คนโทษสมัยก่อน ถูกจองจำด้วยขื่อ-คา แต่ปลดได้โดยการเสีย 'ค่าลด' ให้ผู้คุม
ขื่อ และ คา คือเครื่องจองจำคนโทษสมัยโบราณ รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เศรษฐเนตร มั่นใจจริง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เรียบเรียงไว้ใน “สรรพสาระ อยุธยา” ว่า
“ขื่อ มี 2 ชนิด คือ ขื่อมือและขื่อเท้า ขื่อเท้านั้นทำด้วยไม้เนื้อแข็งรูปร่างคล้ายเสาสี่เหลี่ยม มีความยาวพอสมควร ที่ตัวไม้นี้เจาะเป็นช่องทะลุตลอดพอขนาดให้เท้าทั้งสองสอดเข้าไปได้ ปลายเท้าไปโผล่อีกข้างหนึ่ง ด้านบนของช่องที่สอดเท้ามีลิ่มตอกบังคับไม่ให้ดึงเท้าออกได้
คา ทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรือไม้ไผ่ใช้ใส่คอผู้ถูกลงโทษ คาใช้ใส่คอผู้ถูกจองจำ คา ประกอบด้วยไม้ 2 ชิ้น มีลิ่มตอกบังคับหัวท้าย เวลาใส่แยกไม้ทั้งสองออกจากกัน แล้วเอาส่วนที่ทำเป็นช่องประกบกับคอตอกสลักหรือลิ่มหัวท้าย เพื่อบังคับไม่ให้หลุดออกจากคอได้”
นอกจากขื่อไม้ ยังมีขื่อเหล็ก ทำด้วยเหล็ก ดังที่กวีบรรยายสภาพรามวงศ์ในเรื่อง “สิงหไตรภพ” ว่า
“ติดคาคองอมือใส่ขื่อเหล็ก สายโซ่เหล็กล่ามรั้งไว้ทั้งสอง”
การจองจำคนโทษด้วยโซ่ตรวนขื่อคาตามกฎหมายสมัยโบราณเป็นการควบคุมร่างกายผู้ต้องโทษให้ขยับเขยื้อนยากลำบาก ลองนึกภาพคนโทษที่ถูกจองจำครบทั้งคอ ข้อมือ ข้อเท้า จะนอนก็นอนไม่ได้ ต้องนั่งค้ำคออยู่อย่างนั้น กรณีขุนช้างถูกจำครบห้าประการ เสภาเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” บรรยายว่า
“ทำมะรงฉุดคร่าพาตัวไป เอาเข้าในคุกขึงจำตรึงตรา
คาไม้จริงยิงตะปูดูให้มั่น โซ่ร้อยแหล่งแกล้งสรรให้แน่นหนา
เอาอิฐหนุนก้นโด่งโยงหัวคา ใส่ขื่อมือยื้อคร่าให้ตึงตัว”
สภาพขุนช้างตอนนี้ กาญจนาคพันธุ์ และ นายตำรา ณ เมืองใต้ อธิบายไว้ในหนังสือ “เล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน” ว่า
“คือ เอาก้อนอิฐหนุนก้นให้ก้นสูง หลังจะได้โค้งเหยียดแขนไปดึงไว้ที่หัวคาได้เต็มที่ เสร็จแล้วเอาก้อนอิฐออก ตัวก็แขวนลอยอยู่ในคา เป็นวิธีแกล้งทรมานเล่น”
ขุนช้างถูกแขวนจนก้นพ้นกระดาน ต้องทรมานอยู่ท่านี้อีกนานเท่าใดไม่รู้ จึงพูดกับพะทำมะรงอย่างนอบน้อม
“ขุนช้างร้องขอโทษอย่าโกรธขึ้ง เจ็ดตำลึงสิบตำลึงลูกจะให้
จงลดก่อนผ่อนคลายให้หายใจ แล้วจะให้ค่าลดสิบตำลึง”
ขุนช้างหายใจไม่ออก กลัวตายจึงเอ่ยปากติดสินบนผู้คุมให้ลดหย่อนเครื่องจองจำ พะทำมะรงกล่าวว่า โทษของเอ็งถึงตายจึงต้องจองจำครบอย่างนี้ จะช่วยถอดให้หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจจำนวนคนโทษและปิดประตูคุกเรียบร้อยแล้ว
