โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘นักประวัติศาสตร์’ หนุน ‘มทภ.2’ วางกำลังบริเวณ ‘ปราสาทพระวิหาร’ ก่อนแจ้งยูเอ็นขอทวงคืน

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 03.47 น.

25 ก.ค. 2568 - นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึก
ถึง แม่ทัพภาคที่ 2 มีใจความว่า ผมได้รับทราบข่าวว่า ทหารไทยของเราได้เข้ายึดและควบคุมบริเวณวัดแก้วสิกขาคิรีสวาระ และถนนทางขึ้นตัวปราสาทพระวิหาร รวมถึงภูมะเขือ ได้แล้ว
ผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้าที่แผ่นดินไทยของเรากลับคืนสู่การควบคุมของไทย ผมจึงขอนำเสนอข้อมูลอันน้อยนิดเผื่อจะมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่านต่อไปดังนี้

1. คำวินิจฉัยของศาลโลกที่ตีความคำวินิจฉัยในคดีปราสาทพระวิหาร ว่าไทยต้องถอนกำลังทหารและยามรักษาการณ์ออกจากอาณาบริเวณตัวปราสาท ซึ่งเราได้ปฏิบัติไปตามพันธกรณีไปแล้วตั้งแต่ 2505 แต่เมื่อศาลโลกมาเน้นย้ำอีกครั้ง พื้นที่นั้นก็ไม่ครอบคลุมถึงภูมะเขือและบริเวณวัดแก้วสิกขาคิรีสวาระ แต่กัมพูชารุกล้ำขึ้นมา และมีการตัดถนนสายหลักเข้าสู่ตัวปราสาท ทั้งๆที่กัมพูชาไม่มีสิทธิ์ เพราะทางขึ้นทางเดียวที่กัมพูชาจะขึ้นมาได้คือ “บันไดหัก” ทางตะวันออกของตัวปราสาทเท่านั้น ดังนั้นท่านแม่ทัพอาจต้องวางกำลังทหารเอาไว้และตั้งค่ายตรงบริเวณวัดแก้วฯ ซึ่งเป็นอธิปไตยของไทย เป็นอุทยานแห่งชาติและเขตโบราณสถานที่เราเคยประกาศ

2. เมื่อกัมพูชามีปัญหาเรื่องทางขึ้น รัฐบาลไทยต้องส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อประท้วงการรุกล้ำอธิปไตยไทยของกัมพูชาและแขวนมรดกโลกปราสาทพระวิหารเป็น Danger Zone รวมถึงไทยควรถือโอกาสนี้ส่งหนังสือแจ้งเลขาธิการสหประชาชาติขอปราสาทพระวิหารคืนตามหนังสือสงวนสิทธิ์ที่เรายื่นเอาไว้ (ข้อสงวนสิทธิ์ไม่มีอายุความ เหมือนที่เราทำไว้ก่อนหน้านี้ในกรณีการแบ่งเขตแดนกับลาว)

3. เราควรจัดตั้งกองกำลังขึ้นไปอยู่ประจำการแบบถาวร

ผมขอเสนอในเบื้องต้นแบบเร่งด่วน และขออำนวยพรให้กองทัพไทยมีชัยชนะ ทหารของเราปลอดภัยและประสบผลสำเร็จทุกประการ
ขอแสดงความนับถือ
เทพมนตรี ลิมปพยอม
25 กรกฎาคม 2568

นายเทพมนตรี โพสต์อีกว่า คณะกรรมการมรดกโลกไม่เคยสนใจปัญหาปราสาทพระวิหาร เพราะกัมพูชาวางกองกำลังทหารติดอาวุธซุกซ่อนเอาไว้ตลอดเวลา นับตั้งแต่ได้เป็นมรดกโลก ซึ่งกระทำผิดตามมาตรา 11 วรรค4ของอนุสัญญาฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...