เจาะจุดเริ่มต้น แฮชแท็ก #แบนแม่หยัว แมวถูกวางยาสลบ เพื่อเข้าฉาก
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 พ.ย. 2567 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2567 เวลา 08.16 น. • The Bangkok Insightเจาะจุดเริ่มต้น แฮชแท็ก #แบนแม่หยัว แมวถูกวางยาสลบ เพื่อเข้าฉาก ในตอนที่ 5 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
จากประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นกับซีรีส์ดัง แม่หยัว หลังมีฉากวางยาสลบแมว ในตอนที่ 5 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คนออกมาประกาศแบนละครก็จนเกิดแฮชแท็ก #แบนแม่หยัว จนติดเทรนด์อันดับ 1
เจาะจุดเริ่มต้น แฮชแท็ก #แบนแม่หยัว แมวถูกวางยาสลบ เพื่อเข้าฉาก
เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นดราม่าไม่น้อย สำหรับซีรีส์ดังอย่างแม่หยัว ในตอนที่ 5 ที่ช่วงหนึ่งมีฉากแมวถูกวางยาในเรื่อง โดยมีช็อตที่ แมวตัวกระตุก รวมถึงมีการขย้อนออกมาด้วย จนชาวเน็ตต่างตั้งคำถามตามมาเป็นจำนวนมาก
จากฉากดังกล่าวชาวเน็ตจำนวนมากได้พูดถึงบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะบน (X) หรือบน FaceBook ก็ตาม เช่น วางยาสลบแมวจริง โนการแสดงค่ะ ที่แซว ๆ กันว่าแมวแสดงเก่ง ก็คือวางยาจริง ๆ แมวกระตุก ตัวเกร็งจริง ขย้อนทุกอย่างออกมาตอนถ่ายทำ แล้วนักแสดงยังมาเม้นว่าให้ส่งเข้าชิงรางวัลการแสดงอีก , ตอบด้วยว่าทำอะไรกับแมว เท่าที่เห็นข้อมูลตอนนี้ ไม่ได้ชวนให้รู้สึกดีเลยนะ มึงออกมาอธิบายให้ชัดเจนด้วย อย่าเงียบ
ในเวลาต่อมามีแอคเคาท์หนึ่ง ได้ออกมาโพสต์กล่าวอ้างว่า “น้องแมวไม่ได้ตุยจริงนะ เราวางยาสลบแมว แต่ตอนถ่ายทำแล้วน้องขย้อน กระตุก ๆ คือนึกว่าตายจริง ป้าจ๋ากับน้องเฟิร์น หน้าถอดสี ตกใจจริง ๆ”
ในเวลาต่อมาการตั้งคำถามดังกล่าวเริ่มถูกพูดถึงเป็นวงกว้างมากขึ้น จนด้านเพจเฟซบุ๊กมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation - WDTก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นนี้ โดยระบุข้อความว่า“#หลังละครออกอากาศมูลนิธิได้รับข้อความร้องเรียนมากมาย
ทีมงานละครเรื่องหนึ่ง โพสต์ข้อความเรื่องราวของละคร ตอนตรวจสอบยาพิษ โดยใช้แมวสีดำ พร้อมระบุว่า มีการวางยาแมวจริงและแมวมีอาการขย้อนและชักกระตุก จนตัวละครที่กำลังสวมบทบาทเข้าฉากอยู่คิดว่าแมวตายจริง คำถามคือ การวางยาสลบสัตว์จะต้องกระทำโดยสัตวแพทย์ ตามกฏหมายพรบ.วิชาชีพการสัตวแพทย์
ทีมงานได้มีการวางยาสลบแมวโดยการควบคุมของสัตวแพทย์หรือไม่ และแมวได้รับการรักษาและยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ รบกวนทีมงานช่วยมาตอบคำถามประชาชนด้วยครับและขอทราบอัปเดตของน้องแมวที่ถูกวางยาด้วย”
จากนั้น สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับการแสดงเรื่อง แม่หยัว ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นที่โลกออนไลน์ตั้งคำถามเรื่องการถ่ายทำแล้ว พร้อมกับเปิดคลิปปัจจุบันของน้องแมวตัวดังกล่าวด้วย “อัปเดตน้องแมว จากที่มีหลายท่านกังวลเรื่องการถ่ายทำที่เกี่ยวกับน้องแมว ขอเรียนชี้แจงดังนี้ครับ
- การถ่ายทำมีการวางยาสลบจริง แต่ได้รับการดูแลจากเจ้าของ และผู้เชี่ยวชาญอย่างดีในทุก ๆ ขั้นตอน
- หลังการถ่ายทำน้องแมวฟื้นขึ้นมาและใช้ชีวิตเป็นปกติ และ ทีมงานได้มีการขอคลิปสุขภาพน้องแมวให้ส่งมาดูหลังจากวันถ่ายทำอีกหลายครั้ง
- แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เมื่อทราบเรื่องวันนี้ ทางทีมได้มีการติดต่อโมเดลลิ่งสัตว์ที่ดูแลรับผิดชอบ ให้ถ่ายคลิปอัปเดตของวันนี้ และให้นำแมวไปตรวจสุขภาพ เพื่อยืนยันถึงสุขภาพแมวอีกครั้ง
- เมื่อทราบถึงความกังวลใจ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อมาชี้แจงครับ
และนี่คือคลิปน้องแมว ณ ปัจจุบันครับ ส่วนใบรับรองแพทย์จะนำมาให้ทุกท่านดูอีกครั้งเมื่อตรวจสุขภาพน้องแมวเสร็จเรียบร้อยครับ ขอบคุณครับสันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับการแสดง ซีรีส์เรื่อง แม่หยัว”
