โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ มองเศรษฐกิจไทย หมดยุคโปรโมชั่น สู่ยุค “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ”

Khaosod

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 13.08 น.

‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ มองเศรษฐกิจไทย หมดยุคโปรโมชั่น สู่ยุค “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ” ท่องเที่ยว-ประชากร-ตลาดหุ้น ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหาร ที่ปรึกษาธุรกิจ และเจ้าของเพจเขียนไว้ให้เธอ กล่าวในงานสัมมนา Prachachat Exclusive Forum 2025 “คนพลิกวิกฤต” ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจดีที่สุดในรอบ 5 ปีต่อจากนี้ แม้ทุกอย่างจะมีโอกาส แต่ก็มีเสียงสะท้อนเป็นจำนวนมากถึงสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ เพราะมีบางธุรกิจที่ดี เช่น มอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับเงินผ่อน ดาวน์น้อย ที่ดีเพราะขับเคลื่อนด้วยเงินผ่อน แต่โดยภาพรวมเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ยกตัวอย่างเช่น ร้านชาบูของตัวเองก็ได้รับผลกระทบ จากการที่นักท่องเที่ยวจีนหาย

มีแนวคิดอันหนึ่งของ “สุรชัย พุฒิกุลางกูร” Illustrator มือ 1 ของโลก แม้จะมีคนเก่งๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เขาก็สามารถหนีคนอื่นได้ตลอดเวลาเช่นกัน ทำให้ยังเป็นอันดับ 1 ด้วยเเนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ” ที่ได้มาจากมรดกที่ดินรกร้างของคุณปู่ริมแม่น้ำยม ซึ่งแต่ก่อนคุณปู่มี Business Model ไว้ว่าจะทำโรงน้ำแข็ง และมีเรือมารับ แต่ปัจจุบันแม่น้ำกลับเปลี่ยนทิศ ทำให้กลายเป็นที่ดินรกร้าง

ในโลกนี้จึงมีทั้งน้ำขึ้นน้ำลง เศรษฐกิจเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ถ้าบางอย่างเปลี่ยนทิศไปแล้ว แต่ยังสังเกตไม่ออก ก็จะวอดวายได้ ต้องสังเกตธุรกิจตัวเอง ที่เปลี่ยนทิศไปแล้วในเมืองไทย คือ ทัวร์ริส จะไม่กลับมาเหมือนเดิมแน่ๆ ไม่ใช่เพราะเราไม่มีเสน่ห์ แต่เราไม่มีความสามารถในการกลับไปได้ เนื่องจากมีคู่แข่งมากขึ้น และประสบปัญหาสแกมเมอร์ที่หลอกลวงนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่เเท็กซี่ที่ทุกคนเห็นปัญหา ถ้าแก้ไม่ได้ ก็คงไม่สามารถแก้อะไรได้แล้ว ที่ผ่านมาจึงเหมือนโปรโมชั่น คงไม่กลับมาเหมือนเดิมแล้ว

“ทัวร์ริส เราเหมือน CBD ของกรุงเทพฯ ที่แต่ก่อนคือวังบูรพา แต่ตอนนี้คือพารากอน ซึ่งประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นวังบูรพาด้านการท่องเที่ยว”

ต่อมาที่เปลี่ยนทิศคือเรื่องประชากร อัตราการเกิดต่ำมากและน้อยลงเรื่อยๆ ประชากรก็จะหด และผู้สูงอายุจะเยอะขึ้น ถ้าทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุก็อาจจะดี

อีกอย่างที่เปลี่ยนทิศคือ ตลาดหุ้นไทย จากการคุยกับผู้รู้ เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะเติบโตต่ำ และตลาดหุ้นไทยขึ้นได้ด้วยต่างชาติ ทุกคนก็ไม่เห็นอะไรในสายตาอยู่แล้ว ดีมานด์จากต่างชาติจึงไม่มีแน่นอน นอกจากนี้ นักลงทุนไทยก็สามารถไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น แม้จะมีเงินจากรายย่อยและสถาบันต่างๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ซัพพอร์ตตลาดหุ้นไทย

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังถูกยึดครองโดยแพลตฟอร์มต่างชาติอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นตัวกลางที่มีอำนาจสูงสุดระหว่างการซื้อขาย ทั้งการช็อปปิ้ง จองโรงแรม เดลิเวอรี่ และเม็ดเงินโฆษณา ก็เป็นแพลตฟอร์มต่างชาติทั้งสิ้น

“เมื่อยึดได้แล้ว ก็จะขึ้นราคา เดี๋ยวนี้ใครค้าขายในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะรู้ว่าออนไลน์และออฟไลน์เริ่มเท่ากันเเล้ว และ Business Solutions ต่างๆ ราคาก็ขึ้นปีละ 20% และจะขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเราเปลี่ยนไม่ได้แล้ว หลายๆ อย่างเริ่มเปลี่ยน จะเรียกว่าเป็นเทรนด์ก็ได้ เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทิศหลายอย่าง”

นายธนา กล่าวอีกว่า ได้ฟัง ดร.สันติธาร เสถียรไทย สะท้อนมุมหนึ่งได้ดีมาก ว่าทั้งโลกไม่ใช่แค่เมืองไทย ตั้งแต่ ค.ศ.1945 หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึง ค.ศ.2025 ระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมานั้น ถือเป็นโลกปกติ หรือ “โลกโปรโมชั่น” กล่าวคือ เป็นชีวิตที่ดี สงบ ฟรีเทรด และแทบไม่มีสงคราม แต่หลังจากนี้ โลกจะกลับสู่ความวุ่นวายและสงคราม เป็นโลกที่ Unpredictable และจะตามมาด้วย 3 อย่างคือ Nationalism, Protectionism และการเจรจา โดยปัจจุบันการเจรจา ไม่ใช่การเจรจาแบบตรงไปตรงมา

ยกตัวอย่างเช่น การเจรจาล่าสุดระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ นิปปอน สตีล ได้รวมกับยูเอส สตีล โดยสหรัฐขออำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเรื่องเหล็ก เพราะเป็นยุทธศาสตร์ แล้วประเทศไทยควรจะเอาอะไรไปแลก

“เพราะโลกจะกลับไปสู่ยุคปกติ เราผ่านยุคโปรโมชั่นมาแล้ว อันนี้ก็เป็นแม่น้ำเปลี่ยนทิศ เราไม่คิดว่าจะกลับเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ มองเศรษฐกิจไทย หมดยุคโปรโมชั่น สู่ยุค “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...