ศธ. เคาะ "ทบทวน- เปลี่ยนแปลง" โครงการ Digital Skill/Credit Portfolio วงเงิน 1,600 ล้านบาท
จากกรณีที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 ให้ตั้งคณะทํางานพิจารณาทบทวน "โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัล พัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations)" อย่างละเอียดในทุกมิตินั้น
วันนี้ (6 ก.ค.2569) คณะกรรมการพิจารณาทบทวนโครงการฯ ตรวจสอบเชิงลึก และนําเสนอผลการพิจารณา โดยรับฟังข้อสังเกต จากคณะกรรมาธิการการจัดทําและติดตามการบริหารงบประมาณอย่างรอบด้าน
กระทรวงศึกษาธิการจึงมีมติ "ทบทวนโครงการ และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ" โดยดําเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควบคู่กับการบูรณาการข้อมูลระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้ระบบ สามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยมีสาระสําคัญจากผลการทบทวน ดังนี้
1. ประเมินโครงการเก่าเพื่อลดความเสี่ยงด้านความซํ้าซ้อนกับโครงการ NDLP คณะกรรมการฯ ได้รับรายงานจาก สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และมีข้อเสนอให้พิจารณาทบทวนและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ National Digital Learning Platform (NDLP) ที่มีอยู่เดิมให้รอบคอบเสียก่อน ก่อนที่จะพิจารณาลงทุนสร้างแพลตฟอร์มใหม่ (Digital Skill/Credit Portfolio)เพื่อไม่ให้เกิดความซํ้าซ้อนกัน
2. มติคณะกรรมการ ทบทวนโครงการและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อการใช้งบประมาณแผ่นดิน คณะกรรมการฯ และ สพฐ. เสนอแนวทางให้ "ทบทวนและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ" โดยมีมาตรการปฏิบัติ ดังนี้
1. เปลี่ยนแปลงโครงการและยกเลิกร่างขอบเขตของงานเดิม (TOR) เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ 2. เพิ่มวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับนโยบายยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่น ผลคะแนน PISA 2029 และการพัฒนา AI Literacy 3.โดยให้มีแนวทางเพื่อให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มของ กระทรวง อว. 4. ซึ่งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงการ จะนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยให้เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนทางกฎหมาย โดยที่จะเร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ ขอยํ้าจุดยืนว่า เราพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและรับการตรวจสอบ จากทุกภาคส่วนการตัดสินใจทบทวน และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่ากระทรวงฯ ให้ความสําคัญสูงสุดกับการลดความซํ้าซ้อน การบูรณาการข้อมูล อย่างคุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง การเชื่อมโยงระบบ และการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน จะต้องถูกนําไปใช้เพื่อยกระดับการศึกษาอย่างเท่าเทียม
อ่านข่าว
"ครูนิ่ม" ร้อง ศธ.ปมสอบบรรจุครู "อัครนันท์" สั่งเร่งตรวจสอบ คาด 2 สัปดาห์รู้ผล
เริ่มปี 2570 รัฐบาลยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ตั้งเป้าลดภาระงานครู
โซเชียลเดือด! สพฐ. ดันใช้ TikTok ทำคลิปสอน ครูชี้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด
สพฐ.ปรับสถานะครู “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” 7,588 อัตรา