โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปิดฉาก 33 ปี “พันธมิตร” ตำนานทีมพากษ์หนังที่เหลือไว้เพียงความทรงจำและร่องรอยของคนคุณภาพให้ก้าวตาม

นิตยสารคิด

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 20.01 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 20.01 น.
thai-voiceactor-cover

ในช่วงเดือนเมษายน 2568 ที่กำลังมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ทีมพากย์เสียงกลุ่มพันธมิตรจะมีอายุการทำงานครบ 33 ปีเต็ม ซึ่งเป็นการครบรอบครั้งสุดท้าย ตามที่ “โต๊ะ” ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ ได้ประกาศไว้เมื่อตอนไปออกรายการให้สัมภาษณ์ทางยูทูบรายการหนึ่ง โดยที่ไม่มีสมาชิกคนใดในทีมล่วงรู้มาก่อน

ก่อนจะกลายเป็นตำนานที่หลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ คุณโต๊ะได้ให้เกียรติมาไล่เรียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของทีมพากย์เสียงที่ใคร ๆ ต่างยอมรับ และลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “เสียดาย” กับการประกาศปิดฉากที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะพวกเขาคือกลุ่มคนคุณภาพที่กาลเวลาไม่อาจลดทอนมาตรฐานการพากย์เสียงระดับแถวหน้าของประเทศให้ลดน้อยถอยลงไปได้เลย

โต๊ะ-ปริภัณฑ์ วัชรานนท์

ปิดฉากเฉพาะทีมพากย์พันธมิตร แต่ทุกคนยังรับงานพากย์ฉายเดี่ยวตามความชอบใจ
“ต้องบอกไว้ก่อนว่า ที่ประกาศไปคือประกาศยุติเฉพาะบทบาทการทำงานพากย์เสียงของทีมพันธมิตรเท่านั้น แต่ในส่วนของการพากย์เสียงซึ่งเป็นงานส่วนบุคคลของแต่ละคนก็ยังคงทำงานกันต่อไปตามแต่ใครจะรับงาน ผมเองหลังจากนี้ก็ตั้งใจว่าจะเดินทางท่องเที่ยว แต่ถ้ามีใครส่งงานมาให้ แล้วเราดูแล้วว่าน่าสนุก ก็ยังรับงานพากย์ส่วนตัวอยู่เช่นกัน”

คุณโต๊ะเริ่มต้นอธิบายสิ่งที่ตัวเองได้กล่าวไว้ และกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สำนักข่าวเกือบทุกสำนักกล่าวถึง จากนั้นเขาเล่าต่อถึงสาเหตุของการปิดตำนานทีมพากย์พันธมิตรว่า มาจากความเหนื่อยสะสมในการทำงานอย่างทุ่มเทมาโดยตลอดกว่า 30 ปีนั่นเอง

“เรียกได้ว่า ไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นกับการทำงานแบบทีมอีกแล้ว เพราะเราต้องรับผิดชอบการทำงานเป็นทีมซึ่งใช้ชื่อว่าพันธมิตรมาตลอด 30 ปี เพราะเมื่อมีชื่อพันธมิตรการันตี คนดูจะมีความคาดหวังว่าต้องมีความสนุก พากย์แล้วคนดูดูรู้เรื่อง ทั้งหมดนี้เป็นการทำงานที่ทำให้เราเหนื่อยมากกับการที่จะต้องดูแลทุกอย่างเพื่อให้การพากย์หนังเรื่องหนึ่งให้ออกมาเป็นไปตามสไตล์ของพันธมิตร”

