โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"กรมศุลกากร" ครบรอบ 152 ปีก้าวสู่มิติใหม่ "NEXT DRIVE CUSTOMS" ยกระดับองค์กรให้ทันสมัยโปร่งใสเข้าถึงง่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (6 ก.ค.69) กรมศุลกากรจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมศุลกากรครบรอบ 152 ปีเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของกรมศุลกากรภายใต้แนวความคิด "NEXT DRIVE CUSTOMS" พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่มิติใหม่ขององค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนไปสู่ศุลกากรแห่งอนาคตที่ทันสมัย โปร่งใส เข้าถึงง่ายและพร้อมปรับเปลี่ยนบทบาทให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 152 ปีกรมศุลกากรได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนบทบาทอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในปีนี้กรมศุลกากรได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลังอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องภายใต้นโยบาย "10พลัส"และ"ENGINE เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ" อันเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับองค์กรครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด NEXT DRIVE CUSTOMS ที่มุ่งปรับภาพลักษณ์และบทบาทของกรมศุลกากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการยกระดับมาตรฐานดำเนินการให้ทันสมัย โปร่งใส รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชน โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการต่อยอดบทบาทของกรมศุลกากรจากการเป็นหน่วยงานด้านพิธีการศุลกากร การป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดนและมุ่งเน้นการจัดเก็บอากรศุลกากรไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศใน 3 มิติสำคัญได้แก่ TRADE ENABLER การใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า SOCIAL PROTECTOR :การคุ้มครองสังคมและความมั่นคงของประเทศและ REVENUE COLLECTOR :การจัดเก็บรายได้ทุกประเภทของรัฐให้มีประสิทธิภาพโปร่งใสและเป็นธรรมซึ่งมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนบทบาทของกรมศุลกากรให้เป็นกลไกซ้ำกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนผ่านการพัฒนากระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดจนการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

กรมศุลกากรได้ดำเนินงานภายใต้แนวคิดข้างต้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ 2569 โดยช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 -มิถุนายน 2569)ภายใต้บทบาท REVENUE COLLECTOR กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้รวม 476,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยคิดเป็นอากรศุลกากร 85,766 ล้านบาทและการจัดเก็บรายได้แทนกรมสรรพากร 308,016 ล้านบาทกรมสรรพสามิต 43,725 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่จัดเก็บได้ดังกล่าวจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆต่อไป

นอกจากนี้ภายใต้บทบาท SOCIAL PROTECTOR กรมศุลกากรได้ดำเนินมาตรการปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องโดยสามารถตรวจยึดของผิดกฎหมายรวมถึงการตรวจสอบความผิดกรณีหลีกเลี่ยงภาษีอากรได้รวมถึง 43,796 คดี ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 20 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าคิดเป็นร้อยละ 26.5 โดยผลการจับกุมที่สำคัญคือสามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษอาทิไอซ์เฮโรอีนยาบ้าเคตามีนโคเคนได้รวมถึง 214 คดีคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 691 ล้านบาทปริมาณรวมกว่า 917 กิโลกรัม

อีกทั้งสามารถตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายรวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบร่วมกันถึง 2537 คดีมูลค่ารวมกว่า 370 ล้านบาทปริมาณรวมกว่า 65 ล้านชิ้นซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของกรมศุลกากรที่ทำหน้าที่ปกป้องสังคมและความมั่นคงของประเทศที่นอกเหนือไปจากการจัดเก็บรายได้ นอกจากนี้ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรสามารถตรวจยึดสินค้ากัญชาได้ถึง 3,309 คดี ปริมาณรวม 37,210 กิโลกรัมมูลค่ารวมกว่า 474 ล้านบาทสะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของกรมศุลกากรในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกันกำกับดูแลสินค้านำเข้าหากยังครอบคลุมการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบส่งสินค้าผิดกฎหมายเพื่อคุ้มครองภาพลักษณ์ของประเทศและรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย

นอกเหนือจากบทบาทดังกล่าวภายใต้บทบาท TRADE ENABLER กรมศุลกากรได้ร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูประบบศุลกากรตลอด 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาคธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านการประชุมหารือและเวทีรับฟังความคิดเห็นภายใต้แนวคิด "รับฟัง เพื่อพัฒนาและร่วมสร้างอนาคต" เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงกฎหมายระเบียบพิธีการและกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทการค้าโลกและความต้องการของภาคธุรกิจลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอำนวยความสะดวกทางการค้าและยกระดับเขตความสามารถในการแข่งขันของประเทศจนเกิดผลเป็นรูปประธรรมผ่านมาตรการสำคัญหลายด้านอาทิการจัดเก็บภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ

การลงนามบันทึกความเข้าใจกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการส่งสินค้าระหว่างประเทศอันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีอากรและสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรมการพัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้าถ่ายลำจากเฉลี่ย 4.58 วัน เหลือเพียง 0.65 วัน หรือลดลงร้อยละ 85.81 การให้บริการพิธีการศุลกากรตรวจสอบปล่อยสินค้าบางส่วนณสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง ที่ช่วยลดระยะเวลารอตรวจปล่อยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการนำเข้าสินค้าตลอดจนการยกระดับบริการดิจิทัลผ่านระบบ Tariff e-service รูปแบบใหม่และบริการอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการของกรมศุลกากรอย่างสะดวกรวดเร็วโปร่งใสและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่อันเป็นการยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและรับรองการค้ายุคดิจิทัลควบคู่กับการยกระดับธรรมาภิบาลขององค์กรเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)โดยได้ปรับปรุงระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัลเพื่อยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูงและเดินหน้าผลักดันยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรทุกระดับเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสลดผลประโยชน์ทับซ้อนและสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจนักลงทุนและประชาชนอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบศุลกากรไทยให้มีประสิทธิภาพและพร้อมรองรับการค้าโลกในอนาคต

อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเพิ่มว่าการครบรอบ 152 ปีของกรมศุลกากรในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเดินหน้าสู่องค์กรศุลกากรแห่งอนาคตที่พร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างคุณค่าให้กับประเทศภายใต้พันธกิจในการอำนวยความสะดวกทางการค้าคุ้มครองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงโปร่งใสและยั่งยืนต่อไป

กรมศุลกากรในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงประตูการค้าของประเทศแต่เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยเราพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจเพิ่ม 7 ความสามารถการแข่งขันลดต้นทุนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...