โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ การันตีการต่ออายุ-เพิ่มนิยามฉ้อฉล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ธ.ค. 2564 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2564 เวลา 09.34 น.

  คปภ.ปรับมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ เริ่มใช้ 8 พ.ย. 64 ด้านสมาคมประกันวินาศภัยไทยรับลูก แจง New Health Standard ชัดเจนโปร่งใส แม้ต้องปรับเบี้ยเพิ่ม แต่ผู้เอาประกันได้ประโยชน์เต็มที่

  รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้มีคำสั่งนายทะเบียน ที่ 56/2562 และ 14/2564 กำหนดให้บริษัทประกันชีวิตใช้ข้อความสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพแนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตให้มีมาตรฐานเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เพื่อเป็นมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ (New Health Standard) สำหรับทุกบริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิต โดยได้มีการปรับปรุงเนื้อหากและเงื่อนไขของประกันสุขภาพใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ตารางความคุ้มครองให้ทันสมัยและเข้าใจง่ายขึ้น

สำหรับมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ ได้มีการเพิ่มคำนิยามให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการฉ้อฉลประกันภัย ที่กำหนดคำนิยามใหม่ให้ชัดเจนว่า หมายถึง การเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยทุจริต หรือแสดงหลักฐานเป็นเท็จในการเรียกร้อง รวมถึงการเจตนนาทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือการป่วยเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยต่างๆ

นอกจากนี้ ยังกำหนดคำนิยามในเรื่องของการผ่าตัดให้ชัดเจน สอดคล้องกับนวัตกรรมทางการแพทย์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยกำหนดคำนิยามของการผ่าตัด ดังนี้

การผ่าตัดใหญ่ หมายถึง การผ่าตัดผ่านผนังหรือช่องโพรงของร่างกาย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาสลบแบบทั่วไป (General Anaesthesia) หรือการใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน (Regional Anaesthesia)

การผ่าตัดเล็ก หมายถึงการผ่าตัดระดับผิวหนังหรือชั้นใต้ผิวหนังหรือชั้นเยื่อบุ โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ (Local/Topical Anaesthesia) หรือเฉพาะบริเวณ

การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery) หมายถึงการผ่าตัดใหญ่ หรือการทำหัตถการแทนการผ่าตัดใหญ่ หรือการใช้เครื่องมือบำบัดรักษาพิเศษที่สามารถทดแทนการผ่าตัดใหญ่ได้ โดยไม่ต้องมีการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาล

รวมทั้งยังกำหนดคำนิยามสำหรับการปฏิเสธการต่ออายุสัญญาให้ชัดเจนขึ้น โดยกำหนดให้ทุกบริษัทสามารถปฏิเสธการต่ออายุสัญญาได้ เมื่อเกิดกรณี ดังนี้

       1. มีหลักฐานว่าผู้เอาประกันภัยไม่แถลงข้อความจริง ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่อาจทำให้บริษัทเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่รับ หรือรับแบบมีเงื่อนไข

       2. เรียกร้องผลประโยชน์การรักษาพยาบาลโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์

       3. เรียกร้องผลประโยชน์ค่าชดเชยรวมกันทุกบริษัทเกินกว่ารายได้ที่แท้จริง ซึ่งหากไม่อยู่ใน 3 ข้อนี้ มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่กำหนดให้ทุกบริษัทต้องต่ออายุสัญญาให้กับผู้ทำประกันทุกรายโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่สามารถปฎิเสธิการต่ออายุสัญญาได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกัน มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ได้กำหนดให้ทุกบริษัทจัดทำตารางผลประโยชน์ที่เหมือนกันทุกบริษัท แบ่งออกเป็น 13 หมวด ดังนี้

       หมวดที่ 1 ค่าห้องและค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล ค่าห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ค่าห้องผู้ป่วยทั่วไป ค่าอาหาร (กรณีผู้ป่วยใน) ค่าบริการในโรงพยาบาล (กรณีผู้ป่วยใน)