สไตล์ของพันธมิตร
เมื่อถามว่าการทำงานสไตล์พันธมิตรเป็นอย่างไร คุณโต๊ะบอกว่าสไตล์ของพันธมิตรสามารถจับต้องได้ และคนดูภาพยนตร์น่าจะรู้สึกได้ว่ามีความแตกต่างจากทีมอื่นอยู่ เริ่มจากคนแปลที่แปลถูกต้องตามบท แต่ด้วยความที่ในบทมักมีคำสแลงของทั้งจีนและฝรั่ง ขณะที่ตัวภาพยนตร์ก็ดำเนินเรื่องเร็วมาก แม้นักพากย์จะพูดตรงตามปากนักแสดงเป๊ะทุกอย่าง ทั้งน้ำเสียงและอารมณ์ได้หมด แต่ผู้ชมอาจไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นคำสแลงที่คนไทยไม่เข้าใจ ทางทีมก็ต้องแก้ใหม่ โดยคิดประโยคที่ทำให้คนไทยเข้าใจที่สุด

เริ่มต้นเช้ามา ผมจะพากย์เสียงในส่วนของตัวเองก่อน ซึ่งถ้าเป็นนักพากย์คนอื่นเขาทำงานของตัวเองจบแล้วก็คือจบ กลับบ้านได้ แต่สำหรับเราบางวันเริ่มทำงานสิบโมงเช้า กว่าจะเสร็จงานอีกทีก็ตีสามของอีกวัน เพราะเราต้องรอคนอื่น ๆ ซึ่งเขาก็มีคิวมาทำงานให้เราในเวลาที่ต่างกัน แล้วเราจะต้องคอยคิดตลอดว่าหนังเรื่องนี้ควรจะสนุกแค่ไหน เติมคำพูดอะไรใส่ลงไปได้บ้าง จะหาคำไทยคำไหนใส่เข้าไป

“แต่ละฉากแต่ละซีนเราจึงต้องนั่งฟังตลอดว่า เขาพูดไปแล้วคนดูเข้าใจไหม คนแปลเขาแปลมาถูกต้องไม่ใช่ปัญหา แต่เราเน้นเรื่องความเข้าใจ เน้นให้คนดูดูหนังแล้วรู้เรื่อง ที่สำคัญคือเน้นเรื่องของความอารมณ์ความรู้สึก พูดง่าย ๆ คือเราใส่ใจกับทุกอย่างของหนัง เรื่องมุกตลกคือสิ่งที่ทุกคนจดจำจากสไตล์การพากย์ของพันธมิตร แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของพันธมิตรอีกอย่างคืออารมณ์จะไม่หลุด หนังบู๊คือบู๊ หนังร้องไห้ นักพากย์ก็พากย์กันแบบร้องทั้งน้ำตา หนังจะฆ่ากันตายก็พากย์กันจนเอ็นขึ้นคอ”

ความยากของนักพากย์เสียงแบบทีม
ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดกับการพากย์ทุกขั้นตอนนี้เองที่เป็นสาเหตุให้คุณโต๊ะพูดให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้งตลอดการสนทนาครั้งนี้ว่า เป็นเวลา 30 ปีกว่าที่เขาอดทนทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย โดยเขาได้เล่าถึงวิธีการทำงานในฐานะหัวหน้าทีมของทีมพากย์พันธมิตรว่า หากเป็นการพากย์หนังคนเดียว ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำงานพากย์เป็นทีม ความยากอยู่ที่จะทำอย่างไรให้นักพากย์ฝีมือดีเหล่านั้นเข้าใจและเชื่อในสิ่งที่เขาแนะนำ

“เริ่มต้นเช้ามา ผมจะพากย์เสียงในส่วนของตัวเองก่อน ซึ่งถ้าเป็นนักพากย์คนอื่นเขาทำงานของตัวเองจบแล้วก็คือจบ กลับบ้านได้ แต่สำหรับเราบางวันเริ่มทำงานสิบโมงเช้า กว่าจะเสร็จงานอีกทีก็ตีสามของอีกวัน เพราะเราต้องรอคนอื่น ๆ ซึ่งเขาก็มีคิวมาทำงานให้เราในเวลาที่ต่างกัน แล้วเราจะต้องคอยคิดตลอดว่าหนังเรื่องนี้ควรจะสนุกแค่ไหน เติมคำพูดอะไรใส่ลงไปได้บ้าง จะหาคำไทยคำไหนใส่เข้าไป

