โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือดหมู เลือดไก่ เลือดเป็ด ต่างกันยังไง? เลือกกินให้ปลอดภัย ได้ธาตุเหล็กเต็ม ๆ

sanook.com

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • Sanook
เลือดหมู เลือดไก่ เลือดเป็ด ต่างกันยังไง? เนื้อสัมผัส รสชาติ และคุณค่าต่างกันหรือไม่? สรุปวิธีเลือกซื้อและปรุงให้ปลอดภัย ได้ประโยชน์สูงสุด

เครื่องในสัตว์อย่าง "เลือด" ไม่ว่าจะเป็นเลือดหมู เลือดไก่ หรือเลือดเป็ด เป็นวัตถุดิบที่นิยมนำมาปรุงอาหารในหลากหลายเมนูของไทย ทั้งต้มเลือดหมู ก๋วยจั๊บ เย็นตาโฟ ต้มเลือดไก่ในก๋วยเตี๋ยว หรือเป็ดพะโล้ใส่เลือดเป็ดก้อน นอกจากจะเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว เลือดสัตว์ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก แต่เคยสงสัยไหมว่า เลือดจากสัตว์แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร และมีข้อควรระวังในการบริโภคอย่างไรบ้าง?

ความแตกต่างระหว่างเลือดหมู เลือดไก่ และเลือดเป็ด

1. เลือดหมู

  • ลักษณะ: เป็นที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายที่สุด มีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้าง นุ่ม เด้ง และละเอียด สีออกแดงเข้มเกือบดำ
  • รสชาติ: มีรสชาติกลางๆ ไม่ได้มีกลิ่นคาวจัด หากปรุงสุกอย่างถูกวิธี จะเข้ากับเมนูได้หลากหลาย
  • การนำไปใช้: พบมากในเมนูต้มเลือดหมู, ก๋วยจั๊บ, ก๋วยเตี๋ยวเรือ, เย็นตาโฟ, แกงป่า, ผัดเผ็ด, ลาบ หรือนำไปทำไส้กรอกเลือด (Blood Sausage)
  • คุณค่าทางโภชนาการ: อุดมไปด้วย ธาตุเหล็ก ในปริมาณสูง (โดยเฉพาะธาตุเหล็กชนิด Heme Iron ที่ดูดซึมได้ดี), โปรตีน, วิตามินบี 12, และโฟเลต ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
  • ข้อควรระวัง: ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ เพราะเลือดหมูสดอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้หากไม่สะอาด

2. เลือดไก่

  • ลักษณะ: เนื้อสัมผัสค่อนข้าง นุ่มและร่วนกว่าเลือดหมูเล็กน้อย สีแดงคล้ำ มักจะแตกหักง่ายกว่า
  • รสชาติ: มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวที่อาจจะอ่อนกว่าเลือดหมูเล็กน้อย
  • การนำไปใช้: นิยมนำมาใส่ในก๋วยเตี๋ยวไก่, ต้มเลือดไก่ (ในบางภูมิภาค), หรือเป็นส่วนประกอบในเมนูยำต่างๆ
  • คุณค่าทางโภชนาการ: มีธาตุเหล็กและโปรตีนเช่นกัน แต่โดยทั่วไปปริมาณอาจจะไม่สูงเท่าเลือดหมู
  • ข้อควรระวัง: เช่นเดียวกับเลือดหมู ต้องเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่สะอาดและเชื่อถือได้

3. เลือดเป็ด

  • ลักษณะ: มีเนื้อสัมผัสที่ แข็งและแน่นกว่า เลือดหมูและเลือดไก่เล็กน้อย สีเข้มจัด มักคงรูปเป็นก้อนได้ดี
  • รสชาติ: มีรสชาติและกลิ่นที่ค่อนข้างเข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเป็ด
  • การนำไปใช้: นิยมนำมาใส่ในเมนูเป็ดพะโล้, ก๋วยเตี๋ยวเป็ด, หรือเมนูตุ๋นต่างๆ ที่ต้องการความเข้ากันของรสชาติกับเนื้อเป็ด
  • คุณค่าทางโภชนาการ: อุดมด้วยธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามินบี 12 และสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์
  • ข้อควรระวัง: ควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่สะอาดและมีการเก็บรักษาที่ดี

บริโภคเลือดสัตว์ให้ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ

  • เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้: เลือกซื้อเลือดที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน มีฉลาก อย. หรือจากร้านค้าที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ
  • สังเกตลักษณะ: เลือดที่ดีต้องมีสีสม่ำเสมอ ไม่ซีด ไม่ดำคล้ำผิดปกติ ไม่มีเมือก ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือกลิ่นผิดปกติ เนื้อสัมผัสควรแน่น ไม่เหลวเละหรือแข็งกระด้างเกินไป
  • ปรุงให้สุกทั่วถึง: เลือดก้อนต้องได้รับการปรุงให้สุกทั่วถึง เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนอยู่ภายใน
  • การเก็บรักษา: เลือดสดหรือเลือดที่ยังไม่ได้ปรุง ควรเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิต่ำ และใช้ให้หมดภายในเวลาอันสั้น เลือดที่ปรุงสุกแล้วก็ควรเก็บในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็น และบริโภคให้หมดภายใน 1-2 วัน
  • ผู้ป่วยบางรายควรระวัง: ผู้ป่วยที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน (Hemochromatosis) หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการบริโภคธาตุเหล็ก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค

เลือดหมู เลือดไก่ และเลือดเป็ด ล้วนเป็นวัตถุดิบที่มีประโยชน์และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทยมาอย่างยาวนาน อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในด้านเนื้อสัมผัส รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการ การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ รวมถึงการเลือกซื้อและปรุงอย่างถูกวิธี จะช่วยให้คุณสามารถลิ้มรสชาติอร่อยของเมนูเลือดสัตว์ได้อย่างปลอดภัย และได้รับประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...