       หมวดที่ 2 ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา ค่าแพทย์อ่านผลตรวจต่างๆ ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ค่าบริการทางการพยาบาล ไม่รวม ค่าพยาบาลเฝ้าไข้พิเศษ ค่ากายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด ค่ารังสีรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์ รวมถึงการฝังแร่ ค่าบริการเครื่องมือแพทย์ ค่าบริการกายอุปกรณ์ (ไม่รวมค่าอุปกรณ์) ค่าบริการชุดเหมาจ่ายการรักษาพยาบาลบำบัดการรักษา ค่ายาและเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (เวชภัณฑ์ 1) สำหรับกลับบ้าน

       หมวดที่ 3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ (Doctor Fee)

       หมวดที่ 4 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) และหัตถการ ค่าห้องผ่าตัดและค่าห้องทำหัตถการ ค่ายาและสารอาหารทางหลอดเลือด ค่าเวชภัณฑ์ ค่าอุปกรณ์การผ่าตัดและหัตถการ ค่าแพทย์ศัลยกรรม ค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด (Doctor Fee) ค่าแพทย์ทำหัตถการ ค่าแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด ค่าวิสัญญีแพทย์ ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ

       หมวดที่ 5 การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery) จ่ายผลประโยชน์เสมือนการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาล

       หมวดที่ 6 ค่าบริการทางการแพทย์ก่อนและหลังนอนโรงพยาบาล ค่าบริการเพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรง ภายใน 30 วันก่อนหรือหลังการเป็นผู้ป่วยในครั้งนั้น ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Follow-up) ภายใน 30 วัน หลังออกจากโรงพยาบาล

       หมวดที่ 7 ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชั่วโมงของการเกิดอุบัติเหตุต่อครั้ง

ผลประโยชน์สำหรับค่ารักษาพยาบาล การบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ รักษาในแผนกฉุกเฉินหรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล เข้ารับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เกิดเหตุ

       หมวดที่ 8 ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู ค่าบริการกายภาพบำบัด ค่ากิจกรรมบำบัด ค่าประกอบวิชาชีพแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัด ค่าเครื่องมือและเวชภัณฑ์สำหรับการรักษาต่อเนื่องแผนกผู้ป่วยนอก หลังการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

       หมวดที่ 9 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคไตวายเรื้อรัง โดยการล้างไตผ่านทางเส้นเลือด (Hemodialysis)

       หมวดที่ 10 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยรังสีรักษา รังสีร่วมรักษาโดยเวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษา รวมถึงการฝังแร่รักษามะเร็ง ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมสำหรับรังสีแพทย์ที่ให้การบำบัดรักษา

       หมวดที่ 11 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการรักษาโรคมะเร็งโดยเคมีบำบัด ค่ายาเคมีบำบัดรวมถึงค่าบริการทางการแพทย์ การรักษาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมสำหรับแพทย์ที่ให้การบำบัดรักษา

       หมวดที่ 12 ค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน สำหรับการเคลื่อนย้ายไปหรือมาจากโรงพยาบาล ตามความจำเป็นทางการแพทย์ ที่ต้องใช้รถพยาบาลใน กรณีฉุกเฉิน ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่เกิดขึ้นขณะอยู่ในรถพยาบาลฉุกเฉิน ก่อนการเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล

       หมวดที่ 13 ค่ารักษาพยาบาลโดยการผ่าตัดเล็ก สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย โดยการผ่าตัดเล็ก

 

สมาคมพร้อมรับนโยบาย

นายปิยะพัฒน์ วนอุกฤษฏ์ ประธานคณะกรรมการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า มาตรฐานใหม่ “New Health Standard” สอดคล้องกับเทคโนโลยีวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะนำมาเป็นมาตรฐานในการกำหนดความคุ้มครองสำหรับการรับประกันสุขภาพของบริษัทประกันวินาศภัยและบริษัท ประกันชีวิต ในรูปแบบเดียวกันทุกบริษัท รองรับการรักษาด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย ให้ความเป็นธรรมด้านประกันสุขภาพทั้งในส่วนของผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัยสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ง่ายขึ้น ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

