้องไห้ขมขื่นดังออกมาจากเตียงของเธอ

“ต่อไปเธอต้องอยู่เพื่อตัวเองและลูกนะ” อีนั่ว

“ต่อไปฉันจะไม่ยอมรักใครอีกแล้วความรักมันโหดร้ายเกินรับรองเลวว่าฉันจะไม่มีวันรักไอ้ชายชั่วนั่นแน่” เอวา

“เอาเถอะนะฮึกอย่างไรเสียต่อจากนี้ก็ดูแลตัวเองดีๆ รักตัวเองให้มากๆ ฉันตัดใจได้แล้ว ขอบใจเธอมากนะพอได้ระบายฉันก็ไม่ติดค้างอะไรอีกแล้ว” อีนั่วกล่าวลา พร้อมขอบคุณอีกครั้ง

แต่สำหรับเอวาตอนนี้เธอก็ยังคงร้องไห้อยู่ต่อไปความทุกข์ของอีนั่วนั่นเรื่องหนึ่งและเธอที่ต้องมาอยู่ที่นี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง

ประสบการณ์ความรักที่ไม่ใช่ของเธอมันช่างเจ็บปวดและเธอก็รู้สึกว่าเจ้าของร่างถูกกระทำมากเกินไป ชดเชยบ้าอะไรจับเอาเธอมาเป็นทาสในเรือนเบี้ยอย่างนี้

ดีที่ไอ้ผัวเฮงซวยมันยังไม่แตะต้องตัวเธอไม่อย่างนั้นเธอคงต้องไปกระโดดแม่น้ำล้างมลทินให้ออกให้หมด

จินอีนั่วคนใหม่ร้องไห้อยู่นานจนหลับไปอีกรอบโดยไม่รู้เลยว่านอกผ้าม่านนั้นมีคนได้ยินเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจพร้อมกับคำก่นด่าของเธอ

คนหนึ่งคือคุณมาที่แวะมาดูเธอก่อนออกเวร ส่วนอีกคนคือต้นเรื่องที่ทำให้เธอเสียน้ำตา ดีที่เขาฝากลูกชายไว้กับพยาบาลข้างนอกไม่อย่างนั้นเด็กน้อยคงร้องไห้ตามแม่ของเขาไปด้วยแน่นอน

“ผมว่าคุณควรจะเคลียร์เรื่องนี้กับภรรยาก่อนไปนะครับ” หมอหลิวที่เดินตามหยางเจียวจ้านออกมานอกห้องเอ่ยขึ้น

“คิดว่าคงจะไม่ทันการผมแวะมาดูเธอก่อนออกปฏิบัติการกะจะให้เธอดูแลลูกด้วยอยู่ที่บ้านคงไม่มีมีใครดูลูกชาย” หยางเจียวจ้าน

เหตุการณ์ที่จินอีนั่วเห็นไม่ใช่อย่างที่เธอคิด จริงอยู่ภาพบาดตานั้นเป็นเขาจริงๆ แต่ว่าวันนั้น

“อีนั่วอยู่ไหนครับ” หยางเจียวจ้านที่กลับมาบ้านถามหาภรรยา

การกลับมาบ้านครั้งนี้เพื่อจะมาบอกว่าเข้าต้องไปปฏิบัติภาระกิจที่ต่างประเทศจึงนำเงินกลับมาให้เธอไว้ใช้ก่อนแล้วกะว่าจะออกไปรวมตัวในวันรุ่งขึ้น

“หล่อนรู้ว่าลูกจะมาเลยรีบไปหาเนื้อมาทำอาหารน่ะ” เฉินหลาน

“แต่ผมส่งจดหมายมาบอกล่วงหน้าแล้วทำไมถึงเพิ่งไปล่ะ” หยางเจียวจ้าน

“หล่อนก็เป็นอย่างนี้แหละมาเถอะแม่จัดการกับแกล้มไว้ให้แล้วนานๆ มากันพร้อมหน้าเดี๋ยวน้องๆ ของลูกก็กลับกันมาแล้ว” เฉินหลาน

“ที่จริงคุณน้าไม่ต้องลำบากหรอกครับผมจะออกไปปฏิบัติภารกิจไม่ควรดื่ม"หยางเจียวจ้านไม่เรียกแม่เลี้ยงว่าแม่

“แหมอีกตั้งสามวัน กินแค่วันนี้วันเดียวเดี๋ยวพ่อเธอก็มีเรื่องอยากจะคุยด้วย” เฉินหลาน

วันนั้นเขานั่งกินเหล้ากับพ่อและน้องๆ จริง แต่ดูเหมือนว่าน้องๆ จะมานั่งได้ครู่เดียวก็ถูกภรรยาเรียกให้เข้าไปวัดตัว

เหตุเพราะเจินลี่หลินที่เป็นเลขาท่านประธานโรงงานสิ่งทอมาวัดตัวตัดเสื้อให้ถึงที่นั่นเอง

“พ่อมีอะไรจะคุยกับผมหรือครับ” หยางเจียวจ้าน

“เรื่องบ้านเราน่ะ ปู่แกให้สัญญาว่าถ้าแกมีลูกปู่จะให้เรากลับบ้านใหญ่” หยางเจี้ย

“แล้วจะให้ผมทำยังไง” หยางเจียวจ้าน

“ก็ถ้านังเด็กนั่นมันมีลูกให้แกไม่ได้แกก็หาคนที่คลอดให้แกได้สิ ปู่แกไม่ได้เฉพาะเจาะจงเสียหน่อยว่าต้องเป็นลูกของแกกับเด็กนั่น” หยางเจี้ยที่ตอนนี้กึ่มๆ จึงกล้าพูดเรื่องไม่ดีออกมา

“ทำไม่ได้และไม่ทำ แล้วก็อีกอย่างนะพ่อ ปู่หมายถึงผมต้องมีลูกกับจินอีนั่วเท่านั้นไม่ใช่คนอื่น” หยางเจียวจ้าน


จู่ๆก็กลายมาเป็นคนอื่นแถมเจ้าของร่างก็น่าสงสารมากเกินไปแล้ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...