โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกินเบอร์เด็กแกล้งกันแล้ว! เด็ก 6 ขวบ แกล้งเพื่อน จนหมดสติล้มตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 02 ธ.ค. 2564 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 09.21 น. • Bright Today

เด็ก 6 ขวบ แกล้งเพื่อน จนหมดสินล้มตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก แม่เผยนี่ไม่ครั้งแรก ไม่อยากเอาเรื่องเพราะกลัวมีปัญหา

จากกรณีที่เพจ เจ๊ม้อยv plus มีการเผยแพร่คลิปที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พาเด็กชาย อายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ ไปส่งที่โรงพยาบาลขุนหาญ เหตุเกิดจากโดนเพื่อนแกล้ง โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 จนพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ซึ่งทางแพทย์ได้ดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะเกรงว่าอาจจะมีอาการทางสมอง

ต่อมาทางทีมข่าว  ช่อง 3  ได้สอบถามเด็กชายที่ถูกทำร้าย ได้ความว่า วันเกิดเหตุตนเรียนอยู่ที่โรงเรียน ก็มีเพื่อนร่วมห้อง 2 คน เข้ามาใช้มือตีที่ใบหน้าของตนจนล้มลง และหน้ากระแทกกับพื้นจนฟันโยก ซึ่งขณะเกิดเหตุ ครูประจำชั้นได้ลาป่วย เมื่อเลิกเรียนตนจึงเดินกลับบ้าน แต่พอเดินใกล้ถึงประตูทางออกของโรงเรียนกลับรู้สึกเวียนหัวแล้วล้มลงก่อนที่จะมารู้สึกตัวอีกทีที่โรงพยาบาล

ด้านแม่ของเด็กชายที่ถูกทำร้ายเล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ครูลาป่วยไม่ได้มาโรงเรียน ทำให้ลูกถูกเพื่อนแกล้งจนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงขอฝากไปยังคณะครู เมื่อ 3 วันก่อนก็โดนเพื่อนตี ฟันก็หักปากเจ่อ หัวกระ แทกซีเมนต์ ปากบวม ต้องรีบพากลับบ้านตั้งแต่เที่ยงเพราะลูกร้องไห้ไม่หยุด กระทั่งวันเกิดเหตุก็ถูกเพื่อนร่วมห้องทำร้ายจนตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก

ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยเอาเรื่องผู้ปกครองของเด็กที่แกล้งลูกของตนเพราะไม่อยากมีปัญหา เบื้องต้นลูกอาการดีขึ้น มีครูมาเยี่ยมแล้ว และกำลังมีการพูดคุยเพื่อหาทางออก ช่วยเหลือดูแลลูกชายของตนที่ได้รับบาดเจ็บจากการโดนทำร้ายครั้งนี้อย่างไรบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...