โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ยันลูกป้องกันตัว ยิงน้าเขยดับ อดีตนายจ้างเข้าช่วย เผยถูกข่มขู่มาตลอด จนต้องหาซื้อปืน

Khaosod

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 08.42 น.

แม่ยันลูกป้องกันตัว ยิงน้าเขยดับกลางวงข้าว ไม่ยื่นประกันเพราะไม่มีเงิน อดีตนายจ้างผู้ก่อเหตุเผยถูกข่มขู่ทำร้ายมาตลอด จนต้องหาซื้อปืน

จากกรณี นายจักรพันธ์ อายุ 25 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่ นายจักรวรรดิ์ อายุ 34 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขย จนเสียชีวิตคาวงข้าว ก่อนจะถูกตำรวจ สภ.บางแม่นาง จับกุมได้ทันควัน เหตุเกิดเมื่อกลางดึก วันที่ 4 ธ.ค. บริเวณหน้าบ้านพักคนงานก่อสร้าง ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

วันที่ 4 ธ.ค.67 น.ส.ภัทรธิดา อายุ 50 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ เดินทางมาเยี่ยมลูกชายที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังของโรงพัก สภ.บางแม่นาง โดยได้ซื้ออาหารกับน้ำมาเยี่ยมลูกชาย หลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรีในช่วงบ่ายของวันนี้ โดยไม่ได้ยื่นหลักทรัพย์ใด ๆ ขอประกันตัวบุตรชายเนื่องจากไม่มีเงิน

น.ส.ภัทรธิดา กล่าวว่า จากการสอบถามลูกชายตนเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทราบว่าในคืนเกิดเหตุเขาตั้งใจจะเดินไปเล่นไปพูดคุยกับน้าเขย ซึ่งนั่งล้อมวงอยู่กับเพื่อน ๆ ของเขา แต่ถูกคนในกลุ่มยุแหย่จนทำให้เกิดมีปากเสียงกับน้าเขยขึ้น ทำให้ลูกชายตนคว้าขวดจะไปตีน้าเขย

แต่ถูกกลุ่มเพื่อนน้าเขยแย่งขวดไปและลูกชายตนถูกทำร้ายก่อน จึงวิ่งกลับไปหยิบอาวุธปืนที่ห้องออกมายิงใส่น้าเขยไป 1 นัด หลังจากนั้นลูกชายตนเองก็ถูกคนในกลุ่มของเพื่อนน้าเขยประมาณ 5 คน ถือทั้งมีด ทั้งไม้ ไล่ทำร้ายลูกชายตน จนลูกชายตนต้องวิ่งหนีตายเพราะถูกฟันเข้าที่นิ้วมือ ใบหน้า ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

ตนซึ่งอยู่ในห้องตอนนั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกันจึงวิ่งออกมาดู ก็พบว่าลูกชายตนกำลังถูกรุมทำร้าย ตนจึงวิ่งเข้าไปห้ามและแย่งมีดออกมา ซึ่งในตอนนั้นตนก็ยังไม่รู้ว่าลูกชายตนก่อเหตุยิงใส่น้าเขยจนเสียชีวิตไปแล้ว ได้แต่คอยห้ามคนที่จะรุมทำร้ายลูกชายตนจนเสื้อผ้าตนเลอะไปด้วยเลือดของลูกชาย

ที่ผ่านมาลูกชายตนกับน้าเขยรายนี้มีปัญหาไม่พูดคุยกันด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แต่ต่างคนต่างฝ่ายต่างก็อยู่กันไปไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ไม่เคยมีปัญหาถึงขั้นลงไม้ลงมือกันมาก่อน แค่ไม่คุยกันเท่านั้น ตนรู้แค่ว่าลูกชายตนเก็บกดมา แต่ไม่รู้เก็บกดเรื่องอะไรกับน้าเขยคนนี้

ส่วนเรื่องที่ว่าลูกชายตนหลอนเพราะเสพกัญชานั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อคืนนี้ลูกชายตนก็ไม่ได้เสพกัญชาเลย นาน ๆ เขาถึงจะสูบเพื่อคลายเครียดสักทีเท่านั้น แต่ตนยอมรับว่าเมื่อตอนลูกชายตนอายุประมาณ 17 ปี และกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวช.1 หลังถูกแฟนสาวบอกเลิก ทำให้เขาต้องเข้ารับการรักษาอาการทางจิตอยู่หลายปี ต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อรักษา

จนกระทั่งในช่วง 5 ปีหลังลูกชายตนก็หยุดกินยาไป เขาบอกว่าเขาหายป่วยแล้ว ตนก็ไม่ได้ไต่ถามอะไรอีก เพราะลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อนไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายด้วยค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว ตนก็อยากขอความเป็นธรรมให้ลูกชายตนด้วยเพราะเขาเองก็ถูกขู่ทำร้ายร่างกายมาหลายครั้งจนกระทั่งต้องหาซื้อปืนมาพกไว้เพื่อป้องกันตัว

ด้าน นายสายชล นิตย์ขำ อดีตนายจ้างของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องที่ นายจักรพันธ์ ไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงน้าเขยจนเสียชีวิตแล้ว ตนเดินทางพูดคุยกับแม่ของ นายจักรพันธ์ เพื่อหาทนายความมาช่วยเหลือทางด้านกฎหมายต่อไป

เพราะเห็นว่าครอบครัวนี้มีกันอยู่เพียงแค่ 2 คนแม่ลูกเท่านั้น ไม่มีพวกพ้องอะไรตนก็เกรงว่าทางตัวนายจักรพันธ์ เองก็ไม่มีความรู้ทางกฎหมายในการต่อสู้คดี ตนในฐานะอดีตนายจ้างจึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือด้วยการติดต่อหาทนายความให้กับ นายจักรพันธ์ ได้ใช้สิทธิ์ในการต่อสู้คดี เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

ประเด็นเรื่องที่นายจักรพันธ์เสพกัญชาจนหลอนนั้น ก็ไม่เป็นความจริงเพราะตนในฐานะนายจ้างเคยตรวจสอบประวัติและสารเสพติดในร่างกาย นายจักรพันธ์ มาแล้วก่อนที่จะรับเข้ามาทำงานด้วย เรื่องกัญชาตัดออกไปได้เลยเพราะไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

ตนทราบมาว่าก่อนหน้านี้ นายจักรพันธ์ ได้ถูกพูดจาข่มขู่จะทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง จนต้องตัดสินใจหาซื้อปืนมาพกไว้เพื่อป้องกันตัว ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน นอกจากจะมีปัญหากับน้าเขยของเขาเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ยันลูกป้องกันตัว ยิงน้าเขยดับ อดีตนายจ้างเข้าช่วย เผยถูกข่มขู่มาตลอด จนต้องหาซื้อปืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...