จนกระทั่งในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สัตวแพทยสภา ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ขอขอบคุณ ข้อมูล ที่ส่งมาทางสัตวแพทยสภาได้รับทราบ ในข้อกังวลที่มีภาพของแมวปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย และมีการอ้างถึงว่าอาจมีการใช้ยาสลบในการถ่ายทำละคร ทางสัตวแพทยสภา จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป”
ทั้งนี้ สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับการแสดงเรื่อง แม่หยัว ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นที่โลกออนไลน์ตั้งคำถามเรื่องการถ่ายทำแล้ว พร้อมกับเปิดคลิปปัจจุบันของน้องแมวตัวดังกล่าวด้วย
“อัปเดตน้องแมวจากที่มีหลายท่านกังวลเรื่องการถ่ายทำที่เกี่ยวกับน้องแมว ขอเรียนชี้แจงดังนี้ครับ
- การถ่ายทำมีการวางยาสลบจริง แต่ได้รับการดูแลจากเจ้าของ และผู้เชี่ยวชาญอย่างดีในทุก ๆ ขั้นตอน
- หลังการถ่ายทำน้องแมวฟื้นขึ้นมาและใช้ชีวิตเป็นปกติ และ ทีมงานได้มีการขอคลิปสุขภาพน้องแมวให้ส่งมาดูหลังจากวันถ่ายทำอีกหลายครั้ง
- แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เมื่อทราบเรื่องวันนี้ ทางทีมได้มีการติดต่อโมเดลลิ่งสัตว์ที่ดูแลรับผิดชอบ ให้ถ่ายคลิปอัปเดตของวันนี้ และให้นำแมวไปตรวจสุขภาพ เพื่อยืนยันถึงสุขภาพแมวอีกครั้ง
- เมื่อทราบถึงความกังวลใจ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อมาชี้แจงครับ
และนี่คือคลิปน้องแมว ณ ปัจจุบันครับ ส่วนใบรับรองแพทย์จะนำมาให้ทุกท่านดูอีกครั้งเมื่อตรวจสุขภาพน้องแมวเสร็เรียบร้อยครับ ขอบคุณครับสันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับการแสดง ซีรี่ส์เรื่อง แม่หยัว”
และทาง ช่องวัน 31 ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตามที่มีกระแสข่าวถึงความไม่เหมาะสมของฉากที่ใช้แมวร่วมแสดง ในซีรีส์ "แม่หยัว" จนเกิดความไม่สบายใจของผู้ชมนั้น ช่องวัน 31 ขอชี้แจงว่า ทางเราคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัย ของสัตว์เป็นสำคัญ โดยแมวที่นำมาถ่ายทำนั้นมาจากบริษัทโมเดลลิ่งสัตว์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการนำสัตว์ร่วมถ่ายทำละครและภาพยนตร์โดยเฉพาะ มากว่า 10 ปี และเป็นเจ้าของแมวตัวดังกล่าว รวมถึงเป็นผู้ดูแลแมวตลอด ระยะเวลาการถ่ายทำในทุกขั้นตอน
ช่องวัน 31 รู้สึกเสียใจและขอโทษกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่ทำให้ผู้ชม เกิดความรู้สึกที่ไม่สบายใจ เราจะนำข้อชี้แนะ ความคิดเห็น กลับไปพิจารณา ในการทำงานร่วมกับสัตว์ และระมัดระวังไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีนอีก ช่องวัน 31 ขอน้อมรับ และขอขอบคุณทุกความคิดเห็นมา ณ ที่นี้
แต่ทว่าดราม่าดังกล่าวยังมีชาวเน็ตบางส่วนออกมาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ไปถึงเหล่าตัวนักแสดงในเรื่อง แม่หยัว ก่อนที่ทาง เอ็กแซ็กท์ ซีเนริโอ จำกัด จะออกแถลงเกี่ยวกับประเด็นนี้ด้วยว่า
"บริษัท เอ็กแซ็กท์ ซีเนริโอ จำกัด" ได้เปิดจดหมาย เอกสารแถลงการณ์สู่สาธารณะว่า "ตามที่มีกระแสข่าวถึงฉากที่ใช้แมวร่วมแสดง ในซีรีส์ "แม่หยัว" จนเกิดความไม่สบายใจแก่ผู้ชมนั้น
บริษัท เอ็กแซ็กท์ ซีเนริโอ จำกัด ในฐานะต้นสังกัดของศิลปินผู้ร่วมแสดงในซีรีส์ดังกล่าว ขอเรียนชี้แจงว่า นักแสดงในซีรีสไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกระบวนการนำแมวเข้าฉากและไม่ได้รับทราบล่วงหน้าถึงขั้นตอนในการถ่ายทำในฉากนี้ รับทราบเพียงว่าแมวที่เข้าฉากนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น นักแสดงในเรื่อง"แม่หยัว" มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์นี้ อีกทั้งยังรู้สึกเสียใจที่สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ชม และจะระมัดระวังไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก"
