โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"30 ปี ได้เงินเก็บถึง 1.8 ล้านบาท" สถาบันยุวทัศน์ฯ - สสส. ชวนวัยรุ่นไทยเริ่มต้นปีใหม่นี้ เปลี่ยนเงินซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเงินออม

The Publisher

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 11.05 น.

เปิดผลสำรวจพฤติกรรมใช้ "บุหรี่ไฟฟ้า" เด็กและเยาวชนไทย พบกว่าครึ่งได้เงินซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากครอบครัว เสียเงินซื้อสูงปีละ 26,944 บาท เฉลี่ยเดือนละ 2,245 บาท ห่วงตัวละครผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจ สถาบันยุวทัศน์ฯ - สสส. ชวนวัยรุ่นไทยเริ่มต้นปีใหม่นี้ เปลี่ยนเงินซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเงินออม ชี้ 30 ปี ได้เงินเก็บถึง 1.8 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2567 ที่โรงแรมเอเชีย เขตราชเทวี กทม. สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สถาบันการศึกษา สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมแถลงข่าวเปิดผลสำรวจพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนในมิติเศรษฐศาสตร์ "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างรากฐานที่มั่นคง" เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2568 : เริ่มต้นคนใหม่ ในปีใหม่ Happy New Life

โดยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสื่อสารมวลชน สสส. กล่าวว่า ยาสูบยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการมีสุขภาวะที่ดี ข้อมูลรายงานภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทยปี 2562 พบว่า การสูบบุหรี่/ยาสูบเป็นสาเหตุสำคัญต่อการเสียชีวิตในประชากรไทย 15.6% เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งต่อการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุด 22,561 คน คิดเป็น 26.1% ที่น่าห่วงคือแนวโน้มการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในเยาวชนไทยปี 2565 พบว่า สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นจาก 3.3% เป็น 17.6% หรือเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า
จากปี 2558 จากข้อมูลรายจ่ายครัวเรือนไทยปี 2566 พบว่า ส่วนใหญ่เป็นค่าอุปโภคบริโภคถึง 87% รายจ่ายสูงสุด คือ อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ คิดเป็น 35.5% โดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อย มีค่าใช้จ่ายการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าครอบครัวรายได้สูงถึง 6 เท่า และใช้เงิน 21.5%
ของรายได้ไปกับการสูบบุหรี่ ทำให้เหลือเงินสำหรับใช้จ่ายด้านอื่นที่จำเป็นน้อยลงก่อให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้น

“สสส. ให้ความสำคัญและมุ่งทำงานด้านการควบคุมยาสูบ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่จะเป็นกำลังของชาติในอนาคต เน้นสื่อสารเชิงบวกกับคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพของเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ต่อการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งมอบให้กับผู้กำหนดนโยบาย เพราะหากเริ่มสูบบุหรี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสู่สิ่งเสพติดอื่นๆ และเมื่ออายุเฉลี่ยเริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งมีโอกาสเลิกสูบบุหรี่สำเร็จน้อย” นายวิเชษฐ์ กล่าว

นางสาวพลอยชนก แสนอาทิตย์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนใน กทม. จำนวน 400 ตัวอย่าง อายุระหว่าง 13-24 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า 56.5% ได้รับเงินจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง 87.75% มีรายได้ระหว่าง 500-2,000 บาท/สัปดาห์ สำหรับเงินที่นำมาซื้อบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ 54.50% ได้จากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ใช้เงินซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเฉลี่ยสูงถึงปีละ 26,944 บาท หรือเดือนละ 2,245 บาท 73% ใช้เงินซื้อบุหรี่ไฟฟ้า 501-1,000 บาท/สัปดาห์ นอกจากนี้ ยังพบว่า การที่หน่วยงานหรือองค์กรที่มีหน้าที่กำกับกิจการภาพยนตร์หรือละครทางโทรทัศน์หรือสื่อสังคมออนไลน์ปล่อยให้มีตัวละครในภาพยนตร์หรือผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากถึงมากที่สุด 16.25% และปานกลาง 38.25% เมื่อรวมกันแล้วคิดเป็น 54.50% ตอกย้ำได้ว่า สื่อบุคคลอย่างผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์หรือตัวละครในภาพยนตร์มีผลต่อการตัดสินใจของเด็กและเยาวชนจริง ๆ

ด้านนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า จากผลวิจัยถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจของสังคมไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังเผชิญสภาวะทางเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ต้
องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนระดับมัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษายังไม่ได้ประกอบอาชีพ รายได้ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวหรือผู้ปกครอง การที่เด็กและเยาวชนสูญเสียเงินซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 2,245 บาท หากนำเงินจำนวนนี้มาออมหรือลงทุนทุกเดือน 30 ปี (360 เดือน) และมีอัตราผลตอบแทนการฝากเงินหรือลงทุนรวมกันประมาณ 5% ต่อปี จากการคำนวณผ่านโปรแกรมคำนวณเงินออมของธนาคารแห่งประเทศไทย จะทำให้มีผลตอบแทนรวมกับเงินต้นที่ออมหรือลงทุนสูงถึง 1,879,355 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 808,200 บาท และดอกเบี้ยหรือผลกำไร 1,071,155 บาท

“ยท.เห็นความสำคัญของการวางแผนทางด้านการเงินของคนรุ่นใหม่และการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จึงขอใช้โอกาสเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568 เชิญชวนเด็กและเยาวชนไทยเริ่มต้นคนใหม่ ในปีใหม่ ตามแนวคิด “Happy New Life” คือมีความสุขในชีวิตทั้งมิติสุขภาพและมิติทางด้านการเงิน ด้วยการเปลี่ยนเงินที่ซื้อบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าและสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายมาเป็นเงินออมและลงทุนเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงของครอบครัวในอนาคตต่อไป” นายพชรพรรษ์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...