โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่อง “อดีตรัฐบาลไทย” กับ “ศาลโลก”

INN News

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 08.14 น. • INN News

จังหวะวันนี้ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ที่กรุงพนมเปญ ประชุมเป็นวันที่ 2 หลังเมื่อวานมีรายงานการสะดุดจากที่ฝ่ายกัมพูชาไม่พอใจที่ฝ่ายไทย ภายใต้การนำของ “นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย” ประธาน JBC โดย ทางฝ่ายไทยออกมาแถลงข่าวก่อน อยู่ ๆ “พล.อ.ฮุน มาเนต” นายกเขมร ได้ โพสต์FB ปฏิเสธกลไกการเจรจาระดับทวิภาคี อย่าง JBC โดย แสดงหนังสืออย่างเป็นทางการที่กัมพูชาเลือก กฎหมายระหว่างประเทศและสันติภาพ

โดยระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึง ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่อช่วยหาทางแก้ไขข้อพิพาทชายแดนในบริเวณปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และบริเวณมุมไบ หรือช่องบก-สามเหลี่ยมมรกตแล้ววันนี้ โดย “ฮุน มาเนต”อ้างว่า เมื่อ 63 ปีที่แล้ว วันที่ 15 มิถุนายน 2505 เป็นวันประวัติศาสตร์ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

(ICJ) หรือ “ศาลโลก”ตัดสินว่า กัมพูชาชนะในประเด็นปราสาทพระวิหารทำให้น่าสนใจย้อนรอยกลับไปส่องดูว่า บทบาทท่าทีของ“รัฐบาลไทย” นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 ที่เกี่ยวข้อง กับปม “เขาพระวิหาร”ที่ไทยแพ้คดีต่อเขมร

ไล่เรียงตั้งแต่สมัยของ “รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์”อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขึ้นมาเป็นนายกวันที่ 9 ก.พ.2502 ก่อนที่ วันที่ 15มิ.ย.2505 ศาลโลกจะตัดสินคดี ที่หลังจากนั้น “จอมพลสฤษดิ์”เริ่มเจ็บป่วยเป็นระยะ ๆ และวันที่ 8 ธ.ค. พ.ศ.2506 ได้ถึงแก่อสัญกรรม โดยสมัยนั้นมีการชุมนุมของคนไทยประท้วงคำตัดสินของศาลโลก

ซึ่ง “จอมพลสฤษดิ์” ได้กล่าวปราศรัยทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเมื่อคำวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ตอนหนึ่งว่า “…ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่าปราสาทพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไปด้วยอุปเท่ห์เล่ห์กลของคนที่ไม่รักเกียรติและไม่รักความชอบธรรม… เหตุการณ์นี้เป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยตลอดไป เสมือนหนึ่งแผลเป็นที่ใจของคนไทยทั้งชาติ” และ “ข้าพเจ้ามาพูดกับท่านด้วยน้ำตา

แต่น้ำตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำตาของลูกผู้ชายของเลือดของความคั่งแค้นและการผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิต ทั้งชาตินี้และชาติหน้า…” ที่ทัศนะและอารมณ์ดังกล่าวจะยังคงหลงเหลือต่อมาเมื่อมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปราสาทพระวิหารหรือแม้แต่ในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

ส่วน ครม. สมัยนั้นที่ “ถนัด คอมันตร์”เป็นรมว.ต่างประเทศ มีการประกาศไม่ยอมรับการตัดสินของศาลโลกมี มติ ครม. 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาด้วยการคืนเฉพาะตัวปราสาท โดยรัฐบาลไทยขณะนั้นและในเวลาต่อมายึดถือว่าคำพิพากษานี้มิได้ชี้ขาดในเรื่องแนวเส้นเขตแดนในบริเวณดังกล่าว แต่รัฐบาลกัมพูชาหลังจากนั้นยึดว่าศาลโลกได้พิพากษากำหนดเส้นเขตแดนบริเวณนั้นแล้ว (ตามแผนที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศสที่กัมพูชาใช้ในการฟ้องคดี)

การตีความคำพิพากษาต่างกันนี้ทำให้ทั้ง 2 ประเทศอ้างสิทธิในพื้นที่บริเวณใกล้ตัวปราสาททับซ้อนกัน 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณเนินหรือเชิงเขาด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกของตัวปราสาท ปัญหาเส้นเขตแดนบริเวณนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชาสืบต่อมา

ตัดภาพมา ปี 2550 ช่วง “รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช”จุดประทุจากที่ เขมร เสนอต่อองค์การยูเนสโก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 31 ณ เมืองไครสต์เชิร์ช นิวซีแลนด์ ให้ขึ้นทะเบียน
ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งต่อมาจากที่ “นพดล ปัทมะ”รมว.ต่างประเทศ มีการลงนามในแถลงการณ์ร่วม พ.ศ.2551กับเขมร ทำให้เขมรนำไปอ้าง จากนั้นรุกคืบดันแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาท

และนำมาสู่การเปิดฉากสงครามที่แนวรบปราสาทพระวิหาร ภูมะเขือ ตั้งแต่ปี51-ปี53 ที่ต่อมาถูกฝ่ายเขมรนำนำเรื่องเข้าสูการพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(UNSC)
ก่อนที่ UNSC จะโยนเรื่องให้อาเซียนเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หรือการเปิดฉากสงครามที่ปราสาทตาควาย ตาเมือนธม

กระทั้งในปี 2554 ช่วงปลาย “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”เขมรยื่นคำขอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษา ในคดีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกได้ตัดสินไปแล้วเมื่อปี 2505 ที่ต่อมา 18 ก.ค. 2554
ศาลโลกมีคำสั่งมาตรการชั่วคราว โดยให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกจากเขตปลอดทหารชั่วคราว และไม่ให้ไทยขัดขวางการเข้าออกปราสาทพระวิหารโดยเสรีของกัมพูชา หรือการส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ไปยังบุคลากรที่ไม่ใช่ทหารของกัมพูชาที่อยู่ในปราสาทพระวิหาร ที่ “อภิสิทธิ์”ยืนยันภายหลังว่าชนวนขัดแย้ง "เขาพระวิหาร"มาจากกรยอมให้เขมร ขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว

ต่อมาใน “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” พ.ย. 2556 ศาลโลกชี้ขาดเป็นเอกฉันท์โดยอาศัยการตีความคำพิพากษา เมื่อปี 2505 ที่ตัดสินไว้ว่ากัมพูชามีอธิปไตยเหนือดินแดนทั้งหมดของยอดเขาพระวิหาร
และพื้นที่บริเวณปราสาทที่ไทยต้องถอนทหารนั้น คือยอดเขาพระวิหาร ซึง “นายกยิ่งลักษณ์” แถลงต่อมาว่า คำคัดสินของศาลโลกเป็นคุณต่อไทย.

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...