“พอให้เขาตรวจตราอย่าอื้ออึง ลั่นกุญแจแล้วจึงจะเคลื่อนคลาย”
‘ค่าลด’ ในที่นี้คือ ค่าลดหย่อนเครื่องพันธนาการนั่นเอง
เมื่อนางวันทองเข้าไปเยี่ยมขุนช้างในคุก ขุนช้างบอกเมียว่า
“จะด่าทออย่างไรก็ไม่ว่า เอาเงินตราค่าคุกนั้นมาให้
กับค่าลดสิบตำลึงให้ถึงใจ เสียไหนเสียไปเถิดแม่คุณ”
พอจ่ายเงินค่าลดเครื่องจองจำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
“ทำมะรงให้อ้ายรอดถอดขื่อคา กินข้าวปลาเถิดพี่ช้างอย่าครางอี๋
เป็นตายอยู่กับตัวกลัวไยมี จะด้นดำดินหนีได้เมื่อไร”
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ ‘ค่าลด’ ไว้ในหนังสือ “ขุนช้างขุนแผน ฉบับอ่านใหม่” ว่า
“เมื่อถูกจองจำห้าประการแล้ว ก็สามารถที่จะลดเครื่องพันธนาการได้ทีละอย่าง แต่ละอย่างนั้นมีอัตราว่าเป็นเงินเท่าไรที่จะต้องเสียให้แก่ผู้คุม การจ่ายค่าลดให้แก่พะทำมะรง สำหรับลดเครื่องจองจำขุนช้างทีละอย่างเป็นต้นว่า ค่าลดสำหรับขื่อนั้นก็มีอัตราหนึ่ง ค่าลดสำหรับถอดคาก็มีอัตราหนึ่ง ไปจนถึงค่าลดสำหรับถอดตรวนก็มีอัตราหนึ่ง ซึ่งก็คงจะแพงอยู่ ค่าลดทั้งหมดนี้เสียกันโดยเปิดเผย ถือว่าเป็นรายได้ของผู้คุม เพราะผู้คุมในสมัยนั้นมิได้มีเงินเดือนหรือค่าจ้างอื่นใดหรือรายได้ใดนอกจากการเก็บค่าลด ซึ่งถือว่าเป็นธรรมเนียมที่จะทำให้ผู้คุมมีรายได้ในสมัยนั้น”
‘พระราชกำหนดเก่า’ ข้อ 32 ใน “กฎหมายตราสามดวง ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 2 บันทึกเกี่ยวกับ ‘ค่าลด’ ดังนี้
“ถ้ามีรับสั่งให้เฆี่ยรถามจำ 5 ประการให้เรียกเอาค่าเชิ่งประกัน ค่าลดโซร่ ค่าลดขื่อมือ ขื่อตีน ลดคา” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)
บางกรณีมีผลเสียเกิดจากค่าลด พระราชกำหนดเก่า ข้อ 25 กล่าวถึงการเอาเงินค่าลดจากผู้ต้องโทษหนักทำให้คนโทษหลบหนีไปจากคุก
“ผู้จำคนโทษย่อมเอาเงินค่าลดแก่ผู้เปนโทษหนัก แลมิได้จองจำให้มั่นคงตามโทษ คนโทษจึ่งหนีไปได้ แต่นี้ไปเมื่อหน้าถ้าแลข้าทูลอองฯ ทุลีพระบาทแลไพร่ผู้ใดๆ เปนโทษกระบถและโทษโจรปล้นสดมแลผู้คุมจำให้หนีไปได้แลโทษฉ้อประบัตรราษฎร แลมีรับสั่งให้ตำรวจในนอก แลกรมวังทหารในแลกรมสนมซ้ายขวา แลกรมพระนครบาลให้เฆี่ยรถาม แลตีถามให้จำ 5 ประการแลจำ 3 ประการอย่าให้เรียกค่าลดให้จำให้ครบให้มั่นคง” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)
ฉบับหน้า จะติดคุกหรือพ้นคุก เงินเสียงดังเสมอ •
จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022