โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาวเชียงใหม่ขับรถลงดอย 30 กม. ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แบ่งเบาภาระ

Thai PBS

อัพเดต 2 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (3 มิ.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสใน จ.เชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมากทยอยออกมาจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

หนึ่งในผู้ใช้สิทธิ คือ น.ส.พรนภัส แซ่ห่าง ชาวตำบลกึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเดินทางจากหมู่บ้านบนดอยสูงพร้อมกับมารดาและบุตรอีก 2 คน เพื่อใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตลาดแม่มาลัย

จากการสังเกตพบว่า รถจักรยานยนต์ของครอบครัวบรรทุกข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นจำนวนมาก หลังจากใช้สิทธิซื้อสินค้าเพื่อนำกลับไปสำรองไว้ใช้ในครัวเรือน น.ส.พรนภัส เปิดเผยว่า บ้านพักอยู่ห่างจากตลาดแม่มาลัยเกือบ 30 กิโลเมตร และในหมู่บ้านมีร้านค้าเพียง 2 แห่ง ทำให้ต้องเดินทางลงจากพื้นที่สูงเพื่อมาจับจ่ายซื้อของในตัวตลาด

เธอระบุว่า มารดาเป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และที่ผ่านมาเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาทแทบไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หลังจากมีโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ครอบครัวสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและมีเงินเหลือสำหรับจัดซื้อสินค้าที่จำเป็นมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับแนวทางการคัดกรองผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่ โดยมองว่าการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบจะช่วยให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐเข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและมีความจำเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ใช้สิทธิในหลายพื้นที่ พบว่ามีประชาชนบางส่วนสะท้อนข้อจำกัดเกี่ยวกับวงเงินใช้จ่ายรายวันที่กำหนดไว้ในโครงการ โดยมองว่าวงเงินต่อวันที่สามารถใช้ได้ยังมีความยืดหยุ่นไม่มากนัก และต้องการให้ภาครัฐพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไข เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการ การใช้จ่ายตามความจำเป็นของแต่ละครัวเรือนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่ จ.ลำพูน หลายชุมชนชาติพันธุ์กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งจะเปิดให้ดำเนินการในวันพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.) โดยมีประชาชนจำนวนมากแสดงความกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียน

ชาวบ้านจำนวนหนึ่งระบุว่า การกรอกข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ในระบบมีความซับซ้อนพอสมควร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว และบางคนไม่สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือได้ ทำให้เกรงว่าจะไม่สามารถดำเนินการลงทะเบียนได้ครบถ้วน และอาจพลาดสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้นำชุมชนในหลายพื้นที่ได้เตรียมอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน โดยวางแผนพาผู้ที่ต้องการลงทะเบียนเดินทางไปยังธนาคารหรือจุดบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ให้ถูกต้อง

ข้อมูลในพื้นที่ระบุว่า อ.ลี้ มีชาวปกาเกอะญออาศัยอยู่มากกว่า 2,500 ครอบครัว ขณะที่ อ.บ้านโฮ่ง มีอีกประมาณ 500 ครอบครัว ซึ่งถือเป็นกลุ่มประชากรสำคัญที่กำลังเตรียมลงทะเบียนในรอบนี้

ทั้งนี้ จากประสบการณ์การลงทะเบียนครั้งก่อน มีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ ส่งผลให้การเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยหลายครอบครัวเตรียมเอกสารและข้อมูลส่วนตัวอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านการพิจารณาและเข้าถึงสวัสดิการที่ภาครัฐจัดสรรให้

อ่านข่าวอื่น :

มติ ภท.ให้สมาชิกถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคําวินิจฉัยศาล

ตร.ไทย ช่วย นศ.จีน ถูกหลอกจัดฉาก "ลักพาตัวเสมือนจริง" เรียก 12.5 ล้าน

ตร.ยังไม่เปิดผลชันสูตรร่าง "น้ององุ่น" เร่งสืบสวนปมเสียชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

“อุบัติเหตุทางถนน” ทำไทยสูญเสีย “ทุนมนุษย์” พบคร่าชีวิตเด็กเยาวชนปีละ 2,000 คน

11 นาทีที่แล้ว

จับตาชายแดนศรีสะเกษ ปมทุนสีเทา–กาสิโน "ช่องสะงำ"

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทัพไทยย้ำสันติวิธี ไม่แข่งวาทกรรมกัมพูชา ชี้ความเชื่อมั่นวัดจากการกระทำ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"คูเวต" ประณามอิหร่านโจมตีพุ่งเป้าพลเรือน ละเมิดกฎหมาย-มติ UN

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...