โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

LPP แจ้งเกิดธุรกิจ รปภ. 'LSS' ปักธง Smart Security บ้าน-คอนโดฯ-โครงการ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ธ.ค. 2567 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 23.45 น.
ธำรงค์พล แดงบุบผา

โค้งท้ายปี 2567 ค่าย แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN เปิดตัวเป็นทางการสำหรับบริษัทหลาน หรือบริษัทในเครือ LPP ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ แอล.พี.เอ็น.อีกทอดหนึ่ง

หลังจากก่อนหน้านี้ กลุ่ม LPN มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเมนต์ คำอธิบายคือเป็นธุรกิจดูแลบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการรับบริหารจัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และนิติบุคคลคอนโดมิเนียม เพียงแต่ขอบเขตการรับงานซัพพอร์ตให้กับโครงการที่อยู่อาศัยในเครือ LPN เท่านั้น

จนกระทั่งมีการปรับเปลี่ยนนโยบายยกระดับงานบริการหลังการขายอสังหาฯ ด้วยการเปิดกว้างให้บริษัทลูก LPP ออกไปโลดแล่นรับงานบริหารนิติบุคคลนอกเครือ LPN ได้ ควบคู่กับการเติบโตขององค์กร LPP ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคตอันใกล้นี้

โปรโมต “ธำรงค์พล แดงบุบผา”

หนึ่งในจิ๊กซอว์ธุรกิจสำคัญของพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเมนต์ ก็คือธุรกิจรักษาความปลอดภัย จากเดิมที่ใช้วิธีจ้างเหมาเอาต์ซอร์ซ แต่ในเมื่อพอร์ตเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ การควบคุมความเสี่ยงของธุรกิจทั้งด้านขาดแคลนกำลังคน ประสิทธิภาพแรงงาน การพัฒนาความรู้ ความสามารถ และอื่น ๆ จำเป็นต้องทำเอง เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าโครงการ

จุดโฟกัสอยู่ที่มีการโปรโมตผู้บริหารลูกหม้อ “ธำรงค์พล แดงบุบผา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย แอลเอสเอส โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ LSS ผู้บริหารที่กล่าวได้ว่าสั่งสมประสบการณ์การทำงานทั้งชีวิตอยู่กับธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้แมเนจเมนต์ วันนี้ในฐานะผู้บริหารมืออาชีพอีกคนหนึ่งของวงการ เข้ามารับผิดชอบ LSS บริษัทในเครือ LPP อย่างเต็มตัว

โดย “สุรวุฒิ สุขเจริญสิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LPP-บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจรักษาความปลอดภัย มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป็นไปตามการขยายตัวของดีมานด์ใช้บริการธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ และอาคารเชิงพาณิชย์ ทั้งลูกค้าภาครัฐและเอกชน ท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน และเทรนด์การใช้เทคโนโลยี AI รูปแบบ Smart Security เป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจรักษาความปลอดภัยมีการขยายตัวสูงขึ้น

“ที่ผ่านมา LPP ทำวิจัยความต้องการและความคาดหวังของลูกบ้านเพื่อพัฒนาและปรับปรุงบริการ พบว่าลูกบ้านให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับต้น ๆ คำว่าความปลอดภัยไม่ใช่แค่ความปลอดภัยในทรัพย์สิน หรือการทำร้ายร่างกาย แต่รวมไปถึงเหตุไฟไหม้ น้ำท่วมภายในอาคาร เหตุอุทกภัยที่ทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้อง LPP จึงได้ออกแบบงานบริการด้านความปลอดภัยภายใต้ LSS เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเครือ LPP เมื่อเดือนตุลาคม 2563 เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุม”

อัพเดตล่าสุด ผลการดำเนินงานของ LSS ในปี 2567 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีรายได้อยู่ที่ 345 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 30% ของพอร์ตรายได้รวม LPP เติบโตอย่างน่าพอใจที่ 23% เทียบกับปี 2566 ที่มีรายได้ 280 ล้านบาท แน่นอนว่าแผนการสร้างรายได้ในปี 2568 ตั้งเป้า 400 ล้านบาท เติบโต 10%

