โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เห็ดขี้ควาย” ยาเสพติดที่ใช้รักษา “โรคซึมเศร้า” ได้?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 พ.ย. 2567 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 10.03 น.
(ภาพจาก มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 14 - 20 ตุลาคม 2565, ปรับแต่งกราฟิกโดย กอง บก. ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์)

เห็ดขี้ควาย(Buffalo dung Mushroom, Psilocybin mushroom) บ้างเรียกเห็ดเมา หรือเห็ดโอสถลวงจิต ถือเป็น “สมุนไพร” โบราณ ที่มนุษย์รู้จักและใช้กันมาอย่างยาวนานหลายพันปี แต่ถูกจัดเป็นยาเสพติดในทางกฎหมาย (ไทย) ด้วย

ลักษณะของเห็ดขี้ควายเป็นเห็ดทรงหมวก (กระทะคว่ำ) เส้นผ่านศูนย์กลาง 6.5-8.8 เซนติเมตร ผิวสีฟางข้าวอมเหลือง หมวกสีน้ำตาลอมเหลือง มีเกล็ดเล็ก ๆ กระจายออกไปยังขอบหมวก สูง 5.5-8 เซนติเมตร

เห็ดชนิดนี้สามารถพบได้แทบทุกภาคของประเทศไทย และอีกหลายพื้นที่ทั่วโลก ขึ้นเป็นดอกเดี่ยวแต่รวมกันเป็นกระจุก กลุ่มละ 4-5 ดอก ตามพื้นดินที่มีมูลสัตว์ โดยเฉพาะมูลวัว-มูลควายแห้ง จึงเป็นที่มาของชื่อ“เห็ดขี้ควาย”

ส่วนชื่อเรียก “เห็ดเมา”หรือเห็ดโอสถลวงจิต มาจากฤทธิ์หลอนประสาท เมื่อบริโภคจะทำให้เกิดอาการมึนเมา และเป็นสารเสพติด ไม่ว่าจะใช้แบบสดหรือแห้ง ปรุงในเมนูอาหารหรือเครื่องดื่ม เช่น ไข่เจียวเห็ด เห็ดปั่นผสมเหล้า หรือผสมในคอกเทล (มีรายงานการใช้ด้วยวิธีดังกล่าวในกลุ่มนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงที่เกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี)

ร่องรอยการใช้เห็ดขี้ควายพบได้ในอารยธรรมโบราณทั่วโลก คนในกลุ่มวัฒนธรรมแถบทะเลทรายซาฮารา อเมริกากลางและใต้ ล้วนเคยใช้เห็ดชนิดนี้ รู้จักกันในชื่อ “เห็ดวิเศษ” (Magic mushrooms) ทั้งพบในจิตรกรรมฝาผนังในแอฟริกาเหนือ ซึ่งมีอายุราว 9,000-7,000 ปีก่อนคริสตกาล

อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยในปัจจุบันบรรจุเห็ดขี้ควายให้เป็นหนึ่งในยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กลุ่มเดียวกับกัญชาและกระท่อม

อาการหลังใช้ “เห็ดขี้ควาย”

อาการเมื่อบริโภคเห็ดขี้ควายคือ หากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเพียงพอ 10-30 นาทีต่อมาจะทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม กระวนกระวาย เครียด ไปถึงภาวะคลั่ง เนื่องจากสาร psilocybineและ psilocineในเห็ดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท บางคนจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน

30-60 นาที เกิดฤทธิ์ประสาทหลอน ที่ทำเห็นภาพหลอน ภาพลวงตา หูแว่ว และความรู้สึกหลายอย่างที่หลุดจากความจริง เช่น ได้ยินเสียงเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มแทงตามตัว ไม่สามารถระบุทิศทางได้ เกิดอารมณ์และความคิดแปรปรวน อาการเหล่านี้จะหายไปใน 2-4 ชั่วโมง แต่บางรายอาจนานถึง 6-8 ชั่วโมงก็มี เมื่อหายไปแล้วจะหายไปเลย ไม่มีอาการค้าง สำหรับคนที่ตอบสนองต่อฤทธิ์ของเห็ดอย่างรุนแรงจะมีอาการอ่อนเพลียตามมา

แต่หากบริโภคไปนาน ๆ ร่างกายจะต้านยาและรู้สึกเพลิดเพลินแทน ขณะเดียวกันก็จะมีอาการเสพติด และต้องการใช้เห็ดมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