ที่ผ่านมา บริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิต ได้มีการทยอยปรับแบบประกันและยื่นข้อเสนอให้เลือกว่าผู้ทำประกันจะยอมรับเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่ หรือจะยังคงใช้เงื่อนไขกรมธรรม์เดิมที่มีอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน บริษัทประกันภัยที่มีความพร้อมต่างก็เดินหน้านำเสนอแบบประกันและปรับรูปแบบเงื่อนไขกรมธรรม์ให้เป็นไปตามมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่แล้ว

ส่วนบริษัทประกันภัยที่ยังไม่สามารถปรับรูปแบบและระบบให้สามารถรองรับมาตรฐานใหม่ได้ทันภายใน วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 สำนักงาน คปภ.ก็ผ่อนผันให้สามารถนำเสนอแบบประกันสุขภาพในรูปแบบเดิมได้แต่ต้องทำการปรับรูปแบบและระบบให้เรียบร้อยภายใน 30 มิถุนาย 2565

นายปิยะพัฒน์อธิบายต่อว่า เพื่อให้ความคุ้มครองสำหรับ New Health Standard มีความชัดเจนมากขึ้น มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ได้กำหนดเรื่องของคำนิยามใหม่ โดยการเพิ่มเงื่อนไขของการ “ฉ้อฉลประกันภัย” ทั้งในกรณีที่บริษัทเอาเปรียบบริษัทประกันภัย หรือผู้เอาประกันภัยเอาเปรียบบริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถบอกล้างสัญญาได้

นอกจากนี้ ยังให้คำนิยามใหม่สำหรับคำว่า “ผ่าตัด” ซึ่งมาตรฐานใหม่กำหนดความหมายของการผ่าตัดไว้ 3 แบบคือ ผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดเล็ก และผ่าตัดแบบไม่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน เพื่อให้สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้เมื่อต้องเข้ารับการผ่าตัด

นายปิยะพัฒน์กล่าวว่า สำหรับมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่นี้ บริษัทประกันไม่สามารถปฏิเสธการต่ออายุได้ ยกเว้นหากเกิดเหตุใน 3 กรณีคือ 1.มีหลักฐานว่าผู้เอาประกันภัย ไม่แถลงข้อความจริงตามใบสมัคร หรือใบคำขอเอาประกันภัย หรือคำขอต่ออายุ ใบเเถลงสุขภาพ รวมถึงข้อแถลงเพิ่มเติมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำประกันสุขภาพ 2.ผู้เอาประกันภัย เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในส่วนของการรักษาโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ 3.ผู้เอาประกันภัย เรียกค่าชดเชยรายวันรวมกันทุกบริษัทเกินรายได้ที่แท้จริง ซึ่งถือเป็นหลักของความยุติธรรมทั้งกับผู้เอาประกันและบริษัทประกันภัย

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ จะระบุว่าบริษัทประกันไม่สามารถที่จะยกเลิกกรมธรรม์ได้หากผู้ทำประกันไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่บริษัทสามารถที่จะเพิ่มเบี้ยประกันภัยกับผู้เอาประกันภัยได้ หากพิจารณาแล้วว่าผู้เอาประกันอาจจะมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกินความจำเป็น เพื่อไม่ให้กระทบต่อฐานะของบริษัทในอนาคตได้

ทั้งนี้ ลูกค้าประกันสุขภาพที่ถือกรมธรรม์สุขภาพตามเงื่อนไขเดิมอยู่แล้วนั้น หลังจากวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ผู้ทำประกันรายใหม่จะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ ซึ่งอัตราเบี้ยประกันจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากมาตรฐานประกันสุขภาพเดิม ส่วนผู้ทำประกันรายเดิมหากยังถือกรมธรรม์ตามมาตรฐานเดิมอยู่นั้น สามารถเลือกได้ว่าจะเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ตามมาตรฐานใหม่หรือไม่ หรือบริษัทประกันจะเปลี่ยนกรมธรรม์ใหม่โดยอัตโนมัติโดยผู้ทำประกันเดิมไม่ต้องทำการตรวจสุขภาพใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...