โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิกรไทย เตือนภัยมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้เทคโนโลยี Deepfake หลอกโอนสูญเงินกว่า 6 แสนบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 มี.ค. 2565 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2565 เวลา 04.34 น.

ธนาคารกสิกรไทย เผยได้รับแจ้งจากลูกค้าโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน สูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลายล้านบาท โดยเคสล่าสุดใช้กลโกงใหม่โทรวิดีโอคอล (VDO Call) และใช้เทคโนโลยี Deepfake ตัดต่อคลิปวิดีโอปลอมใบหน้า เสียง และท่าทางหลอกว่าเป็นตำรวจ และให้ลูกค้าโอนเงินกว่า 6 แสนบาท ธนาคารย้ำความสำคัญในการป้องกันภัยคุกคามทางการเงิน พร้อมประสานงานกับหน่วยงานรัฐเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทัน จัดระบบตรวจสอบบัญชีผิดปกติและอัปเดตกลโกงมิจฉาชีพและรณรงค์ 3 แนวทางรู้ทันมิจฉาชีพ  #ใช้สติป้องกันสตางค์ “ไม่เชื่อ – ไม่ให้ข้อมูล – ไม่โอน” ผ่านสื่อต่างๆ ของธนาคาร 

นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้วิธีหลอกลวงได้แยบยลและดูน่าเชื่อถือมากขึ้น หลอกเหยื่อทางโทรศัพท์ สร้างสถานการณ์ให้ตื่นตระหนก หรือหลอกล่อด้วยเงินรางวัลต่างๆ ทำให้มีจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อ และสูญเสียทรัพย์ไปเป็นจำนวนมาก โดยกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มักแอบอ้างเป็นธนาคารคือ โทรแจ้งว่าลูกค้าติดหนี้บัตรเครดิต และขอให้ลูกค้ารีบชำระเงินโดยด่วนด้วยการโอนเงินเข้ามายังบัญชีที่หลอกลวง 

กรณีล่าสุดเป็นกลโกงใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าธนาคาร ซึ่งได้รับสายโทรศัพท์ระบุเป็นเบอร์โทรจากต่างประเทศ อ้างตนเป็นพนักงานของบริษัทขนส่งเอกชนแจ้งเรื่องพัสดุมีของผิดกฎหมาย และขอให้เปิดวิดีโอคอล เพื่อพูดคุยกับตำรวจ แต่เป็นตำรวจตัวปลอมที่ใช้เทคโนโลยี Deepfake ให้ภาพขยับแค่ปากและใส่เสียงพูดเชิงข่มขู่ว่าพัสดุที่ส่งเป็นสมุดบัญชีซึ่งต้องสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน โดยจะขอตรวจสอบบัญชีด้วยการให้โอนเงินออกจากบัญชีมาไว้ที่ตำรวจ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ และพูดหลอกล่อจนลูกค้าโอนเงินให้ทั้งหมด และกว่าลูกค้าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ถอนเงินจำนวนกว่า 6 แสนบาทออกจากบัญชีไปหมดแล้ว

นายกฤษณ์ กล่าวต่อว่า ธนาคารได้วางแนวทางการทำงาน 3 ด้าน ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้แก่ 1) ดำเนินการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในโครงการระบบรับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยจะมีการประสานการปฏิบัติงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ธนาคารให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสอดคล้องกับรูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น 2) มีระบบตรวจสอบ และจัดการบัญชีที่มีธุรกรรมผิดปกติ  เพื่อนำไปสู่แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตทางการเงินของมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) อัปเดตกลโกงมิจฉาชีพและร่วมรณรงค์เผยแพร่ 3 แนวทางรู้ทันมิจฉาชีพและภัยไซเบอร์  #ใช้สติป้องกันสตางค์ “ไม่เชื่อ – ไม่ให้ข้อมูล – ไม่โอน” ผ่านสื่อต่างๆ ของธนาคาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...