โดยความสำเร็จของ LSS ในวันนี้ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวจากการเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการดูแล ทั้งด้านความปลอดภัยทางกายภาพ การรักษามูลค่าโครงการผ่านกระบวนการ Property Continuity Plan เพื่อให้มีระยะเวลา Downtime ในการใช้พื้นที่น้อยที่สุดเมื่อเผชิญเหตุร้าย โดยเน้นฝึกอบรมบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีการวางแผน เตรียมตัว และซักซ้อม ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอาคาร ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการ Recover รวมถึงการมี Supplier ที่พร้อมเข้าซ่อมแซมในการกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

เทรนด์ใหม่แห่งยุค เป็นเรื่องการปรับตัวนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาความปลอดภัยแบบ Real-Time เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย ลดความสูญเสียและเสียหายให้แก่ผู้ใช้บริการได้มากขึ้น อาทิ Next Gen CCTV, AI, IOT ฯลฯ เป็นตัวช่วยทำงานให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจจับความผิดปกติ และระบบป้องกัน

ดูแลครบวงจร 200 กว่าโครงการ

ถัดมา “ธำรงค์พล แดงบุบผา” กรรมการผู้จัดการ LSS-บริษัท รักษาความปลอดภัย แอลเอสเอส โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน LSS มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการ โดยได้พัฒนา Digital Platform และระบบ NFC Device (Near Field Communication) สำหรับจุดตรวจดูแลรักษาความปลอดภัยที่สามารถรายงานผลได้แบบ Real-Time

อีกทั้งยังมีระบบ Next Gen CCTV และ IOT ประสานการทำงานร่วมกันในจุดเสี่ยงที่สำคัญหรือจุดวิกฤต ที่ต้องการเฝ้าระวังแบบ 24/7 (24 ชั่วโมงใน 7 วัน) โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินแบบทันทีผ่าน “ศูนย์ปฏิบัติการเหตุฉุกเฉิน (Emergency Operations Center-EOC)” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการเหตุฉุกเฉิน ประสานจัดการ และรวมศูนย์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Data Visualization ในรูปแบบการปฏิบัติงานแบบ Command Center ที่พร้อม Monitoring และแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน และจัดการเหตุฉุกเฉินตามระดับความสำคัญ (SLA)

พร้อมกับประสานกับทีมพันธมิตรรอบด้าน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยทุกการแจ้งเตือนจะต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเหตุการณ์ ระงับเหตุ และปิดเคสทุกเคสได้ 100% จุดแตกต่างจากคู่แข่งในธุรกิจ รปภ. ก็คือ LSS มีทีมงานที่มีพื้นฐานทางวิศวกรรม จึงสามารถช่วยให้การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด ณ หน้างาน EOC ได้เป็นอย่างดี

นอกจากให้บริการด้านการดูแลความปลอดภัยแล้ว LSS ยังเปิดหน้างานให้การดูแลรักษาความสะอาด (Security & Cleaning Solutions) และบริการอื่น ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย (Soft Service) อาทิ การดูแลสวน งานรักษาความสะอาดเฉพาะด้าน อย่างการโรยตัวทำความสะอาดอาคาร เป็นต้น

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้บริการครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่อาศัย ออฟฟิศบิลดิ้งหรือสำนักงานให้เช่า ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงแรม โรงเรียน โรงงาน และหน่วยงานราชการ มีฐานลูกค้าในมือมากกว่า 200 โครงการ โดยรายได้ของ LSS แบ่งสัดส่วนออกเป็น บริการรักษาความปลอดภัย 68%, บริการดูแลรักษาความสะอาด 26% และบริการอื่น ๆ 6%

สร้างสมดุล “คน+เทคโนโลยี”

นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีในระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว บริษัทยังได้พัฒนาระบบ Cleaning Management System (CMS) เพื่ออัพเดตข้อมูลการย้ายเข้าและออกของผู้ป่วยใน และประสานไปยังหน่วยรักษาความสะอาดโดยอัตโนมัติ เพื่อการเข้าไปทำความสะอาดห้อง และเมื่อเสร็จงานระบบจะแจ้งว่าห้องพร้อมใช้ พยาบาลจะสามารถจัดสรรผู้ป่วยรายใหม่เข้าพักฟื้นได้ทันที เป็นผลให้ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลมอบความไว้วางใจให้ LSS ได้ดูแล อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลกรุงเทพจอมเทียน

“โลกยุคใหม่ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในงานบริการอยู่มาก แต่หากขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจในงานบริการ และขาดทักษะด้านเทคโนโลยี ก็อาจส่งผลให้การส่งมอบงานบริการไม่สามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้ LSS จึงพยายามสร้างความสมดุลระหว่างคนกับเทคโนโลยีควบคู่ไปด้วยกัน”

ยกตัวอย่าง งานบริการรักษาความปลอดภัยยังจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินงานจากทีมงานที่ได้รับการอบรม มีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการรับเหตุแจ้งเตือนและบริหารจัดการสถานการณ์ พร้อมเข้าสนับสนุนเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมเหตุการณ์ให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

โดย LSS มีทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนกว่า 1,400 คน ที่ผ่านการอบรมตาม “หลักสูตรรักษาความปลอดภัย” มีใบอนุญาตตามกฎหมาย และการันตีได้รับการอบรมด้านทักษะการบริการมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับการบริการที่มีคุณภาพและได้รับความประทับใจทั้งจากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการใช้อาคารต่าง ๆ ให้ได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยขั้นสูง ตลอดจนการส่งมอบงานบริการได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติของการใช้ชีวิต

“ค่าแรงขั้นต่ำ” ภัยคุกคามธุรกิจ

มีข้อสังเกตว่าธุรกิจ รปภ. เป็นธุรกิจที่ใช้แรงงานคนเข้มข้น หรือ Labor Intensive ทำให้เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ เรื่องเดียวกันนี้ “สุรวุฒิ” CEO LPP กล่าวว่า สัญญาจ้างบริษัท รปภ. ในโครงการอสังหาฯ จะแบ่งเป็น 2 กะ ทำงานกลางวันกับกลางคืน กะละ 12 ชั่วโมง เทียบกับการจ้างงานทั่วไปทำงานกะละ 8 ชั่วโมง ดังนั้น ค่าจ้าง รปภ. จำเป็นต้องสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ได้รับ เพราะชั่วโมงทำงานต่อกะนานกว่า

ทั้งนี้ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 380 บาทในกรุงเทพฯ คำนวณสะท้อนออกมาเป็นค่าจ้าง รปภ. เฉลี่ยอยู่ที่ 24,000 บาท/กะ/คน ทุกครั้งที่รัฐบาลมีนโยบายค่าแรงหาเสียงจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนบริษัท รปภ. ทันที เพราะการทำสัญญาทำแบบระยะยาว 1 ปี ถ้าหากมีการประกาศขึ้นค่าแรงระหว่างทาง จะทำให้กลายเป็นต้นทุนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทันที และเป็นตัวฉุดรั้งที่ทำให้บริษัทไม่กล้าขยายการรับงานมากนัก เพราะเคยมีบทเรียนจากการขึ้นค่าแรงของรัฐ แต่ไม่สามารถไปขอขึ้นค่าแรงจากลูกค้าโครงการได้ทันที เฉลี่ยกว่าจะปรับค่าแรงตามสัญญาได้ต้องดีเลย์ออกไปถึง 3-4 เดือน

“นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพื่อดูแลผู้ใช้แรงงาน เป็นเรื่องที่เราเห็นด้วย เพียงแต่วิธีการอยากจะขอให้รัฐบาลมีการประกาศล่วงหน้าให้รู้ตัวอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป เพื่อให้สามารถปรับปรุงสัญญา หรือวางแผนธุรกิจรับมือได้โดยไม่ขาดทุน ซึ่งรัฐบาลเพื่อไทยได้หาเสียงค่าแรงขั้นต่ำไว้ที่ 600 บาท ลองคำนวณแล้วจะทำให้ต้นทุนค่าจ้าง รปภ. ดีดขึ้นไปถึงหัวละ 50,000 บาท จุดนี้เป็นเหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ถัวเฉลี่ย เพื่อลดการใช้ รปภ. แต่ยังได้ประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน หรือดีกว่าเดิม”

