โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ส่งต่อทรัมป์ลงนาม

PostToday

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 18.50 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 01.45 น.

การลงมติครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งได้เรียกร้องให้มีการออกกฎหมายในระดับรัฐบาลกลางมาเป็นเวลาหลายปี พร้อมทั้งทุ่มเงินสนับสนุนผู้สมัครที่สนับสนุนคริปโตในการเลือกตั้งครั้งก่อน

นอกจากร่างกฎหมาย Stablecoin แล้ว สภาผู้แทนราษฎรยังได้ผ่านร่างกฎหมายอีก 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับคริปโต ได้แก่ ร่างกฎหมาย Clarity Act ที่จัดตั้งกรอบกำกับดูแลตลาดคริปโต และร่างกฎหมายที่ห้ามรัฐบาลสหรัฐฯ ออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) โดยร่างกฎหมายทั้งสองฉบับนี้จะถูกเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

ร่างกฎหมาย Genius Act: กำกับดูแล Stablecoin อย่างรัดกุม

ร่างกฎหมายที่มีชื่อว่า “Genius Act” ซึ่งว่าด้วยการกำกับดูแล Stablecoin ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค ด้วยคะแนน 308 ต่อ 122 เสียง กำหนดให้ Stablecoin ต้องมีการหนุนหลังด้วยสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลอายุสั้น พร้อมกำหนดให้ผู้ออกเหรียญต้องเปิดเผยองค์ประกอบของสินทรัพย์หนุนหลังในแต่ละเดือนต่อสาธารณะ

อุตสาหกรรมคริปโตได้ผลักดันให้ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายเพื่อสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบ โดยเชื่อว่าการมีกฎหมายรองรับจะช่วยให้ Stablecoin และโทเคนประเภทอื่นสามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น โดยในช่วงการเลือกตั้งปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจคริปโตได้ทุ่มงบประมาณกว่า 119 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนผู้สมัครที่มีแนวทางสนับสนุนคริปโต

ทั้งนี้ แม้สภาผู้แทนราษฎรจะเคยผ่านร่างกฎหมาย Stablecoin เมื่อปีที่แล้ว แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาโดยวุฒิสภาซึ่งในขณะนั้นพรรคเดโมแครตยังคงครองเสียงข้างมาก

ร่างกฎหมาย Clarity Act: กำหนดสถานะคริปโตเป็นสินค้าโภคภัณฑ์

ร่างกฎหมาย Clarity Act ซึ่งผ่านการลงคะแนนด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เสียง มีเป้าหมายเพื่อระบุอย่างชัดเจนว่าโทเคนคริปโตประเภทใดควรจัดเป็นหลักทรัพย์ และประเภทใดควรเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) กับภาคเอกชน

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคริปโตต่างผลักดันให้โทเคนส่วนใหญ่ได้รับการจัดประเภทเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากจะสามารถให้บริการลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ดี สมาชิกสภาบางส่วนจากพรรคเดโมแครตได้ออกมาต่อต้านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อโครงการคริปโตของทรัมป์เอง ซึ่งรวมถึงเหรียญมีมที่ชื่อว่า $TRUMP และกิจการด้านคริปโต World Liberty Financial ที่มีทรัมป์ถือหุ้นบางส่วน

ทำเนียบขาวระบุว่าทรัมป์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในประเด็นนี้ เนื่องจากทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในความดูแลของทรัสต์ที่บริหารโดยบุตรของเขา

การห้ามออกเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง

ร่างกฎหมายฉบับที่สามที่สภาผ่านในครั้งนี้ คือร่างกฎหมายห้ามการจัดตั้งเงินดิจิทัลของธนาคารกลางสหรัฐฯ (CBDC) โดยพรรครีพับลิกันให้เหตุผลว่าการมี CBDC อาจเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในสภาในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...