AOT ยืนยันหาแนวทางแก้ไขร่วมกับ คิง เพาเวอร์ 16 มิ.ย. นี้ ประชุมบอร์ด
วันที่ 14 มิ.ย.2568 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ชี้แจงกรณี บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ได้มีหนังสือถึง AOT เรื่อง สัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่
“จากหนังสือดังกล่าว ทางฝ่ายบริหารของ AOT จะนำแนวทางการแก้ปัญหาเข้าหารือกับคณะกรรมการ AOT ในการประชุมคณะกรรมการ AOT ในวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 นี้”
เบื้องต้นฝ่ายบริหาร AOTจะตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์แนวทางเพื่อเจรจา และจ้างที่ปรึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของAOT ให้มีความเหมาะสมกับการดำเนินการและบริบททางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเพื่อความเป็นกลางในการวิเคราะห์สัญญา
โดยคาดว่าจะได้ผลการศึกษาภายในระยะเวลา 60 วัน และเสนอคณะกรรมการ AOTพิจารณาให้ข้อคิดเห็นและปรับปรุงแนวทางให้ดีขึ้นและเป็นประโยชน์กับAOT
อย่างไรก็ตาม AOTขอยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร และ KPD ยังคงประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานของAOT ตามปกติ
AOT มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจท่าอากาศยานภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมทั้งยึดมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้บริการ นักลงทุนและเศรษฐกิจของชาติ พร้อมรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศระดับโลกต่อไป
บทวิเคราะห์บล.ธนชาต ระบุว่า จากกรณี ที่คิง เพาเวอร์ ยื่นหนังสือต่อ AOT ขอยกเลิกสัญญา Duty Free สนามบินดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่-หาดใหญ่ โดยอ้างผลกระทบจากโควิด เศรษฐกิจตกต่ำ สงคราม กำแพงภาษี นักท่องเที่ยวจีนหายกดดันยอดขายลดลง
รวมถึงการขอคืนพื้นที่ก่อนหน้านี้ทำให้ขาดทุนหนัก จึงขอเจรจายุติภายใน 45 วัน โดยรายได้ Duty Free ของ 4 สนามบินนี้คิดเป็น 2,300-2,500 ล้านบาทต่อปี
บล.ธนชาตมองข่าวนี้เป็น “ลบ” ต่อAOT โดยกระทบกำไร AOTปี 2026 ประมาณ 10% และคาดว่าอาจมีการเจรจาเพิ่มเติมในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิในอนาคตซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อกำไร และเป้าหมายพื้นฐาน ด้วยเช่นกัน โดยรายได้ duty free ของสุวรรณภูมิคิดเป็นประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี จึงคงคำแนะนำ “ขาย” AOTพื้นฐาน 30 บาท