ลูกค้าแบรนด์ดังเข้าคิวใช้บริการ

ด้าน “ธำรงค์พล” CEO LSS กล่าวว่า ฐานลูกค้าในมือรับบริหารจัดการโครงการแบรนด์ดังทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ คอนโดฯ ในเครือ LPN, บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, ศุภาลัย ฯลฯ โรงเรียนนานาชาติ รพ.สินแพทย์ รพ.กรุงเทพ รพ.วิมุต รพ.กรุงเทพพัทยา โรงแรมโอเรียนเต็ล โครงการเรสซิเดนซ์ใกล้ไอคอนสยาม โชว์รูมรถเบนซ์ที่พัทยา คลับเฮาส์ราชพฤกษ์ของสภากาชาดไทย สถาบันยุติธรรมแห่งประเทศไทย ล่าสุดที่เพิ่งหมดสัญญาเมื่อต้นปี 2567 ที่ผ่านมา คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“สถานทูตซาอุดีอาระเบียก็เลือกใช้บริการแม่บ้านของ LSS กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเน้นกลุ่ม B+ ซึ่งสามารถจ่ายในราคาสูงขึ้น การทำงาน 2 กะ แต่ละกะจะมีพนักงาน รปภ. ค่าจ้างต่อหัวเฉลี่ย 24,000-26,000 บาท กับหัวหน้ากะ 1 คน เฉลี่ย 28,000-29,000 บาท สัญญาจ้างจะสูงขึ้นมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับรีไควร์เมนต์หรือความต้องการงานบริการ รปภ. ซึ่งจะคิดต้นทุนแล้วบวกเข้าไปในสัญญา หลัก ๆ เราไม่ใช่ธุรกิจ รปภ. ที่รับแค่ค่าแรง แต่ทำแวลูแอดเดดอื่น ๆ เช่น ศูนย์บริการแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือ EOC ตั้งอยู่ที่ลุมพินีทาวเวอร์ ทำงาน 24 ชั่วโมง”

ยกตัวอย่างการเผชิญเหตุ ครอบคลุมงานไฟไหม้ น้ำท่วม ทั้งท่วมจากภายนอกหรืออุทกภัย ท่วมจากภายในโครงการที่มีน้ำรั่ว เหตุจลาจล มีทีมแบ็กกราวนด์จากสายช่าง เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติต้องตัดไฟก่อน ทำซีเควนซ์ยังไงให้เกิดผลกระทบกับผู้อาศัยให้น้อยที่สุด ที่เรียกว่าช่วง Recovery State ล่าสุด มีเหตุไฟไหม้ห้องชุดในโครงการหนึ่ง ภายใน 3 วันลูกค้าสามารถย้ายกลับเข้าไปอยู่ห้องชุดได้แล้ว เพราะทีม LSS สามารถทำข้อเสนอได้เลยว่าความเสียหายต้องซ่อมแซมปรับปรุงอะไรบ้าง ทาสี ติดตั้งวอลเปเปอร์ เป็นต้น

“ธุรกิจ รปภ. มีปัญหาขาดแคลนกำลังคน การนำเทคโนโลยี Smart Security มาใช้ช่วยทดแทนการใช้แรงงานคน 20-30% ผลประโยชน์ของลูกค้าช่วยให้นิติบุคคลหรือเจ้าของอาคารประหยัดค่าส่วนกลางได้ โดยระบบรักษาความปลอดภัยยังเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เราไม่ได้เป็นผู้นำเทคโนโลยี แต่เราเป็นคนนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะสมกับอาคารที่เราดูแล ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน LSS เรามีมอตโต้ ลูกค้าจะต้องปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน” คำกล่าวของ CEO LSS

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : LPP แจ้งเกิดธุรกิจ รปภ. ‘LSS’ ปักธง Smart Security บ้าน-คอนโดฯ-โครงการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...