“งานพากย์หนัง เราต้องปรุงรสให้กลมกล่อมอยู่ตลอดเวลา วันนี้รสบู๊ วันนี้รสเศร้า วันนี้รสสยองขวัญ แต่ละเรื่องแต่ละวันรสชาติก็ต่างกัน นั่นหมายความว่าต้องปรุงใหม่หมดทุกเรื่อง ไม่มีคำว่าตายตัว โดยที่เราทำหน้าที่เป็นเหมือนพ่อครัว นักพากย์แต่ละคนที่ทำงานให้ทีมเราเก่งหมด คนหนึ่งเปรียบได้กับวัตถุดิบในการปรุงอาหารแต่ละอย่าง คนหนึ่งเป็นพริก ขิง ข่า ตะไคร้ น้ำปลา มะนาว ซึ่งล้วนแต่ดีหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเททุกอย่างใส่ลงไปหมดคนละ 100% เต็ม กว่าจะออกมาเป็นหนังแต่ละเรื่อง ต้องดูว่าคนนี้เหมาะที่จะใส่ลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วการทำงานกับคนที่เก่งพอ ๆ กับเราหรือเก่งกว่า เราต้องทำยังไงให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่เราเติมเข้าไปมันดีกว่าบทที่เขาแปลมา

“ทุกครั้งที่เบรกเพื่อแก้คำใหม่ ผมจะพูดว่าขอโทษ ขอใหม่ คือเราไม่ได้เบรกแล้วแก้ใหม่เพื่อทำให้เขาหน้าแตก เสียฟอร์ม เสียศักดิ์ศรี ทำงานมา 30 ปี ผมพูดขอโทษไม่รู้กี่หมื่นคำ และผมจะใช้วิธีพูดทำนองว่า ลองดูว่าถ้าพูดคำนี้จะดีกว่าไหม จะไม่บังคับ แต่จะบอกว่าให้ลองดูก่อน ลองทำเสียงแบบนี้ดูว่าจะดีไหม ถ้าไม่ดีก็เลือกแบบที่คุณคิดว่าดีก็ได้

“การทำงานกับคนเก่ง ซึ่งนักพากย์ถือว่าเป็นศิลปินที่เก่ง ทุกคนมีพรสวรรค์ มีความสามารถส่วนตัว และต้องบอกว่าผมโชคดีมาก ๆ ที่ได้เพื่อนร่วมงานเก่งและดีทุกคน ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันมาก ดังนั้นเมื่อเรารับหน้าที่ในการดูแลคนเก่ง คนมีวิชา สิ่งที่เราต้องมีคือจิตวิทยา เหมือนกุศโลบายที่ไว้พูดกับคนเก่งให้เขาฟังเรา มันยากมาก ทั้งดูแลคนอื่น ทั้งตัวเองก็ต้องพากย์เองด้วย ตัวละครที่เราพากย์โดยมากเป็นตัวเอกบทเยอะ คนอื่นเขาทำงานตัวเองเสร็จก็ได้กลับบ้านพัก แต่เรายังต้องดูคนอื่นต่อ แล้วต้องทำแบบนี้มาตลอด 30 ปี ก็ย้อนกลับมาที่คำว่าเหนื่อยอีกนั่นแหละครับ”

กว่าจะเป็นทีมพากย์พันธมิตร
ได้รู้ถึงขั้นตอนการทำงานตามสไตล์พันธมิตรกันแล้ว แม้เราจะคุ้นเคยกันดีกับชื่อของทีมพากย์ระดับตำนานกลุ่มนี้ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักพากย์คุณภาพเหล่านี้มารวมตัวกันได้อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่า การกำเนิดทีมพากย์พันธมิตรนั้น ต้องมาจากโต้โผหลักอย่างคุณโต๊ะแน่นอน และแกนนำหลักอย่างเขาได้รู้จักและเริ่มต้นหลงใหลการพากย์หนังตั้งแต่เมื่อครั้งยังใส่ชุดนักเรียนอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่บ้านเกิด โดยเขาได้เริ่มต้นจากการตามน้าเดินสายพากย์หนังเร่ไปจนทั่วภาคใต้ตั้งแต่อายุ 15 เท่านั้นเอง

