โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ฐานคติสองใบอนุญาต : 2) วินิจฉัย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ธ.ค. 2567 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 02.50 น.

ข้อวินิจฉัยฐานคิด

การมองการเมืองว่าเป็นความสัมพันธ์-ขัดแย้ง-สลับแทนที่-หรือผสมกัน (ชั่วคราว? ตามสภาพเงื่อนไขเฉพาะเจาะจง…) ของระบอบการเมืองต่างๆ นานาเป็นแนวคิดการเมืองตามประเพณีโบราณแบบก่อนสมัยใหม่ของตะวันตก ซึ่งปรากฏเป็นระบบตั้งแต่งานปรัชญาการเมืองคลาสสิคเรื่อง Politics ของอริสโตเติล นักปรัชญากรีกโบราณ (ก่อนคริสตกาล 384-322) โดยเสนอว่า :

การเมือง = ความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบอบการเมืองต่างๆ ซึ่งจำแนกประเภทตามจำนวนผู้มีอำนาจและคุณภาพของระบอบว่าดีหรือเสื่อมทรามลงได้แก่ : (ดูตารางประเภทของระบอบ)

โดยมีโพลิตีอันเป็นระบอบผสมระหว่าง [ประชาธิปไตย+คณาธิปไตย] เป็นระบอบในอุดมคติของอริสโตเติล ค่าที่มันเป็นไปในได้เชิงปฏิบัติและมีเสถียรภาพที่สุด อาศัยหลักนิติธรรมกับฐานคนชั้นกลางอันกว้างขวาง ทำให้สามารถโอบรับนับรวมผลประโยชน์ของคนจนกับคนรวยเอาไว้ด้วยกันได้ (OpenAI. ChatGPT. November 22 Version. 2024. https://chat.openai.com/)

อย่างไรก็ตาม หากปราศจากสภาพเงื่อนไขที่อำนวยให้เกิดระบอบผสมโพลิตีแล้ว การเมืองก่อนสมัยใหม่ตามปกติก็จะเป็นวงจรวัฏจักรของการปะทะและผลัดเปลี่ยนระบอบไปมาไม่มีที่สิ้นสุด จึงมีความไม่มั่นคงและการปฏิวัติอยู่เสมอ

ดังสะท้อนออกในความหมายนัยของคำว่า “การปฏิวัติ” ที่บัญญัติโดยคณะกรรมการชำระปทานุกรมแห่งราชบัณฑิตยสถานซึ่งมีศาสตราจารย์ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (ม.จ.วรรณไวทยากร วรวรรณ, 2434-2519) เป็นประธาน ซึ่งปรากฏในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ.2493 ว่า : “การหมุนกลับ, การผันแปรเปลี่ยนหลักมูล” (น.555) และรัฐบุรุษอาวุโส อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ วิจารณ์ว่า ทำให้ตีความไปได้ว่า :

การปฏิวัติ = “การเปลี่ยนแปลงที่ถอยหลัง” หรือ “การผันแปรชนิดถอยหลังกลับไปเป็นระบบเก่า หรือ ทำนองระบบเก่า” (ปรีดี พนมยงค์, “1.3 ความเป็นมาของศัพท์ไทย ‘ปฏิวัติ’ ‘รัฐประหาร’ ‘วิวัฒน์’ ‘อภิวัฒน์'”, ปรีดี พนมยงค์ กับสังคมไทย, 2526, น.44-45)

อันสอดคล้องเข้ากันได้กับสภาพปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบอบต่างๆ ในการเมืองตามประเพณีโบราณแบบก่อนสมัยใหม่พอดี

หากมิได้หมายถึง “การผันแปรเปลี่ยนหลักมูล” (ซึ่งถูกเบียดขับไปเป็นความหมายรอง) อันมีนัยสำคัญของการแตกหัก ไม่ใช่ (หมุน) ต่อเนื่องไปมา เป็นการก้าวกระโดดหลุดพ้นจากวงจรวัฏจักรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของระบอบต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นขึ้นไปสู่ระนาบใหม่แล้วก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ ของการเมืองสมัยใหม่ (ดู Andrew Gamble, “1. The idea of revolution”, An Introduction to Modern Social and Political Thought, 1981, pp. 22-26)

ก็แลความหมายใหม่ของ “การปฏิวัติ” ซึ่งเน้นหนักไปที่ “การผันแปรเปลี่ยนหลักมูล” หรือที่อาจารย์ปรีดีบัญญัติศัพท์ไทยใหม่ให้ต่างหากเพื่อจำแนกนัยออกมาชัดเจนว่า “อภิวัฒน์” นั้น (อ้างแล้ว, น.55 – 59) สอดคล้องรับกันไปกับการผลัดเปลี่ยนหลักความชอบธรรมขั้นมูลฐาน (political legitimacy) ของการเมืองการปกครองโลกตะวันตกจาก [God->King->People] หรือ [พระเจ้า->กษัตริย์->ประชาชน/ราษฎร] ว่าเป็นที่มาอันติมะของอำนาจปฐมสถาปนา (le pouvoir constituant) ในการสร้างรัฐขึ้น (David Graeber, The Utopia of Rules : On Technology, Stupidity, and the Secret Joys of Bureaucracy, pp. 213-14)

เงาสะท้อนและเสียงกังวานของการผลัดเปลี่ยนหลักความชอบธรรมทางการเมืองการปกครองดังกล่าวจากตะวันตกมาสู่สยามปรากฏในมาตราสำคัญของเอกสารประวัติศาสตร์ 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างรัฐธรรมนูญสมัยรัชกาลที่ 7 ฉบับพระยากัลยาณไมตรี (ฟรานซิส บี. แซร์ https://prachatai.com/journal/2017/04/71108), พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 (ยกร่างโดยหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือนายปรีดี พนมยงค์) และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 (คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยกร่างโดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับในหลวง ร.7 https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_4732) ดังนี้คือ :-

– มาตรา 1 อำนาจอธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์ (ร่างรัฐธรรมนูญสมัยรัชกาลที่ 7 ก่อน 2475)

– มาตรา 1 อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย (พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475)

– มาตรา 2 อำนาจอธิปไตยย่อมมาจากปวงชนชาวสยาม พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475)

จะเห็นได้ว่ามาตราในเอกสารทั้ง 3 ชิ้นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นอำนาจอธิปไตย ได้คลี่คลายไปจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีรัฐธรรมนูญ->ระบอบอภิวัฒน์ชั่วคราว->ระบอบราชาธิปไตยใต้รัฐธรรมนูญ

ในท้ายที่สุด มีการประนีประนอมระหว่างหลักประชาราษฎรกับพระมหากษัตริย์ โดยผูกเงื่อนปมจัดวางให้ประชาราษฎรเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ทว่า พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้น

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฐานคติสองใบอนุญาต : 2) วินิจฉัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...