และในวันที่ 12 พฤศจิกายน สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับซีรีส์ แม่หยัว ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งท่ามกลางกระแส #แบนแม่หยัว โดยระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sant Srikaewlaw ว่า “จากเหตุการณ์ความไม่เหมาะสมของฉากที่ใช้แมวร่วมแสดงในซีรีส์ “แม่หยัว”
ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ทำให้เกิด เหตุการณ์ที่กระทบความรู้สึกของ ผู้ชม ผู้รักสัตว์ องค์กรและบุคคลทุก ๆ ท่าน ผมขอน้อมรับและขอบคุณทุกความคิดเห็นที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ ได้ทบทวน และได้ไตร่ตรองถึงสวัสดิภาพของการใช้สัตว์ในการถ่ายทำ
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนให้ผมได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน ผมจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
จากนี้ผมยินดีให้ความร่วมมือในทุกการสอบสวน ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่าง โปร่งใส และถูกต้องในทุกกระบวนการอย่างตรงไปตรงมา ผมอยากขอโทษจากใจจริงมา ณ ที่นี้ สันต์ ศรีแก้วหล่อ”
จนวันที่ 13 พฤศจิกายน สื่อมีการรายงานว่า นายสัตวแพทย์ชัยวลัญช์ ตุนาค ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์ ให้ข้อมูล ว่าทีมผู้บริหารช่อง one31 ได้นำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับละคร เดินทางมายังกรมปศุสัตว์ เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับนำแมวตัว ที่เป็นประเด็น มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย ภายในสำนักงานผู้บริหาร ของกรมฯ โดยไม่ได้แจ้งสื่อให้มาทำข่าว
สำหรับการตรวจสอบแมว นายสัตวแพทย์ชัยวลัญช์ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว จากนั้นก็ได้นำแมวไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ด้วยเครื่อง AI ที่ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตอนนี้ผลตรวจเลือดแมวออกมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับการเข้าชี้แจงใช้เวลาทั้งวัน ซึ่งให้รอฟังผลการชี้แจงและผลตรวจสุขภาพแมว จากอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียด
ไม่เพียงเท่านั้น ประเด็นร้อนนี้ยังถูกเผยแพร่ไปสู่วงกว้าง สำนักข่าว BBC สำนักข่าวระดับโลก ยังมีการรายงานข่าวดังกล่าวด้วย "แมวดำ" ถูกวางยาสลบ เพื่อประกอบฉากในซีรีส์แม่หยัว จนกลายเป็นความกังวลและตั้งคำถามถึงสิ่งที่ทำกับสัตว์เพื่อให้การแสดงดูน่าเชื่อถือ โดยบางคนเสนอแนะว่าอาจมีการปฏิบัติอย่างโหดร้าย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ผลิตรายการจะพยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ชมเกี่ยวกับความปลอดภัยของแมว แต่แคมเปญ #แบนแม่หยัว ยังคงติดเทรนด์คอย่างต่อเนื่องบนโซเชียลมีเดีย
ด้านสัตวแพทยสภาแห่งประเทศไทยออกมาเผยแพร่บทความเกี่ยวกับ เตือนถึงอันตรายของสัตว์ที่ถูกใช้ยาสลบและกล่าวว่าจะดำเนินการที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ ขณะเดียวกัน กรมปศุสัตว์ของประเทศไทย กล่าวว่า ได้เริ่มสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ และขอให้มีการตรวจสอบแมวเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้รับอันตราย
ต่อมา ด้าน PETA ออกแถลงการณ์ประณามการดมยาสลบแมวเพื่อความบันเทิง โดยอธิบายว่ามันเป็นความ "ประมาท อันตราย และโหดร้าย “สาธารณชนรู้สึกโกรธเคืองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าทุกวันนี้ อะไรก็สามารถทำได้ด้วย CGI, AI และแอนิเมชันทรอนิกส์” พร้อมกับทิ้งท้ายในแถลงการณ์ว่า "หากคุณไม่สามารถสร้างรายการทีวีโดยไม่เสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ได้ แสดงว่าคุณคิดผิดและกำลังทำธุรกิจที่ผิดแล้ว"
อ่านข่าวเพิ่มเติม