ชาวเชียงใหม่ขับรถลงดอย 30 กม. ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" แบ่งเบาภาระ
วันนี้ (3 มิ.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสใน จ.เชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมากทยอยออกมาจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง
หนึ่งในผู้ใช้สิทธิ คือ น.ส.พรนภัส แซ่ห่าง ชาวตำบลกึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเดินทางจากหมู่บ้านบนดอยสูงพร้อมกับมารดาและบุตรอีก 2 คน เพื่อใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตลาดแม่มาลัย
จากการสังเกตพบว่า รถจักรยานยนต์ของครอบครัวบรรทุกข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นจำนวนมาก หลังจากใช้สิทธิซื้อสินค้าเพื่อนำกลับไปสำรองไว้ใช้ในครัวเรือน น.ส.พรนภัส เปิดเผยว่า บ้านพักอยู่ห่างจากตลาดแม่มาลัยเกือบ 30 กิโลเมตร และในหมู่บ้านมีร้านค้าเพียง 2 แห่ง ทำให้ต้องเดินทางลงจากพื้นที่สูงเพื่อมาจับจ่ายซื้อของในตัวตลาด
เธอระบุว่า มารดาเป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และที่ผ่านมาเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาทแทบไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่หลังจากมีโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ครอบครัวสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและมีเงินเหลือสำหรับจัดซื้อสินค้าที่จำเป็นมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับแนวทางการคัดกรองผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่ โดยมองว่าการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบจะช่วยให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐเข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและมีความจำเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ใช้สิทธิในหลายพื้นที่ พบว่ามีประชาชนบางส่วนสะท้อนข้อจำกัดเกี่ยวกับวงเงินใช้จ่ายรายวันที่กำหนดไว้ในโครงการ โดยมองว่าวงเงินต่อวันที่สามารถใช้ได้ยังมีความยืดหยุ่นไม่มากนัก และต้องการให้ภาครัฐพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไข เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการ การใช้จ่ายตามความจำเป็นของแต่ละครัวเรือนได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่ จ.ลำพูน หลายชุมชนชาติพันธุ์กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งจะเปิดให้ดำเนินการในวันพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.) โดยมีประชาชนจำนวนมากแสดงความกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียน
ชาวบ้านจำนวนหนึ่งระบุว่า การกรอกข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ในระบบมีความซับซ้อนพอสมควร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว และบางคนไม่สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือได้ ทำให้เกรงว่าจะไม่สามารถดำเนินการลงทะเบียนได้ครบถ้วน และอาจพลาดสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้นำชุมชนในหลายพื้นที่ได้เตรียมอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน โดยวางแผนพาผู้ที่ต้องการลงทะเบียนเดินทางไปยังธนาคารหรือจุดบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ให้ถูกต้อง
ข้อมูลในพื้นที่ระบุว่า อ.ลี้ มีชาวปกาเกอะญออาศัยอยู่มากกว่า 2,500 ครอบครัว ขณะที่ อ.บ้านโฮ่ง มีอีกประมาณ 500 ครอบครัว ซึ่งถือเป็นกลุ่มประชากรสำคัญที่กำลังเตรียมลงทะเบียนในรอบนี้
ทั้งนี้ จากประสบการณ์การลงทะเบียนครั้งก่อน มีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ ส่งผลให้การเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยหลายครอบครัวเตรียมเอกสารและข้อมูลส่วนตัวอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านการพิจารณาและเข้าถึงสวัสดิการที่ภาครัฐจัดสรรให้
อ่านข่าวอื่น :
มติ ภท.ให้สมาชิกถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคําวินิจฉัยศาล
ตร.ไทย ช่วย นศ.จีน ถูกหลอกจัดฉาก "ลักพาตัวเสมือนจริง" เรียก 12.5 ล้าน
ตร.ยังไม่เปิดผลชันสูตรร่าง "น้ององุ่น" เร่งสืบสวนปมเสียชีวิต