“เห็ดวิเศษ” ที่พบในทุกพื้นที่บนโลกล้วนมีฤทธิ์หลอนประสาท แต่คนสมัยโบราณชื่นชอบ เพราะเชื่อว่าการใช้เห็ดทำให้พวกเขาเข้าถึงระดับสติปัญญา “เหนือ” ธรรมดา ที่คนทั่วไปไม่สามารถสัมผัสได้

นักวิชาการส่วนหนึ่งจึงชี้ว่า เห็ดขี้ควายอาจเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษยชาติรู้จักกับอำนาจลี้ลับ พลังเหนือธรรมชาติ และเป็นที่มาของความเชื่อทางศาสนาและลัทธิต่าง ๆ ทั่วโลก

ถูกจดสิทธิบัตรรักษา “โรคซึมเศร้า”

มีการค้นพบว่า สาร ซิโลซายบิน (Psilocybin) ในเห็ดขี้ควาย ซึ่งมีฤทธิ์กล่อมปราสาท มีประโยชน์เมื่อใช้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

เมื่อปี 2560 คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ทำการวิจัยโดยทดลองใช้ ซิโลซายบิน ซึ่งสกัดจากเห็ดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 19 คน หลังจากให้สารสกัด 1 ครั้ง และตรวจดูการทำงานของสมองผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังรับยา พบว่าผู้ป่วยไม่มีอาการซึมเศร้าเหลืออยู่หลังสร่างเมาจากสารข้างต้นแล้ว ทั้งสมอง (บางส่วน) ทำงานเปลี่ยนไป และคงภาวะอาการที่ดีขึ้นนี้ไว้ได้นานถึง 5 สัปดาห์

หลังจาก JAMA psychiatryวารสารทางสมาคมแพทย์อเมริกัน ตีพิมพ์ผลการรักษาโรคซึมเศร้าของสารสกัดจาก “เห็ดวิเศษ” บริษัทยายักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันและยุโรปหลายเจ้าจึงพากันจดสิทธิบัตรการทดลอง เพื่อใช้สารสกัดจากเห็ดเป็นยารักษาโรคซึมเศร้าอย่างเป็นทางการ

สำหรับประเทศไทย แม้วงการแพทย์ (ทางเลือก) ยอมรับกันแล้วว่า หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เห็ดขี้ควายมีสรรพคุณหลายอย่าง ตั้งแต่การแก้ลม แก้นอนไม่หลับ แก้พิษไข้ร้อน จึงมีการใช้เป็นยานอนหลับ เรียก “ยาสุขไสยาสต์”แต่ต้องระวังไม่ใช้ในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะทำให้มีอาการมึนเมาและประสาทหลอน

ขอย้ำกันอีกครั้ง ปัจจุบันเห็ดขี้ควายยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งกฎหมายระบุชัดว่า ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท หากเสพต้องระวางจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม มีความคืบหน้าในการนำเห็ดขี้ควายมาใช้ในวงการแพทย์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 กระทรวงสาธารณสุขของไทย ออกมาเผยว่า ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 คือ ฝิ่น เห็ดขี้ควาย และสารที่มีสารสกัด TCH (Tetrahydrocannabinol คือ สารที่มีฤทธิ์ทำให้เคลิบเคลิ้ม) เกิน 0.2% สามารถใช้เพื่อการรักษาและศึกษาวิจัยได้แล้ว

จึงต้องติดตามกันต่อไปว่า “เห็ดขี้ควาย” จะเจริญรอยตาม “รุ่นพี่” อย่างกัญชาหรือก้าวไปในทิศทางใด

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.hfocus.org/content/2024/04/30334

https://dmh.moph.go.th/news-dmh/view.asp?id=31281

https://medplant.mahidol.ac.th/tpex/poison/hedkheek.htm

https://narcotic.fda.moph.go.th/information-about-drugs/psilocybe-mushroom

https://www.ancient-origins.net/news-evolution-human-origins/history-drug-use-006051

https://narcotic.fda.moph.go.th/penalty-narco-phycho-volatile-head/category/narcotic-type5

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เห็ดขี้ควาย” ยาเสพติดที่ใช้รักษา “โรคซึมเศร้า” ได้?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...