โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ยอโควิช เผยถูกวางยา ช่วงกักตัว โควิด-19 ที่ออสเตรเลีย พบโลหะหนักในร่างกาย

Khaosod

อัพเดต 11 ม.ค. 2568 เวลา 06.25 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2568 เวลา 06.23 น.

โนวัก ยอโควิช อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลกเชื่อว่าตัวเองโดนยางยาระหว่างกักตัวในโรงแรมที่เมลเบิร์น ในออสเตรเลีย ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปี 2022

ยอโควิช ซึ่งกลายเป็นผู้ร้ายของแฟนกีฬาออสเตรเลีย เนื่องในก่อนแข่งขัน ออสเตรเลียน โอเพ่น ปี 2022 ตัวเขาปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดไว้สำหรับคนต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศในช่วงเวลานั้น ซึ่งสุดท้าย ยอโควิช ไม่ได้แข่งขันและถูกทางการออสเตรเลีย ส่งตัวกลับประเทศ ล่าสุด นักหวดเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 24 ครั้ง เผยกับจีคิว แม็กกาซีนว่า ช่วงที่ต้องกักตัวที่เมลเบิร์นนั้นเขาโดนวางยาบางอย่างซึ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพในเวลาต่อมา
"ผมมีปัญหาสุขภาพ และผมรู้ได้เลยว่าช่วงที่พักในโรงแรมในเมลเบิร์น มีการวางยาในอาหารให้ผมกิน ผมต้องกลับไปฟื้นฟูร่างกายที่เซอร์เบีย ผมไม่เคยบอกใครเรื่องนี้ แต่ผมมีสารโลหะหนักในร่างกายอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะสารตะกั่ว และ ปรอท”

อย่างไรก็ตาม ยอโควิช วัย 37 ปี เผยว่า ตนเองไม่ได้โกรธเคืองออสเตรเลียที่ถูกปฏิบัติแบบนั้น และยังรู้สึกดีกับคนออสเตรเลีย และอยากกลับมาแข่งขันที่นี่เสมอ "ผมได้เจอคนออสเตรเลียหลายคนทั่วโลกในช่วง 2-3 ปีมานี้ พวกเขาเข้ามาขอโทษผมที่ผมต้องถูกปฏิบัติแบบนั้น ผมรับเอาไว้ พวกเขารู้สึกอับอายต่อสิ่งที่รัฐบาลทำในเวลานั้น ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ผมได้วีซ่าคืนและรู้สึกยอดเยี่ยมเสมอที่ได้แข่งขันที่นี่"

เกี่ยวกับเรื่องนี้โฆษกกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย ระบุว่าโรงแรม ปาร์ก โฮเตล ที่ยอโควิชกักตัวนั้น ปฏิบัติตามข้อตกลงด้านสุขลักษณะ และมีการเตรียมอาหารที่สดให้กับผู้กักตัว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยอโควิช เผยถูกวางยา ช่วงกักตัว โควิด-19 ที่ออสเตรเลีย พบโลหะหนักในร่างกาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...