“คนอื่นเข้าโรงหนัง เพราะชอบดูหนัง แต่เราชอบเข้าไปนั่งดูนักพากย์หนัง เริ่มต้นจากเข้าไปตีซี้ขอเข้าไปดูหนัง จนเริ่มตีซี้กับคนที่ห้องฉายหนัง เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับนักพากย์ และช่วยงานเขา ได้ช่วยกรอหนัง ได้ช่วยซื้อข้าว ซื้อกาแฟให้นักพากย์เท่านี้ก็คุยโวได้ทั้งโรงเรียนแล้ว

สมัยก่อนจะพากย์หนังได้ต้องครูพักลักจำกันอย่างเดียว เริ่มต้นได้ตามน้าไปพากย์หนังเร่ เรื่องแรกที่ต้องพากย์จำได้ติดตาติดใจอยู่จนถึงทุกวันนี้ พอดีน้าติดธุระต้องไปที่อื่น เขาบอกให้ผมพากย์เลย ให้อ่านบทตามไป เรื่องแรกที่พากย์คือหนังอินเดียชื่อเรื่อง สายน้ำวิปโยค ต้องบอกว่าวิปโยคสมชื่อ เพราะเป็นการพากย์แบบอ่านบทโดยไม่มีจังหวะจะโคน แล้วอ่านบทหมดก่อนหนังจะจบอีก คนดูทั้งโห่ ทั้งขว้างกระป๋องโอเลี้ยงใส่ แต่เราก็ไม่ท้อ หลังจากนั้น 10 ปีก็เริ่มเข้ากรุงเทพฯ มาพากย์หนังในโรงตามชานเมือง”

หลังจากเข้ากรุงเทพฯ พากย์หนังอยู่ในโรงหนังชานเมือง และมีโอกาสได้ทำงานพากย์ที่ช่อง 3 เป็นเวลากว่า 10 ปี จนอายุย่างเข้า 35 ปี ทีมพันธมิตรก็เริ่มเกิดขึ้น โดยที่เขาเป็นคนตั้งชื่อ “พันธมิตร” ขึ้นมาด้วยความตั้งใจว่า ทีมนี้จะไม่เป็นศัตรูกับใคร และตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา พันธมิตรก็ไม่เคยเป็นศัตรูกับใครอย่างที่เขาตั้งใจ

กลุ่มพันธมิตร…ทีมพากย์คู่บุญของสหมงคลฟิล์ม
สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีชื่อทีมพันธมิตรพากย์เสียงภาษาไทยคือเรื่อง สายไม่ลับคังคังโป้ย หลังจากนั้นก็มีผลงานตามมาอีกหลายเรื่อง โดยผลงานที่ทำให้นักพากย์ทีมนี้เป็นที่รู้จักคือภาพยนตร์เรื่อง ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า ต่อมาคือเรื่อง นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ และ คนเล็กหมัดเทวดา นอกจากน้ำเสียงและสไตล์การพากย์ที่มักจะมีมุกตลกใหม่ ๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์แล้ว ภาพจำที่หลายคนคุ้นชินคือ ทีมพากย์เสียงพันธมิตรกับภาพยนตร์ของสหมงคลฟิล์ม

“ตั้งแต่วันแรกที่เสี่ย (เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) เรียกเข้าไปคุย และตกลงให้เราทำงาน เสี่ยไม่เคยก้าวก่ายการทำงานของทีมพันธมิตรอีกเลย แม้จะมีเสียงเล็ดลอดไปบ้างว่า อยากให้ทีมเก่าที่เคยพากย์กลับมาทำ แต่เสี่ยก็ตอบกลับไปว่า ถ้าอยากได้ทีมเก่าให้ไปซื้อหนังของคนอื่นมาทำเอง หนังของสหมงคลฟิล์มต้องพันธมิตรเท่านั้น

