โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินเดียแซงจีน! ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งผู้ผลิตและส่งออกสมาร์ทโฟนสู่สหรัฐฯ

Amarin TV

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.23 น.
อินเดียแซงจีน! ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งผู้ผลิตและส่งออกสมาร์ทโฟนสู่สหรัฐฯ

อินเดียก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก แซงหน้าจีน ตามข้อมูลล่าสุดจากบริษัทวิจัย Canalys สะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานการผลิตโลก ที่เริ่มทยอยเคลื่อนออกจากจีน ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 สมาร์ทโฟนที่ประกอบในอินเดียมีสัดส่วนสูงถึง 44% ของการนำเข้าสมาร์ทโฟนทั้งหมดของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 13% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปริมาณการผลิตสมาร์ทโฟนในอินเดียพุ่งขึ้นถึง 240% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ในทางตรงกันข้าม ส่วนแบ่งของสมาร์ทโฟนที่ส่งออกจากจีนลดลงอย่างมาก จาก 61% เหลือเพียง 25% ภายในหนึ่งปี ขณะที่เวียดนามซึ่งเป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค มีสัดส่วนการส่งออกสมาร์ทโฟนไปยังสหรัฐฯ อยู่ที่ 30% แซงหน้าจีนเป็นครั้งแรกเช่นกัน

Sanyam Chaurasia นักวิเคราะห์หลักจาก Canalys ให้ความเห็นว่า แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตดังกล่าวมาจากการที่ Apple เร่งขยายฐานการผลิตในอินเดีย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังคงเปราะบาง โดยนับเป็นครั้งแรกที่อินเดียสามารถส่งออกสมาร์ทโฟนไปยังสหรัฐฯ ได้มากกว่าจีนในเชิงปริมาณ

Apple เร่งย้ายฐานการผลิต ตอบโต้ความไม่แน่นอนทางการค้า

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Apple ได้เดินหน้ากระจายฐานการผลิตอย่างจริงจัง โดยมีรายงานว่า บริษัทกำลังเร่งแผนผลิต iPhone ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ จากโรงงานในอินเดียให้มากขึ้นภายในปีนี้ พร้อมตั้งเป้าให้ประมาณหนึ่งในสี่ของ iPhone ทั่วโลกถูกผลิตในอินเดียภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยขู่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจาก Apple และเรียกร้องให้ ทิม คุก ซีอีโอของบริษัท ย้ายการผลิตกลับมาสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการผลิต iPhone ในประเทศจะทำได้ยากและอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงจนกระทบราคาขาย

นอกจากนี้ แม้ iPhone และ MacBook จะได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีตอบโต้ของรัฐบาลทรัมป์ในหลายกรณี แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่า สิทธิยกเว้นเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ถาวรเช่นกัน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Apple ยังไม่มีโรงงานผลิต iPhone ในสหรัฐฯ โดยยังคงพึ่งพาจีนในกระบวนการผลิตระดับสูงสำหรับรุ่นพรีเมียม อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนในประเทศราว 5 แสนล้านดอลลาร์ภายใน 4 ปี พร้อมเพิ่มการจ้างงานในสหรัฐฯ

คู่แข่งเริ่มขยับตาม อินเดียกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของผู้ผลิต

ข้อมูลจาก Canalys ระบุว่า ไม่ใช่แค่ Apple ที่เร่งย้ายฐานการผลิตมายังอินเดียเท่านั้น แต่คู่แข่งอย่าง Samsung Electronics และ Motorola ก็เริ่มขยับตามเช่นกัน โดยมีการเริ่มกระบวนการประกอบสมาร์ทโฟนในอินเดียเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ แม้การย้ายของสองบริษัทนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และมีขอบเขตจำกัดเมื่อเทียบกับการขยายตัวเชิงรุกของ Apple

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตจีนก็เริ่มปรับแผนเช่นกัน โดย Renaud Anjoran รองประธานบริหารของ Agilian Technology ซึ่งมีฐานการผลิตหลักในจีน เปิดเผยว่าบริษัทกำลังเตรียมเปิดโรงงานใหม่ในอินเดียเพื่อเริ่มกระบวนการผลิตแบบทดลอง และคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังได้ในอนาคตอันใกล้ เขายังย้ำว่าแนวโน้มในอุตสาหกรรมการผลิตระดับโลกกำลังเคลื่อนไปสู่การย้ายกระบวนการประกอบขั้นสุดท้ายมายังอินเดียอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ดี Anjoran เตือนว่า อินเดียและเวียดนามยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านคุณภาพการผลิต โดยเฉพาะในเรื่องอัตราผลผลิต (yield rate) ซึ่งยังต่ำกว่าจีนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากจีนมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์ในการผลิตระดับสูงมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ยอดจัดส่ง iPhone ลดลง ขณะที่หุ้น Apple ผันผวน

ในด้านผลการดำเนินธุรกิจของ Apple วิจัย Canalys เปิดเผยว่า ยอดจัดส่งของ Apple สะท้อนสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจากบริษัทวิจัย Canalys ระบุว่า ยอดจัดส่ง iPhone ไปยังตลาดสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 อยู่ที่ 13.3 ล้านเครื่อง ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดจัดส่งทั่วโลกอยู่ที่ 44.8 ล้านเครื่อง ลดลง 2% จากปีก่อนหน้า ซึ่งนับว่าเป็นการหดตัวหลังจากที่เพิ่งเติบโตสูงถึง 25.7% ในไตรมาสแรกของปี

Runar Bjorhovde นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Canalys ให้ความเห็นว่า “Apple ได้เร่งเติมสต็อกในช่วงปลายไตรมาสแรก และพยายามรักษาระดับสต็อกไว้ในไตรมาสถัดมา อย่างไรก็ตาม ตลาดสมาร์ทโฟนโดยรวมเติบโตเพียง 1% สะท้อนว่าการเร่งเติมสินค้าไม่ได้กระตุ้นยอดขายในภาวะที่อุปสงค์ยังอ่อนแอ”

ท่ามกลางแรงกดดันด้านอุปสงค์ ราคาหุ้นของ Apple ก็ปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงแล้วกว่า 14% ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีนำเข้า การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะกระแสการพัฒนา AI ที่เปลี่ยนโฉมแนวโน้มในอุตสาหกรรม

ในด้านการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสมาร์ทโฟนจากอินเดียในอัตรา 26% ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าภาษีระดับสามหลักที่ใช้กับสินค้าจากจีนในช่วงเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้ตัดสินใจชะลอการบังคับใช้ภาษีนี้กับอินเดียออกไปชั่วคราว โดยให้มีผลในวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจปรับตัวรับมือกับโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป

ที่มา: Bloomberg, CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...