หลังจากที่พากย์เรื่องแรก สายไม่ลับคังคังโป้ย ผ่านมาครึ่งปี พันธมิตรจะได้พากย์หนังเฉินหลงเป็นเรื่องแรก คือ Mr. Nice Guy (ใหญ่ทับใหญ่) ต้องบอกว่าตื่นเต้นมาก เพราะหนังเฉินหลงไม่ได้พากย์กันง่าย ๆ แต่ก็มีเหตุซึ่งเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของชีวิตเกิดขึ้น ก่อนที่จะต้องพากย์ ผมไปเที่ยวพัทยาแล้วเกิดอุบัติเหตุรุนแรงมาก รถชนซี่โครงหักทิ่มปอด นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลจนถึงวันที่จะต้องกลับมาพากย์แล้วก็ยังไม่หาย หมอไม่ยอมให้ออกจากโรงพยาบาลเพราะในปอดยังมีคราบเลือดอยู่ แต่เราก็ขอหมอออกมาจนได้ แต่ต้องเซ็นยินยอมที่จะรับผิดชอบตัวเองหากมีเหตุเกิดขึ้น และหมอบอกว่าถ้ามีอะไรให้รีบเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

ถึงวันที่จะต้องพากย์ ตอนนั้นยังอาการไม่ค่อยดี ทั้งเจ็บและระบม เสียงก็แหบแห้ง แต่ก็ต้องกัดฟัน เพราะนี่คือหนังเฉินหลงเรื่องแรกของเรา ด้วยความที่เป็นหนังบู๊ ถึงฉากสู้กันเราใส่เต็มที่ พากย์ไปต้องคอยบ้วนเลือดเสียใส่กระโถนไปจนคนคุมคอนโทรลบอกให้พักก่อนจะดีกว่า แต่เรารู้ตัวเราเองว่าถ้าพักคงไปต่อไม่ไหว เลยกัดฟันต่อพากย์จนจบ พร้อมกับเลือดที่ออกมาเยอะมาก เสร็จเรียบร้อยผมต้องแอดมิตเข้าคลินิกที่อยู่ใกล้ ๆ ห้องพากย์ นอนให้น้ำเกลืออยู่สองคืน ระหว่างนั้นยังห่วงงาน คอยโทรเช็กกับทีมว่าเป็นยังไงบ้าง จนถึงวันที่หนังเข้าฉายแล้วมานั่งดู ถามตัวเองเลยว่า ทำไมพระเจ้าถึงให้บททดสอบเราหนักขนาดนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเรารอดมาได้ เราต้องเกิดแน่ หลังจากหนังฉายไปได้ประมาณหนึ่งเดือน ผมเข้าไปหาเสี่ยเจียง แล้วมีคนเล่าให้ฟังว่า ตอนที่พี่ไม่อยู่ มีไม่รู้กี่ทีมเข้ามานำเสนอตัวขอพากย์หนังให้เสี่ย แต่เสี่ยพูดคำเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมซาบซึ้งใจมาจนถึงทุกวันนี้คือ เสี่ยบอกว่า ถ้าโต๊ะยังอยู่ ก็จะยังใช้ทีมพันธมิตร รอให้โต๊ะตายก่อนแล้วค่อยมาว่ากันใหม่”

คุณโต๊ะเล่าความประทับใจ ซึ่งเขาว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเปิดเผยกับใครมาก่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มและทุ้มไม่ต่างจากที่เราเคยได้ยินจากหนังที่เขาพากย์ จนรู้สึกเสียดายว่านับจากนี้อีกไม่นาน จะไม่ได้ยินเสียงพูดกับประโยคที่คุ้นเคยมานานถึง 33 ปีว่า “ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร” ต่อไปอีกแล้ว จึงเอ่ยถามเจ้าตัวไปว่า วางแผนการปิดฉากของทีมไว้อย่างไรบ้าง คุณโต๊ะเผยถึงแผนการที่วางไว้ว่า อยากทิ้งท้ายด้วยการรวมตัวทีมนักพากย์พันธมิตรให้ได้มากที่สุดเพื่อพากย์หนังทิ้งทวนก่อนจะแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของแต่ละคน ระหว่างนี้จึงอยู่ในช่วงพิจารณาภาพยนตร์ที่แน่นอนว่าจะต้องเป็นเรื่องที่มีตัวละครค่อนข้างเยอะ คุณโต๊ะว่า จริง ๆ มีภาพยนตร์ที่คิดว่าตรงตามใจแล้ว แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเข้ามาทันช่วงเวลาที่กำหนดหรือเปล่า จึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะพยายามส่งท้ายด้วยการให้สมาชิกพันธมิตรได้มาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

อำลาพันธมิตร
ก่อนจะอำลาจากกัน คุณโต๊ะได้ให้ข้อคิดกับนักพากย์รุ่นใหม่ หรือคนที่มีความฝันอยากเป็นนักพากย์ไว้ด้วยว่า “อย่างที่เล่ามาตั้งแต่เริ่มต้น สิ่งที่ทำมามีความเหนื่อยยากและต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก จึงไม่อยากส่งต่อความเหนื่อยยากนี้ให้กับใคร แต่ปัจจุบันแนวของภาพยนตร์ก็ไม่เหนื่อยเหมือนก่อน

“หนังตลก อย่างหนังของโจวซิงฉือ เฉินหลง ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยมีแล้ว พฤติกรรมคนดูหนังเองก็เปลี่ยนไป มุกตลกที่จะอยู่ยืนยาวแบบเมื่อก่อนก็ไม่มีแล้ว อย่างเราพากย์เรื่องนี้ผ่านไปครึ่งปี กลับมาดูอีกทีมุกตลกที่คิดก็ยังตลกอยู่ หรือจะผ่านไปเป็นปีก็ยังคงตลก ในขณะที่ทุกวันนี้โลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียมีอะไรใหม่ ๆ มาทุกวัน วันนี้คำนี้ฮา พรุ่งนี้มีคำใหม่มาอีกแล้ว สิ่งที่คิดไว้ถูกตีตกหมด ถ้านักพากย์เอามุกเหล่านี้มาเล่น พากย์ไว้เดือนนี้ หนังฉายเดือนหน้า คนดูไม่ฮาด้วยแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่คนยุคนี้โชคดีมากคือ เทคโนโลยีเอื้อให้กับการทำงานของพวกคุณมาก หนังก็เข้ามาเยอะมาก เพราะมีการสตรีมมิงเข้ามา ทำให้มีช่องทางหลากหลาย โอกาสที่จะทำให้พวกคุณได้งานดี ๆ จึงมีค่อนข้างมาก”

บทส่งท้ายจากปรมาจารย์ระดับตำนาน
อยากฝากนักพากย์รุ่นใหม่ ๆ ไว้ว่า “ในความโชคดีที่มีงานให้พวกคุณได้พากย์มากมายนั้น โอกาสที่ถนนแต่ละสายจะมุ่งตรงมาหาคุณเพียงคนเดียวกลับน้อยกว่าเมื่อก่อน การที่น้อง ๆ จะทำให้ดีเพียงหนึ่งเรื่องแล้วคนจดจำได้จึงแทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ควรทำคือ ทำหนึ่งเรื่องให้ดี สองเรื่องให้ดี สามเรื่องให้ดี สื่เรื่องให้ดี แล้วก็ทำให้ดีต่อไปอีกเรื่อย ๆ คุณก็จะโดดเด่นขึ้นมาได้เมื่อถึงเวลา”

ส่วนทำดีต้องทำอย่างไรนั้น นักพากย์รุ่นใหญ่บอกว่า “ความตั้งใจและความทุ่มเทในการทำงาน นอกจากจะอ่านบทได้อย่างถูกต้องด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะชวนฟังแล้ว ยังต้องสื่อไปถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องร่วมไปกับหนังแต่ละเรื่อง

“นักพากย์ก็เหมือนกับนักแสดงคนหนึ่ง ถ้าคุณแสดงหนังหรือละครเป็นตัวของตัวเองนั่นง่ายมาก แต่นักพากย์ถูกบังคับให้ต้องทำทุกอย่างตามบทที่ถูกกำหนดมาไว้แล้ว จริง ๆ ต้องบอกว่า เดี๋ยวนี้ใครก็เป็นนักพากย์ได้ เด็ก 7 ขวบ 10 ขวบยังพากย์การ์ตูนได้เลย แต่การจะเป็นนักพากย์มืออาชีพ คุณต้องรู้สึกกับหนังให้ได้ มีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครให้ได้ นักแสดงเขาร้องไห้ เสียงคุณก็ต้องร้องไห้ เขาโกรธ เสียงคุณก็ต้องโกรธ เขากำลังจะตาย เสียงคุณก็ต้องสื่อออกมาให้คนดูสัมผัสให้ได้ว่ากำลังจะตาย

“คนจะเป็นนักพากย์ได้ต้องมีพรสวรรค์ที่พระเจ้าให้คุณมา เมื่อคุณมีน้ำเสียงที่ดี มีความตั้งใจทำงาน รู้สึกกับคำพูดทุกคำที่จะต้องเปล่งเสียงออกไป เมื่อมีสิ่งเหล่านี้พร้อมหมดทุกอย่าง โอกาสที่ดีจะตามมา

“อาชีพนักพากย์ไม่มีวันหายไป ผมย้ำกับทุกคนอยู่เสมอว่า เราเป็นประเทศที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ดังนั้นภาษาไทยต้องมีอยู่กับหนังต่างประเทศตลอดไป ใครจะมาทำลายอาชีพที่ต้องใช้เสียงเพื่อพูดภาษาประจำชาติไม่ได้ จะเห็นว่ามีหลายเรื่องที่พากย์ไม่ทัน เลยไม่ทำพากย์ไทย เห็นได้ชัดว่าคนดูน้อยกว่า ไม่ต้องคนแก่ที่อ่านซับภาษาไทยไม่ถนัด คนทั่วไปส่วนใหญ่ก็ชอบดูพากย์ไทยมากกว่า ถ้าคุณพากย์ดี คนดูมีความสุข ทุกอย่างก็ดี”

ภาพ : ธเนศ งามสม

เรื่อง : EnJoy

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

โมเมนต์ประทับใจ ‘เก้งคืนป่า’ ตอบรับเสียงเรียกเจ้าหน้าที่

Xinhua

LIVE ลิงค์ดูบอลสด "ลิเวอร์พูล พบ บาร์นสลี่ย์" เอฟเอ คัพ อังกฤษ เวลา 02:45 น.

คมชัดลึกออนไลน์

ทรัมป์ขู่อีกอาจใช้กำลังขัดขวางอิหร่านปราบผู้ประท้วง เผยเตหะรานขอเจรจาขณะยอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ500คน

Manager Online

ทรัมป์ย้ำสหรัฐฯ ต้องได้ครอบครองกรีนแลนด์ ‘ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง’

Xinhua

การเมืองเป็นพิษ! “โกลด์แมน แซคส์” วิตกสถานะความเป็นอิสระ "ธนาคารกลางสหรัฐฯ" หลัง “ ปธ.เฟด เจอโรม พาวเวลล์” ออกโรงซัด “ทรัมป์” ตัวการเบื้องหลังสั่งสอบฟ้าผ่า

Manager Online

สื่อ-ชาวเน็ตฮือฮา!ทรัมป์ทำพิลึกโพสต์บนโซเชียลมีเดีย อ้างตัวเองเป็น‘ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา’

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...